คลองค้อ...เสือใหญ่แห่งห้วยขาแข้ง

คมฉานตะวันฉาย's picture
บรรยากาศของศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งของปลายฤดูฝน ดูยังเป็นบรรยากาศที่เขียวขจี ต้นไม้ใบไม้ยังคงเขียว พื้นดินฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำฝนที่ยังคงตกลงมาเรื่อยๆ แม้จะทิ้งระยะห่างออกไปบ้าง  อีกไม่นานฝนก็จะหยุดตก ป่าเต็งรังในพื้นที่แห่งนี้ก็จะเริ่มผลัดใบ อากาศจะร้อนรุ่ม และมีกลิ่นควันไฟป่าเจือมาในอากาศ  แล้วก็เข้าฤดูฝนอีกครั้ง  ธรรมชาติของที่นี่วนเวียนไปแบบนี้ตลอด

เจ้าหน้าที่นำเดินไปยังกรงสัตว์ใหญ่ภายใน  ที่มีประตูปิดไม่ให้คนภายนอกเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เดินผ่านไป ๒-๓ กรง เราก็พบกับเป้าหมายของการมาเยือน
...เสือโคร่งขนาดยังไม่โตนัก แต่ประเมินโดยสายตา ก็เป็นเสือที่เข้าสู่วัยหนุ่ม สอบถามเจ้าหน้าที่ แจ้งว่า อายุ ๔ ปีแล้ว   เสือจะเหมือนแมว คือมีอายุราว๑๐-๑๕ ปี  ในเสือธรรมชาติ ส่วนเสือเลี้ยง อาจมีอายุถึง ๒๐ปี

คลองค้อ เป็นเสือโคร่งเพศผู้   เป็นเสือของห้วยขาแข้งนี่เอง   นักวิจัยบอกว่าคลองค้อ เป็นลูกเสือที่เหมือนถูกแม่ทิ้ง    คือในป่าห้วยขาแข้ง มีนักวิจัยที่เขาทำเรื่องเสืออยู่  โดยขณะกำลังตามเสือสาวที่ชื่อ รุ่งนภา โดยการติดจีพีเอสเเซทเทิลไลท์คอลล่าร์  นักวิจัยทราบว่า แม่รุ้งนภาท้องและไปใช้พื้นที่เดิมนานหลายวัน จึงติดตามไปดูห่างๆ ก็ทราบว่าแม่รุ้งนภาออกลูกแล้ว แต่หลังจากนั้นราวสิบวัน แม่ได้เข้าพิกัดโพรงรังอีกเลย ซึ่งทำให้นักวิจัยแปลกใจ    ประกอบกับคอลล่าร์ของแม่รุ้งนภาที่ติดไว้นั้นแบตเตอรี่หมดพอดี นักวิจัยจึงตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบ จึงพบว่ามีลูกในโพรงสามตัว ตายคาโพรงแล้วหนึ่งตัว และอาการร่อแร่อีกสองตัวจากการขาดน้ำ  ขาดอาหาร   จึงช่วยเหลือนำลงมาให้ที่สถานีเพาะเลี้ยงห้วยขาแข้งดูแลต่อ แต่ด้วยความที่ลูกเสืออีกตัว มาถึงศูนย์เพาะเลี้ยงอาการก็หนักมากแล้ว  น้องของคลองค้ออีกตัวจึงไม่รอด

กรณีของแม่รุ่งนภาถือว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เธอทิ้งลูก เช่น มีเสือตัวเมียอื่นมาแย่งอาณาเขตเเม่ของคลองค้อ หรือ มีเสือตัวผู้มาแย่งอาณาเขตพ่อค้อ ที่ต้องฆ่าลูกของพ่อตัวเก่า เพื่อให้เเม่เป็นสัด ผสมกับพ่อใหม่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คลองค้อก็เป็นเสือที่แม่ทิ้งแต่เยาว์วัย

คลองค้อภายใต้การดูแลของศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้งนั้น เจริญเติบโตขึ้นตามวัย   สุขภาพแข็งแรง    เราได้เห็นพฤติกรรมตามสัญชาติญาณเสือโคร่งหลายอย่าง   ทั้งการหมอบซุ่มหลบในพุ่มไม้    ครั้นเราหันหลังให้กรมนานๆ คลองค้อก็จะค่อยๆเดินย่องมา ฯลฯ 

แต่นั่นไม่ได้แสดงว่า คลองค้อจะมีสัญชาติญานของเสือโคร่งเพียงพอที่จะดำเนินชีวิตในป่าได้ เสือเลี้ยง   โดยเฉพาะเสือที่ถูกแม่ทิ้งตั้งแต่คลอกออกมาไม่กี่วัน   แม่ไม่ทันได้สอนทักษะอะไรให้ด้วยซ้ำ  หากคลองค้อถูกเอาไปปล่อยป่า นอกจากจะจับสัตว์หาอาหารเองไม่ได้  ยังอาจจะถูกเสือหนุ่มตัวอื่นทำร้ายเอาได้ด้วย       ความคิดที่จะปล่อยคลองค้อกลับเข้าป่าจึงไม่มี

เสือหลายตัวที่เป็นเสือของกลาง เช่นเสือจากวัดหลวงตามหาบัว ที่ถูกนำไปเลี้ยงที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง  ก็จะถูกเลี้ยงไปจนสิ้นอายุขัย ไม่มีการปล่อยเข้าป่า เพื่อให้ไปตายในป่า

คลองค้อ หรือเสือตัวอื่นๆที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืชนั้น
ถูกดูแลอย่างดี ตามหลักวิชาการแต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มหาศาลเพราะเสื้อเป็นสัตว์กินเนื้อ   กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุพืช มีงบประมาณในการดูแล  ทั้งเงินจากการเก็บรายได้ของหน่วยงาน ที่มาจากค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานต่างๆนี่เอง ที่ถูกนำมาใช้จ่ายในภาระหน้าที่ต่างๆที่มีอยู่มากมาย   

 

แต่หากมีความสนใจ อยากอุปถัมภ์หรืออยากช่วยเหลือศูนย์เพาะเลี้ยงต่างๆท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่    โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า กรุงไทย 980-2-16537-9  เงินบริจาคก็จะเข้าสู่โครงการดังกล่าว  แต่ถ้าต้องการสนับสนุนที่ไหน ก็ส่งหลังฐานไปแจ้ง    ทางสถานีที่เราระบุ  เขาก็จะนำหลักฐานนี้ไปเบิก     อย่างเช่น  ถ้าจะเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์เสือคลองค้อ ก็ส่งหลักฐานการโอนมาทางข้อความ เพจสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรือส่งหลักฐานโอนไปยังกลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า แฟกซ์ 02-5799630 ระบุว่าบริจาคให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 

เพียงแค่นี้ก็จะได้เป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่ากำพร้าทั้งหลายตามสถานีเพาะเลี้ยงต่างๆแล้ว  และอยากเชิญชวนให้มาดูสัตว์ป่าของกลาง สัตว์ที่เพาะเลี้ยง สัตว์กำพร้าที่ถูกส่งมาพักฟื้นตามศูนย์เพาะเลี้ยงต่างๆได้

จริงๆ เราทำอะไรได้มากกว่าคำว่า...น่าสงสาร

 (ภาพทั้งหมดจากศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง/โครงการ Thailand Tiger Project)