พาไปเที่ยว Akita ตอนที่ 2 จาก Tokyo สู่ Akita เที่ยวเมือง yuzawa

นักเดินทางหัวฟู's picture
DAY2

วันนนี้เรามีไฟท์บินไปยังเมืองอะคิตะตอน 9.50 น. ซึ่งออกจากโรงแรมเพื่อไปเชคอินซักแปดโมงครึ่งก็ยังทัน แต่ด้วยความที่เคยเกือบตกเครื่องตอนทริปที่ไปฮอกไกโด มันก็จะมีความกลัวหน่อยๆ เลยออกจากโรงแรมกันประมาณ 8 โมง ด้วยรถฟรีของโรงแรม ซึ่งก็จะมีตั้งแต่เช้าเลย ออกทุกๆ 15-20 นาที ประมาณนี้  เราลงมากินมื้อเช้ากันตั้งแต่เจ็ดโมงกว่าๆ  เป็นมื้อเช้าง่ายๆ มีข้าวร้อนๆ ซุปมิโซะ ผักดอง สาหร่าย ปลา และอาหารประเภทเส้นนิดหน่อย ชา กาแฟ น้ำผลไม้ ขนมปัง 

รถบัสจะใช้เวลาเกือบๆ ครึ่งชั่วโมง มาถึง Terminal 2 เมือลงรถก็เดินไปเช็คอินและโหลดกระเป๋าที่ตู้อัตโนมัติได้เลยค่ะ สะดวกมาก ใช้แค่เลขการจองหรือบุคกิ้งเท่านั้นเอง  หรือใครไม่สะดวกในการใช้ตู้ก็สามารถไปต่อคิวเช็คอินได้ที่เค้าเตอร์มีเจ้าหน้าที่บริการค่ะ แต่การเช็คอินและโหลดกระเป๋าเองก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ ถ้าไม่รู้อะไรเลยก็ลองทำตามที่ตู้บอกเท่านั้นค่ะ ไม่ยาก ค่อยๆ ทำไป ไม่ต้องรีบ เพราะมีตู้เยอะมาก อยากแรกคือเลือกเป็นภาษาอังกฤษก่อน จากนั้นก็ใส่เลขตามที่เครื่องบอก แล้วก็เดินไปที่เครื่องโหลดกระเป๋าอัตโนมัติได้เลย ใช้ตั๋วสแกนเท่านั้นและก็ทำตามคำแนะนำที่เครื่องบอกค่ะ 

มาถึงอะกิตะ อากาศเย็นลงกว่าที่โตเกียวในแบบที่สัมผัสได้ค่ะ เพราะฉะนั้นต่อให้เป็นช่วงที่โตเกียวร้อน แต่ที่นี่ก็จะอากาศหนาวเย็นค่ะ สิบกว่าๆ องศาเท่านั้นเอง เพราะอยู่สูงกว่าโตเกียว จากสนามบินอะกิตะ มีเจ้าหน้าที่ของเมืองอะกิตะมารับและจะพาเราเที่ยวในทริปนี้ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เราอาจจะไม่ได้บอกวิธีการเดินทางเพราะเราจะเที่ยวโดยรถบัสตลอดทริป
เมืองYuzawa,Akita 

เริ่มต้นจริงๆ จังของวันนี้ด้วยมื้อกลางวันที่ร้าน Sato yosuke และเมนูที่ห้ามพลาดเลยถ้ามาถึงอะกิตะ ก็คือ Inaniwa Udon เป็นอุด้งเส้นแบนแบบแฮนด์เมดเท่านั้น ซึ่งที่ร้านนี้เป็นเหมือนบ้านเกิดของอินานิวะอุด้งเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นต้นฉบับของเส้นนี้ก็มาจากตระกูลนี้นี่แหล่ะ ก่อนที่คนทั่วไปจะรู้จักเส้นนี้ และมีขายกันแพร่หลายในเมืองอะคิตะ  เรียกว่าแทบทุกทีก็จะมีเมนูอินานิวะอุด้ง ในร้านอาหารและมีขายแบบแห้งเป็นของฝากสำคัญของเมืองอะคิตะ  วันนี้มาถึงอะกิตะบ้านเกิดของ Inaniwa Udon ที่ร้าน Sato Yosuke แล้ว จะพลาดได้อย่างไรล่ะค่ะ จริงๆ มีเมนูเซตให้เลือกอยู่หลายอย่าง เซตที่เรากินนี้ราคา 1680 เยน(476บาท) ที่มีเมนูน้ำแกงแบบไทยๆ น้ำแกงเขียวหวานและต้มยำกุ้งน้ำข้น กินกับอินานิวะอุด้ง ที่ลวกมาใหม่ๆ มาพร้อมกับหัวไซเท้าดองรมควันซึ่งเป็นอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวอะกิตะ  ตัวเส้นอินานิวะอุด้ง นี่พิเศษมาก ต้องใช้เวลาทำหลายวัน เมื่อยกมาเสิร์ฟ เส้นมีความแวววาว ชุมฉ่ำ และต้องรีบกินก่อนที่ความแวววาวนั้นจะหลายไป เส้นมีความหนุบหนับ กระทบกับลิ้นเคี้ยวเพลินดีค่ะ 


 ในบริเวณร้านเราสามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวิธีการทำ Inaniwa Udon ได้ด้วย ทั้งวิธีแบบดังเดิมที่จัดแสดงเอาไว้และการทำแบบปัจจุบันซึ่งก็ยังคงเป็นการทำด้วยมือทุกขั้นตอนเหมือนเดิมเพียงแต่อุปกรณ์และชุดอาจจะเปลี่ยนไป และไหนๆ ก็ได้ทั้งชิมและชมการทำไปแล้ว ก็อยากจะลองทำเองบ้าง ซึ่งก็สามารถสอบถามกับทางร้านเพื่อ Workshop ทำอินานิวะอุด้งได้ด้วยราคาสามร้อยกว่าบาท ใครอยากซื้อกลับก็มีขายที่ร้านอาหารนั่นแหล่ะค่ะ 
ที่ต่อไปของวันนี้ก็ยังวนเวียนอยู่กับของกินเหมือนเดิมค่ะ ฮ่าๆ  เราจะไปซื้อเครื่องปรุงรสแบบญี่ปุ่นกันถึงโรงงานเลยค่ะ เครื่องปรุงรสที่ว่านี้ก็คือมิโซะและโชยุ ซึ่งเราจะไปกันที่โรงงาน Yamamo ซึ่งที่นี่เค้าทำมิโซะและโซยุ มายาวนานกว่าร้อยสี่สิบปี และใช้น้ำจากแม่น้ำมินาเสะ ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาคุริโคมะ  นอกจากจะมาซื้อสินค้าได้ถึงโรงงานในราคาที่ถูกกว่าแล้ว ใครที่สนใจอยากเดินชมโรงงานก็สามารถซื้อทัวร์เยี่ยมชมและชิมสินค้าของโรงงานได้ด้วย ซึ่งมาถึงที่แล้วจะซื้ออย่างเดียวคงไม่พอ ก็ต้องเข้าไปชมโรงงานกันด้วย ที่นี่เค้าหมักด้วยกระบวนการที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จากผู้เชียวชาญและวัตถุดิบที่เลือกมาอย่างดี ซึ่งก็คือข้าวของเมืองอะคิตะที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น  ต้องยอมรับว่าทั้งรสชาติและแพ็คเก็จของสินค้าที่นี่น่าซื้อมากๆ เราชอบโซยุแบบที่ใส่พวกเครื่องเทศที่ให้กลิ่นเฉพาะมาในขวดด้วย ส่วนอีกอันที่ซื้อมาก็คือโซยุแบบที่ใช้ทำซุป มันหอมและรสชาติกลมกล่อมมากๆ จริงๆ มีอยู่หลายชนิดเลยละ ต้องลองชิมดูว่าชอบแบบไหน นี่ยังคิดอยู่ว่าถ้าหมดแล้วจะไปหาซื้อได้ที่ไหน เมื่อก่อนมีขายในเมืองไทยแต่เดียวนี้ไม่มีแล้ว จะกินก็ต้องไปซื้อถึงเมืองอะกิตะเลยทีเดียวค่ะ 

และที่สุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ของเราก็คือ SanZugawa  เป็นจุดที่สวยงามที่หนึ่งของเมือง Akita ในการชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่พวกเรามาเร็วไปซักหน่อย เลยอดเห็นใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงที่สวยสุดของซานซึกาวะ  เลยได้แต่บอกตัวเองว่าครั้งหน้าจะกลับมาอีก 
SanZugawa  เป็นจุดที่สวยงามที่หนึ่งของเมือง Akita เสียดายมาเร็วเกินไปอดเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเลย

SanZugawa เป็นจุดที่สวยงามที่หนึ่งของเมือง Akita เสียดายมาเร็วเกินไปอดเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเลย

คืนนี้เราพักเรียวกัง ชื่อว่า Motoyu Kurabu เป็นห้องพักที่รวมมื้อเช้าและมื้อเย็นแล้วสำหรับสองคน เพราะในละแวกที่เราพักไม่มีร้านอาหารหรือร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ๆ แบบเดินไปได้ แต่ที่นี่บรรยากาศดีมากๆ ราคาห้องพักที่เราพักในช่วงนั้นประมาณ 7,000 บาท สำหรับสองคน รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า ห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่น เค้าจะมาปูฟูกนอนให้ตอนที่เราไปกินอาหารเย็น ภายในห้องจะไม่มีห้องอาบน้ำแต่มีห้องส้วมและอ่างล้างหน้า เราจะไปอาบน้ำและแช่ออนเซ็นรวมแยกชายหญิงได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากใครอยากแช่ห้องส่วนตัวสามารถจ่ายเพิ่มได้ 1000-1200 เยน ซึ่งแน่นอนเราก็จ่ายไป 1200 เยน หรือประมาณ 340 บาท สำหรับห้องส่วนตัวและออนเซ็นแบบกลางแจ้ง(มีคลิป)    สำหรับมื้อเย็นและเช้าจะถูกจัดเป็นเซตไว้ เป็นอาหารญี่ปุ่นพวกซาชิมิทั่วๆ ไป และปลาท้องถิ่นยัดไส้ด้วยหน่อไม้และมิโซะ และหม้อไฟคิริทังโปะ อาหารห้ามพลาดอีกอย่างถ้ามาเที่ยวอะกิตะ  


คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง: