พิชิตฟูจิ 3,776เมตร ภูเขาที่สูงและสวยที่สุดในญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เตรียมตัวยังไง

Boysadoodta's picture

ผมขอแบ่งปันประสบการณ์ในการขึ้นไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ ให้กับน้องๆที่สนใจนะครับ ได้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการเดินทาง วางแผนเที่ยว จะได้ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่า และคุ้มกับเงินที่เสียไป คลิปนี้เราจะมาบอกเล่าการเดินทางไปยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง มีอะไรที่ต้องรู้ต้องระวัง ในการขึ้นไปยอดเขาฟูจิบ้าง

อย่างแรกที่อยากจะบอกคือ การปีนเขาฟูจินั้น มีด้วยกันหลายเส้นทาง แต่ในที่นี่ เราจะใช้เส้นทางยอดนิยม ที่เดินทางสะดวกที่สุด ผู้คนนิยมมากที่สุด นั้นคือ เส้นทาง โยะชิดะงุจิ เส้นทางนี้ มีระยะทางการเดินขึ้นเขาประมาณ 6กิโลเมตร และเราจะพักแรมกลางทาง ซึ่งด้านบนมีที่พักให้เลือกหลายจุด และราคาที่พักในแต่ละแห่งก็จะมีราคาแตกต่างกันไป มีตั้งแต่ 5,000-11,500 เยน หรือประมาณ 1,500-3,300 บาทต่อคนต่อคืน

มาเริ่มต้นการเดินทางกันก่อนครับ สำหรับคนไทยอย่างเรา การเดินทางเริ่มต้นจากเมืองไทย สู่โตเกียว ก็แล้วกันนะครับ จากสนามบินนาริตะ ให้ไปที่สถานี JR ชินจูกุ ที่นี่จะมีท่ารถบัส สำหรับนั่งไปที่ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 ได้เลย การซื้อตั๋วก็ไม่ยาก ใช้บริการตู้ขายตั๋วอัตโนมัติได้ หรือจจะจองผ่านทางเว็บไซต์มาก็ได้ ค่าตั๋วจะอยู่ที่ 2,700 เยน หรือ ประมาณ 815 บาท และแนะนำให้จองตั๋วรอบเที่ยวกลับไว้เลยก็จะสะดวก แนะนำว่า วันลงเขาอาจจะเดินลงจากเขามาถึงท่ารถที่ฟูจิชั้น5 ช่วง10โมง-เที่ยง อาจจะจองรถ รอบเที่ยง หรือบ่ายโมงไว้เลยก็ได้ สำหรับคนที่เดินทางกลับเข้าโตเกียว ราคาตั๋วเท่ากันคือ 2,700 เยน

แนะนำ ให้แยกกระเป๋าสำหรับปีนเขาโดยเฉพาะ เอาไปเฉพาะสิ่งที่จำเป็นในการขึ้นเขาเท่านั้น เพราะที่ฟูจิไม่มีบริการหาบสัมภาระ ทุกคนจะต้องแบกสัมภาระขึ้นเขาด้วยตัวเอง และเดินทางไกล ของที่ไม่ใช้อาจจะฝากไว้ที่ตู้ฝากของอัตโนมิติบริเวณสถานีรถไฟชินจูกุได้ ครั้งนี้ผมมีสัมภาระใบใหญ่ เลยใช้บริการตู้ขนาดใหญ่ วันละ 1,000 เยน ฝากไว้2วันก็ 2,000 เยน

การเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 3ชั่วโมงครึ่ง เมื่อมาถึงสถานีชั้น5 ของภูเขาฟูจิ ให้เวลาสำหรับการเตรียมตัวขึ้นเขา ที่ชั้น5 จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก ห้องน้ำ ไว้บริการ เป็นจุดเซ็นเตอร์ใหญ่ หลายคนวอร์มร่างกายก่อนขึ้นเขา หาซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น ในการเดินทาง กินข้าว และหาสเบียงไว้กินระหว่างทาง เพื่อหิว

จากจุดนี้ เราต้องขอบอกไว้อย่างหนึ่ง คือ ที่ภูเขาฟูจิ ทุกชั้นจะไม่มีถังขยะ ดังนั้นขยะของเราทุกชิ้นจะต้องเก็บใส่กระเป๋า แบกลงมาจากเขาด้วย คิดให้ดีว่าจะแบกอะไรขึ้นไปบ้างและจะซื้ออะไรบ้าง นอกจากเสบียงระหว่างทางแล้ว ถ้าไม่อยากขนของไปมาก บนเขาในแต่ละชั้นมีอาหาร และเครื่องดื่มขาย ราคาจะแพงขึ้นตามความสูง เช่นน้ำอัดลม ถ้าซื้อที่พื้นราบก็ราวๆ 150เยน ที่ชั้น5 จะขายที่200 เยน ถ้าสูงขึ้นไปที่ชั้น7 ก็จะขายที่500 เยน ที่ยอดเขาจะขายที่ 600 เยน พกเงินสดติดตัวไว้ใช้จ่ายได้ บนเขาไม่รับบัตรเครดิต ไม่มีตู้ ATM นะจ๊ะ เตรียมเงินสดไปให้พอ

อีกอย่างมันจำเป็นสำหรับการจัดกระเป๋ามาก เพราะเราพลาดมาแล้ว คือ ที่พักด้านบน มีห้องน้ำบริการในทุกๆชั้น ทุกที่พัก แต่บนเขาจะมีห้องอาบน้ำ และที่ล้างหน้าแปรงฟัน มีห้องส้วมที่ใช้ระบบน้ำรีไซเคิล ให้เตรียมชุดเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็น การไม่อาบน้ำของทุกคนเป็นเรื่องปกติที่นี่ เพราะเราทุกคนจะได้นอนกันจริงๆจังๆประมาณ 4ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับคนที่มีแพลนจะเดินไปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ก็ต้องนอน2ทุ่ม และออกเดินทางกันต่อตั้งแต่เที่ยงคืนหรือ ตี2แล้วแต่ระดับความสูงของที่พัก ใครนอนใกล้ยอดก็ไม่ต้องรีบตื่นนั้นเอง

ด้านบนเขา อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5องศา และมีลมแรง แดดแรง หาลองจอนอุ่นๆสักชุด กับเสื้อหาสำหรับปีนเขา เสื้อกันลม ครีมกันแดด เตรียมไฟฉายติดหัว สำหรับเดินช่วงเช้า และอ๊อกซิเจนกระป๋องติดตัวไว้ เพื่อมีอาการเวียนหัว ปวดศรีษะ หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าออก จาก altitude sickness หรือ โรคจากการขึ้นที่สูง ได้ ซึ่งมีโอกาสเกิดได้กับทุดเพศทุกวัย ร่างกายแข็งแรงหรือไม่ก็มีโอกาส เพราะเรากำลังเดินขึ้นเขาที่มีความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล

เมื่อเตรียมตัวเตรียมสัมภาระพร้อมแล้วเราเดินทางขึ้นเขากันเลย ผมเริ่มสตาร์ทออกเดินทางตอน บ่ายโมง จากชั้น5

ที่ชั้น5 เราอยู่เรากำลังอยู่ที่ความสูงระดับ 2,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูเขาฟูจิแบ่งเป็นชั้นๆไว้ 10ระดับ จากชั้น5 ถึงยอดเขาระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร และเราจองที่พักกันไว้ที่ชั้น7 ซึ่งจะอยู่ระดับกลางๆทาง ความสูงที่ระดับ 3,000 เมตร พักที่ครึ่งทางแล้วเที่ยงคืนเราจะเดินทางต่อไปให้ถึงยอดเขาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คือตี4ครึ่ง

การเดินช่วงแรก จากชั้น5 ไปชั้น6 ทางจะไม่ค่อยชันเดินได้เรื่อยๆ บางช่วงเดินผ่านสภาพป่าสน
ที่ชั้น 6 มีศูนย์ให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย มีห้องน้ำสาธารณะบริการ แบบหยอดเหรียญ 200 เยน เราแวะซื้อของที่ระลึกที่ชั้น6ด้วย ใช้เวลาเดินราว40นาที

และพวกเราไปถึงที่พัก ชั้น7 Toyo-Kan ประมาณ 16.40 น. เมื่อมาถึงที่พักที่จองไว้ เจ้าหน้าที่จะบรีฟกฏระเบียบของที่พัก และพาเราไปชมที่นอนของเรา ที่พักบนเขาฟูจิ ทุกที่จะเป็นลักษณะของการนอนเรียงติดๆกัน แบบพอดีตัวเท่านั้นไม่มีที่พักแบบโรงแรมหรู ที่พักของเราดีหน่อย มีพนังกั้นห้องให้ด้วย ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมีที่วางของ และนอนคู่กันได้ มีหมอน และถึงนอน ให้ในที่พัก มีปลั๊กไฟให้เราชาร์ตแบตได้ด้วย มีwifi ฟรีให้ใช้ ราคาที่พักที่เราจองมาสำหรับวันธรรมดา 10,000 เยนต่อคนต่อนคืน หรือประมาณ 3,000 บาท ราคารวมอาหารเย็น และอาหารเช้าที่เขาทำเป็นข้าวกล่องให้ติดตัวไปกินระหว่างทางเดินขึ้นเขาในช่วงเช้า ส่วนใครที่ไม่คิดจะพิชิตยอดเขา สามารถเช็คเอาท์ได้ถึง7โมงเช้า

หลังจากมื้อเย็นแล้ว มีเวลาสำหรับพักผ่อน ดูวิวถ่ายรูปกันเยอะเลยครับ วันนี้ทำเวลาได้ดี ตามกฏของที่พักเราจะต้องเข้านอนตอน2ทุ่ม ไม่รบกวนคนอื่นหลังเวลานี้ เก็บแรงไว้ครับ เราจะต้องตื่นกันตอนเที่ยงคืน เพื่อเดินทางขึ้นเขากันต่อ เหลือระยะทางที่จะไปถึงยอดเขาจากจุดนี้อีก 3กิโลเมตร

เส้นทางจากนี้จะต้องเดินในความมืด และเป็นทางชันต้องปีนป่ายเยอะ และที่สำคัญเราจะเหนื่อยง่ายจากอากาศที่เบาบาง แต่ข้อดีคือมีเพื่อนขึ้นเขากับคุณนับพันชีวิต ดูคึกครื้นมากเลยละ เราพักกันแทบทุกจุดที่พักได้ บางช่วงก้าวขาแทบไม่ออก แต่วิวสวยตลอดทางจริงๆ บางทีเดินได้ 30เมตรก็หยุดพักแล้ว ต้องค่อยๆเดิน

ชั้น8.5 เป็นอีกชั้นที่เราหยุดกันจริงจัง ที่ระดับความสูง 3,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินให้ร้อนๆท้อง เข้าไปหลบลมหนาวด้วย อุณหภูมิ 8องศาได้พลังแล้วค่อยเดินทางกันต่อ จากจุดนี้ทางจะค่อนข้างชัน และเหนื่อยง่ายขึ้นไปอีก เริ่มจะเดินแบบ 10 เมตรหยุด 10เมตรพัก กว่าจะไปถึงยอดได้เหนื่อยมาก

เรามาเจอพระอาทิตย์ขึ้นตรงช่วง 200 เมตรสุดท้ายก่อนถึงยอด เลยหยุดถ่ายรูปกัน หลายคนก็หยุดที่จะรอพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณนี้ซึ่งมีวิวที่สวยมากทีเดียว น่าจะสวยกว่าด้านบนยอดเขา ช่วงเวลาที่หยุดทุกลมหายใจให้หันไปรับแสงแรกยามเช้า ทุกคนหยุดเดินและเงียบมาก เป็นบรรยากาศที่พิเศษจริงๆ

จากนั้นอาการเราแทบจะถอดใจแล้วไม่ค่อยอยากจะเดิน คิดว่าจะลงเขาซะตรงนี้เลยได้มั๊ย แต่พอรู้ว่า ทางลงเขาเป็นอีกทางก็เลยต้องฮึดเดินต่อไปจนถึงยอดเขาชนิดที่ว่า พักทุก10ก้าว แต่ก็มาถึงจนได้ แต่เพื่อนๆบางคนของเราออกเดินทางพร้อมกันแต่มาถึงตั้งแต่ตี2 ส่วนเรากว่าจะมาถึงยอด ก็ตี5กว่าละ ซึ่งสว่างแล้ว ด้านบนเขามีของขายทั้งขนมและเครื่องดื่ม มีตู้น้ำหยอดเหรียญด้วย มีศาลเจ้า และมีปากปล่องภูเขาไฟให้ชม มีที่นักพักผ่อน เรานั่งสูดอ๊อกซิเจนกระป่อง กันเลยละ โครตเหนื่อยเลยกว่าจะมาถึงนี่ได้

เราใช้เวลาอยู่บนเขาพัักใหญ่ แล้วจึงเดินลงเขา ซึ่งทางลงเป็นคนละเส้นกับที่เดินขึ้น ทางขึ้นว่าโหดแล้ว ทางลงดูเหมือนง่ายๆสบายๆ แต่เป้นทางที่เต็มไปด้วยความชัน พื้นเป็นกรวดหินเล็กๆ เดินยาก ไสล์ลื่นอยู่บ่อยครั้ง และเป็นทางซิกแซก เดินไกลมากๆๆๆๆ แทบหมดแรง ไม่มีร้านค้า ร้านอาหารระหว่างทางลงเขา มีจุดพักที่สถานีชั้น 8 แนะนำให้ซื้อน้ำติดตัวไว้ตอนลงเขา และมีห้องน้ำที่ชั้น7 แต่ระหว่างทางแสนไกลคุณจะได้พบแต่ภาพซ้ำๆของการเดินลงเขา และคิดว่าเมื่อไหร่จะถึงสักที กว่าจะถึงสถานีชั้น5 ผมมาถึงตอน 11โมง แบบหิวมากๆ

เมื่อมาถึงสถานีที่ชั้น5 เราจองรถบัสกลับเข้าโตเกียวกันไว้ตอนบ่ายโมง มีเวลาพักผ่อนกันค่อนข้างนาน กว่ารถจะมา การเดินทางกลับเข้าโตเกียวใช้เวลาเท่านเดิม 3ชั่วโมงครึ่ง มาถึงสถานี JR ชินจูกุ

มาสำรวจค่าใช้จ่ายในการปีนเขาฟูจิกันอีกรอบ ว่าเราใช้กันไปเท่าไหร่ต่อคน
•  ค่ารถบัสขามา 2,700 เยน
• ค่าฝากกระเป๋า 2,000 เยน
•  ค่าที่พักบนเขา 10,000 เยน
• ซื้ออ๊อกซิเจนกระป๋อง 1,100 เยน
•  ซื้อน้ำไป 3 ขวด ขวดละ 500 เยน รวม 1,500 เยน
•  ซื้อของที่ระลึกไป 1,000 เยน
•  เข้าห้องน้ำระหว่างทาง 200 เยน
• กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูประหว่างทาง 500 เยน
• ค่ารถบัสขากลับ 2,700 เยน
รวม 21,700 เยน หรือประมาณ 6,500 บาท

คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง: