พาไปเที่ยวAKITA ตอนที่ 4(ตอนจบ) เที่ยวเมือง YOKOTE พาไปชมย่านเก่าแก่ ชมวิวเมือง

นักเดินทางหัวฟู's picture
DAY4

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการเดินทางจาก Yuzawa มาที่ YOKOTE แวะเดินตลาดเช้าท้องถิ่นชื่อว่า Samai 
(GPS ของตลาดsamai นะคะ เพราะคิดว่าน่าจะหาไม่เจอในแมพ: 39.2637947222222,140.489113055556) คิดว่าเราคงมาช้าไปรึเปล่าไม่แน่ใจ เพราะดูเหมือนหลายร้านปิดไปแล้ว แต่ก็ลงไปเดินดูบรรยากาศตลาดท้องถิ่นซักหน่อย ของที่ขายที่ตลาดถูกมาก พ่อค้าแม่ค้าก็ใจดีมาก ถึงจะพูดคุยกันด้วยแอปแปลภาษา แต่ก็คุยกันสนุกมาก ซื้อขนมติดมือกลับมานิดหน่อย ถึงจะไปช้า ไม่มีของขายมากมาย แต่ต้องบอกว่า Happy มากค่ะ ที่ได้คุยกับป้าๆ ลุงๆ ที่ตลาด อยากได้ประสบการณ์แบบนี้ลองแวะไปเที่ยวที่นี่ดูค่ะ 

สาเก เป็นอีกอย่างที่หลายคนที่มาญี่ปุ่นมักจะไม่พลาด และยิ่งมาถึง AKITA ยิ่งไม่ควรพลาดเพราะข้างที่เมืองนี้เป็นที่รู้จักและโด่งดัง สาเก ก็ทำจากข้าว และโรงงานสาเกที่เรามาครั้งนี้ ก็ใช้ข้าวที่ผลิตในเมืองนี้เท่านั้น Ama no to เป็นโรงงานชื่อดังแห่งหนึ่งของเมืองนี้ มีผลิตภัณฑ์หลายชนิด และได้รับความนิยมในต่างประเทศ เพราะได้รับรางวัลมากมาย ด้วยกระบวนการผลิตที่คงคุณภาพ รสชาติ เหมือนเดิมในทุกๆ ขวด และความเชียวชาญที่ทำมากว่าร้อยปี เราได้เดินชมโรงงานผลิตและชิมสาเกประเภทต่างๆ ของที่นี่ โดยมีคุณป้าเจ้าของโรงงานที่ใจดีและอารมณ์ดีพาเราเยี่ยมชม 

KAMAKULAND  ที่นี่เหมือนเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่เพราะมีสวนและสนามเด็กเล่น และรถไฟเที่ยวชมด้วย และยังดูเหมือนเป็นที่จัดงานของเมืองโยโกเตะอีกด้วย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรานั้น ที่นี่มีที่ขายของที่ระลึกของ AKITA มากมาย มีจุดที่เราสามารถ Workshop ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย  และที่สำคัญมีพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดนิทรรศการทั้งหมนเวียนและถาวร ให้เราได้เดินชมด้วย  เรื่องของร้านอาหารที่นี่ก็มีหลายร้านให้บริการ เรียกว่าเป็นอีกจุดที่มีครบหลายอย่าง ถ้ามาที่เมือง YOKOTE ของ จังหวัดAKITA แล้วละก็ ลองแวะมาที่นี่ได้ค่ะ 
และอีกที่ที่เอนจอยกับพี่บอยชอบมากๆ ที่ YOKOTE City  ก็คือที่ MASUDA TOWN  เป็นย่านเก่าแก่ของเมืองโยโกเตะ ที่มีความคลาสสิคมากๆ  ตลอดเส้นทางเดินบนถนนที่มีบ้านเก่าและใหม่ปะปนกันนี้ เราจะเห็นความพิเศษของที่นี่ ซึ่งหากดูผ่านๆ อาจไม่รู้ว่าด้านในเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้เข้าไปชมด้านใน ซึ่งบ้านบางหลังก็เปิดให้เข้าชมฟรี บางหลังอาจจะต้องจ่ายเงินนิดหน่อย ซึ่งเราสามารถดูได้จากแผนที่แจกฟรี  ที่บอกว่าต้องเข้าไปชมด้านในนั้น ก็เพราะว่าเราจะได้เห็น “คุระ”  ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งคุระ หรือ โกดัง นี่แหล่ะ มันเจ๋งมาก คุระหรือโกดังนั้น ถูกสร้างอยู่ในบ้านอีกทีหนึ่ง แต่จะเป็นอาคารที่มีหลังคา ผนัง หรือประตูแยกต่างหากจากบ้านเลย บางหลังก็ทำคุระเป็นที่อยู่อาศัยด้วย แต่หลักๆ การสร้างคุระนี้ก็เพื่อจะเก็บสินค้า ของมีค่าต่างๆ เพราะคุระนี้จะไม่โดนไฟใหม้ เนื่องจากผนังด้านนอกสร้างจากดินเผาที่หนามากทั้งหลัง และประตูนั้นก็ใหญ่โตหนักเป็นพันกิโล ประตูบานหนึ่งมีถึง 5 ชั้น   แต่ละชั้นก็ใช้เวลาสร้างนานเป็นปีเช่นกัน 

เราเดินชมที่บ้านหลังหนึ่ง ข้างๆประตูจะมีที่ใส่มิโซะเอาไว้ ไม่ใช่แค่ไว้กินอย่างเดียว แต่มันมีประโยชน์ตอนไฟใหม้ด้วย เมื่อปิดประตูที่หนาและทนไฟของคุระแล้ว ก็เอามิโซะอุดที่ร่องประตูอีกที ไฟก็จะเข้าไปด้านในไม่ได้ เราว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งดีอ่ะ เลยชอบกันมากเป็นพิเศษ  เดินเล่น ถ่ายรูปที่ที่เพลินมาก ที่นี่มีโฮมสเตย์ด้วยนะ แต่มีแค่ที่เดียว ไว้ครั้งหน้า ถ้าได้ไปพักจะมาแนะนำทุกคนนะคะ 

กที่ที่เอนจอยกับพี่บอยชอบมากๆ ที่ YOKOTE City  ก็คือที่ MASUDA TOWN

กที่ที่เอนจอยกับพี่บอยชอบมากๆ ที่ YOKOTE City ก็คือที่ MASUDA TOWN

และถ้านึกถึงจุดชมวิวของเมือง YOKOTE แล้วละก็ เราก็อยากแนะนำที่ Yokote park Observatory เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองโยโกเตะจากปราสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ  ด้านในจะมีสิ่งของต่างๆ จัดแสดงเอาไว้เกี่ยวกับประเพณีและเทศกาลต่างๆ ของเมืองนี้ โดยเฉพาะเทศกาลหิมะของเมืองในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งจัดแค่ 2 วันเท่านั้น งานเทศกาลหิมะ Yokote Kamakura Snow Festival  นั้นจะจัดที่จุดชมวิวนี้แหล่ะค่ะ จะสร้างกระท่อมเล็กๆ จากหิมะ ที่เรียกว่า KAMAKURA  สามารถเข้าไปนั่งด้านในได้ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีแล้ว ใครที่เกิดเมืองนี้ต้องเคยทำคามาคุระของตัวเองกันทั้งนั้น แต่คามะคุระที่ใช้ในงานเทศกาลนั้นต้องใช้ผู้เชียวชาญเท่านั้น มีแบบอันเล็กๆ ใส่ไฟให้สวยงามด้วยนะ หลังจากได้ยินเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังเราก็ตื่นเต้นจนอยากกลับมาอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์เลย เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าจะพาไปชม KAMAKURA จำลอง ของเมือง ก่อนก็ได้ อยู่ในห้องรักษาอุณหภูมิเอาไว้ เย็นมากๆ แต่จะได้สัมผัสบรรยากาศซักเล็กน้อย นี่แหล่ะ เราก็เลยได้ลองเข้าไปในคะมะคุระเป็นครั้งแรก 

จบการเดินทางของวันนี้ด้วยการเข้าพักที่ํ Yokote Central Hotel ราคาประมาณ 3000 บาท และออกไปหาของอร่อยกินที่ร้านอาหารท้องถิ่นใกล้ๆ โรงแรม 

DAY5 
วันสุดท้ายของทริป คือการเดินทางกลับตั้งแต่เช้า เพื่อไปสนามบินอะคิตะ และต่อเครื่องกลับเมืองไทยในเช้าวันนั้นเลยค่ะ มาถึงเมืองไทยเกือบๆ สี่โมงเย็นค่ะ  
จบทริปเที่ยวอะคิตะของพวกเราสะดุดตาแล้ว สามารถไปดูคลิปของทริปนี้ได้ที่ Youtube.com/sadoodta นะคะ ฝากติดตามการเดินทางของพวกเราในทริปต่อไปด้วยค่ะ  Love you. 


คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง: