สวมรองเท้านักธรณีวิทยา ไปเที่ยวอุทยานธรณีโลก สตูล

นักเดินทางหัวฟู's picture
เคยสงสัยกันหรือไม่คะ ว่าทำไมบางคนเดินทางไกลเป็นร้อยหรือหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อไปดูก้อนหินเพียงก้อนเดียว และใช้เวลาอยู่กับมันได้เป็นค่อนวัน และเค้าดูสนุกและเพลิดเพลินกับการเดินวนไป วนมารอบก้อนหิน พร้อมกับหยิบแว่นขยายส่องดูไปเรื่อย เราอาจมองจากมุมของเราว่า จะสนุกได้อย่างไร ก็แค่ก้อนหินหน้าตาเหมือนๆ กัน  ...มาถึงตรงนี้เราอยากให้ทุกคนได้ลองเที่ยวในแบบอื่นๆ ดูบ้าง ก่อนที่จะตัดสินว่าการดูก้อนหิน ก้อนดิน มันไม่สนุก อยากให้ลองเปลี่ยนลองเท้าที่เคยสวมไปสวมรองเท้าคู่อื่นดูบ้าง... 

นี่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปสวมรองเท้าของคนอื่นจริงๆ นะคะ แต่หมายความว่า ให้ลองเที่ยวจากมุมมองของคนอื่นดูบ้าง ว่าทำไมบางคนถึงมีความสุขกับก้อนหิน ที่ดูเหมือนว่าจะพบเจอได้โดยทั่วๆไป  อยากให้ลองหยิบมุมมองคนอื่นมาลองเที่ยวดูบ้าง ไม่ได้หมายความว่าให้ละทิ้งความเป็นตัวเองนะคะ แต่ให้เราจินตนาการจากมุมมองของคนอื่นในแบบที่เป็นตัวเราล่ะ จะเป็นแบบไหน  บางทีเราอาจจะได้ค้นพบความสุขในแบบที่เค้าค้นพบบ้างก็ได้ หรือถ้าลองแล้วไม่ชอบจริงๆ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราเคยลองสวมรองเท้าคู่นั้นไปแล้ว... 

รองเท้าคู่ที่เราอยากให้ทุกคนลองสวมนี้ คือรองเท้าของนักธรณีวิทยา เพราะครั้งนี้เราอยากให้ทุกคนได้ลองสวมมันดูเหมือนอย่างที่เราได้ลองมาแล้ว และขอบอกว่ามันทำให้การเดินทางทุกวันนี้สนุกขึ้นมากมายเหลือเกิน  บางสถานที่ดูผ่านๆ เหมือนจะไม่ได้น่าสนใจอะไรมากนัก แต่ความรู้ทางธรณีวิทยาเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้สถานที่ที่ดูผ่านๆ แล้วไม่น่าสนใจ กลับน่าสนใจและมีสเน่ห์มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยละค่ะ และยังไม่รวมสถานที่แค่ดูผ่านๆ ก็สวยอยู่แล้ว และถ้าได้ความรู้ทางธรณีมาทำให้มันสนุกมากขึ้นด้วย มันจะสนุกสักเพียงไหน


ที่เล่าเรื่องนี้ขึ้นมานั้นก็เพราะว่า ประเทศไทยของเราเพิ่งได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ ให้ อุทยานธรณีสตูล เป็น  “อุทยานธรณีโลก” ซึ่งเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของเมืองไทย ที่ประกาศโดย UNESCO  ซึ่งก็มีคุณค่ามากเท่าเทียมกับ World Heritage(มรดกโลก) และ Biosphere(พื้นที่สงวนชีวมณฑล)  พอได้รู้อย่างนี้แล้ว มันก็น่าตื่นเต้นน่ะสิค่ะ น่าตื่นเต้นอย่างไรน่ะหรือ?  จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร ก็เรามีของดี ของเจ๋งๆ และมีคุณค่าอยู่กับตัว และเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่คนทั่วโลกก็ยอมรับเสียด้วย วันนี้เรามีโอกาสที่จะไปชื่นชมสิ่งที่เรามีอยู่โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลในอุทยานธรณีโลกที่อื่นๆ ในต่างประเทศ ก็อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวและเรียนรู้คุณค่าที่เรามีอยู่ และหากมีโอกาสก็ยังมีอุทยานธรณีโลกอื่นๆ  อีก141 แห่ง(ข้อมูลจากเว็บไซด์ UNESCO ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2561)  ในประเทศต่างๆ 38 ประเทศ  ให้ได้ไปเรียนรู้กันด้วย 

แต่ความตื่นเต้นของการได้เป็น 1 ใน 141 แห่ง ของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกนั้น ก็ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าสิ่งที่เราจะได้พบเห็นในอุทยานธรณีโลก สตูล แห่งนี้  ที่สำคัญมากๆ เห็นจะเป็น “Land of Palaeozoic fossils” คำนี้เรายกมาจากในเวบไซด์ของยูเนสโก ที่กล่าวถึง SATUN GLOBAL GEO PARK จึงอยากจะเล่าความเจ๋งของอุทยานธรณีโลกแห่งแรกในเมืองไทยแห่งนี้ให้ทุกคนได้รู้ ที่ยูเนสโกบอกว่า อุทยานธรณีสตูลของเรานั้นเป็นดินแดนแห่งฟอสซิลในมหายุคพาลีโอโซอิค นั้นก็เพราะว่า เราพบหลักฐานทางธรณีครบทั้ง 6 ยุค ที่อยู่ในมหายุคพาลิโอโซอิค(มหายุคที่เริ่มมีพืชและสัตว์เกิดขึ้น) และในแต่ละยุคนั้นเราสามารถไปดูซากดึกดำบรรพ์เหล่านั้นได้ด้วยที่สตูลนี่แหล่ะ(พื้นที่อุทยานธรณีสตูล ประกอบไปด้วย 4 อำเภอ อ.ทุ่งหว้า อ.มะนัง อ.ละงู และ บางส่วนของ อ.เมือง) จะขอยกตัวอย่าง ฟอสซิลของนอติลอยด์ ซึ่งเราจะพบเห็นได้หลายจุดเลยทีเดียวในสตูล อย่างเช่น ในถ้ำเลสเตโกดอน สุสานนอติลอยด์ที่อ่าวฟอสซิล หมู่เกาะเขาใหญ่ และอีกหลายๆ ที่เลยค่ะ ที่ยกตัวอย่างเจ้า”นอติลอยด์” ก็เพราะว่าหลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อ เรือดำน้ำนอติลุส เรือดำน้ำลำแรกของโลกที่ใช้หลักการดันน้ำเข้าและออกของหอยชนิดนี้ในการสร้างเรือดำน้ำ  นอติลอยด์ที่เป็นฟอสซิลนี้เป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกันกับหอยงวงช้างนี่แหล่ะค่ะ นอกจากนอติลอยด์แล้ว ยังมีฟอสซิลในยุคอื่นๆ อีกหลายชนิด ในหลากหลายที่ของอุทยานธรณีสตูล ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีหลักฐานกำกับครบขนาดนี้ ซึ่งหากใครไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีในตอนนี้ ก็จะมีป้ายให้ข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี ติดเอาไว้ ให้ทุกคนได้เรียนรู้และสนุกไปกับการได้เห็นของจริงในสถานที่จริง 

ในแง่ของธรณีนั้นยังมีอีกมากมายหลายแง่มุม เขียนให้หมดตอนนี้ ก็กลัวว่าคนอ่านจะเบื่อเสียก่อน แต่เอาเป็นว่าในพื้นที่ของอุทยานธรณีสตูลนั้น ได้ค้นพบฟอสซิลที่หลากหลายและมีความสำคัญมากๆ บางชนิดเก่าแก่ที่สุดในคาบสมุทรไทย-มาเล ด้วยซ้ำ ซึ่งก็คือซากของไตรโลไบต์ในยุคแคมเบรียนที่เจอที่เกาะตะรุเตา 

นอกจากฟอสซิสที่พบเจอตามชั้นหินต่างๆ แล้ว ก้อนหินสีสวยๆ ก็เป็นหลักฐานทางธรณีที่น่าศึกษาเช่นกัน อย่างที่ เขตข้ามกาลเวลา เขาโต๊ะหงาย ที่นั่นเป็นทางเดินเลาะเลียบทะเล วิวสวย เมื่อเดินไปจะได้พบกับ จุดที่เรียกว่า ”เขตข้ามกาลเวลา”  เราจะเห็นชัดเจนเลยว่า เขาบริเวณนี้มันมี 2 สี อยู่ติดกัน ซึ่งมันเป็นหินคนละชนิดกัน ซึ่งมันบ่งบอกด้วยว่ามันคือหินคนละยุค หินสีแดงที่เห็นคือหินทราย ซึ่งอยู่ในยุคแคมเบรียน ส่วนอีกฝั่งเป็นสีขาว นั้นคือหินปูน ซึ่งอยู่ในยุคออร์โดวิเชียน เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนคงสงสัยว่า รู้ได้อย่างไร มันอาจจะเป็นหินในยุคเดียวกันก็ได้ ก็มันอยู่ติดกันขนาดนั้น ก็เลยจะเล่าต่อ จากที่ฟังนักธรณีจากกรมทรัพยากรธรณีเค้าเล่าให้ฟังมาอีกว่า ปกติแล้วหินทรายสีแดงๆ ของยุคแคมเบรียนนี้มันก็ไม่ได้อยู่ด้านบนหรอก มันอยู่ด้านล่าง แต่เมื่อมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก มันก็เลยถูกดันขึ้นมา และนี่แหล่ะคือสาเหตุของการเกิดภูเขาโดยทั่วๆไป  และที่เรารู้ว่าหินสองสีนี้มันคนละยุคกัน นอกจากชนิดของหินแล้ว ก็ยังเป็นการพบเจอซากดึกดำบรรพ์ที่เป็นตัวบ่งบอกยุคด้วยค่ะ   เป็นอีกจุดท่องเที่ยวทางธรณีที่น่าสนใจ ทั้งวิวที่สวยงาม และเรื่องราวทางธรณีที่น่าค้นหา เมื่อเดินเลยเขตข้ามกาลเวลามา เราจะเจอก้อนหินที่มีลักษณะแปลกตาเหมือนปากปลาฉลาม และมีชายหาดที่มีหิน 5 สี อยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก  เป็นทั้งที่เที่ยวสวยงาม สนุกสนานและได้เรียนรู้ไปในตัว
เรื่องของการเที่ยวถ้ำในอุทยานธรณีสตูลนั้น ต้องบอกเลยว่ามีค่อนข้างมาก แต่ครั้งนี้จะยกมาสักทีหนึ่ง ซึ่งก็คือ “ถ้ำเจ็ดคต” ที่อำเภอมะนัง เป็นถ้ำที่มีลำคลองไหลลอดผ่านภูเขาหินปูน  นอกจากความสวยงามยามเมื่อเราพายเรือคายัคไปตาม คดต่างๆ ทั้งเจ็ดคต ตามชื่อของถ้ำแล้ว ในทางธรณี หากเรามองขึ้นไปยังด้านบนเพดานของถ้ำแล้วละก็ จะเห็นริ้วที่อยู่ด้านบน ริ้วนี้เกิดจากกระแสน้ำที่เคยไหลในอดีต จากที่เคยอยู่ต่ำๆ ก็ถูกดันยกขึ้นไปอยู่เพดานถ้ำ จากการดันตัวของเปลือกโลก การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ไม่ใช่เกิดกันในห้าหรือสิบปีแต่ในทางธรณีเราคุยกันเป็นสิบเป็นร้อยล้านปีค่ะ  


จากถ้ำ เรามาลงเลกันดีกว่าค่ะ ไปเที่ยว “ปราสาทหินพันยอด”  ที่นี่เราต้องพายเรือคายัคเข้าไปด้านในค่ะ เพราะข้างในไม่ได้ใหญ่โตมากนัก เรื่องของความสวยงามของที่นี่ เชื่อว่าหลายคนคงพอได้เห็นมาบ้างแล้ว ด้านในจะเป็นลากูนที่สวยงาม หากเราสังเกตดีๆ จะมองเห็นฟอสซิลของสัตว์ทะเลที่ผนังของลากูนนี้ ด้วย  พอได้เห็นปราสาทหินพันยอดแล้ว มันช่างมหัศจรรย์เสียจริงๆ ภูเขาที่มียอดแหลมๆ เต็มไปหมด ธรรมชาตินี่สุดยอดจริงๆ แต่ก็อดสงสัยต่อไม่ได้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะ ไหนๆ ในครั้งนี้เราก็เดินทางมากับนักธรณีวิทยาแล้ว ก็เลยได้คำตอบมาว่า ปราสาทหินพันยอดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเกาะเขาใหญ่ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นเกาะหินปูน ในอดีตเมื่อหลายล้านปีก่อน เกาะนี้ก็เป็นส่วนที่อยู่ใต้ดินมาก่อน และถูกน้ำกัดเซาะจนมีรูพรุนมากมาย อย่างที่เรารู้กันว่าหินปูนมีคุณสมบัติที่ละลายน้ำได้ โพรงแต่ละโพรงก็ถูกน้ำละลายไปเรื่อยๆ จนกลายเป้นโพรงใหญ่ซึ่งก็คือบริเวณลากูนที่เราพายคายัคเข้าไปนั่นแหล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นมันยังอยู่ใต้ดิน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก หินปูนก้อนนี้จึงถูกยกตัวขึ้น กลายเป็นเทือกเขาหินปูนเกาะเขาใหญ่  บางส่วนของเกาะเขาใหญ่นี้ เพดานของโพรงใหญ่นี้ได้ถูกน้ำฝนกัดเซาะไปเรื่อยๆ จากที่เป็นโพรงใหญ่อยู่แล้วก็ค่อยๆ บางลง จนกระทั่งรับน้ำหนักไม่ไหว จึงยุบตัวลงมา ซึ่งก็คือบริเวณของปราสาทหินพันยอด เราจึงอาจเรียกได้ว่าประสาทหินพันยอดนี้คือหลุมยุบในภูเขานั่นเอง 

ยังมีต่อเกี่ยวกับปราสาทหินพันยอด ที่ได้ชื่อว่าพันยอดนี้ เดาว่าคงเพราะมียอดแหลมๆ คมๆ เต็มไปหมด ซึ่งเราอาจจะไม่ได้พบเห็นโดยทั่วไปกับหินประเภทอื่น แต่สำหรับภูเขาที่เป็นหินปูนอย่างประสาทหินพันยอดนี้ ก็จะเห็นเป็นลักษณะแหลมๆ แบบนี้ละค่ะ เพราะอย่างที่บอกคือ หินปูนละลายน้ำได้ ซึ่งก็มีส่วนที่ละลายได้ดีและละลายได้ยาก จึงทำให้เกิดเป็นยอดแหลมสวยงามอย่างที่เราเห็นกัน 

ในบริเวณใกล้เคียงกัน มาถึง “อ่าวฟอสซิล” ที่นี่เราใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะพบกับวิวสวยงาม เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะพูดแบบนั้น เพราะแทบไม่ได้ดูวิวเลยด้วยซ้ำ ไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามันสวยขนาดไหน เพราะเอาแต่ส่องฟอสซิลของนอติลอยด์ ซึ่งมีอยู่หลายตัวบริเวณนี้ ขนาดที่ว่าปักป้ายเอาไว้ว่า สุสานนอติลอยด์เลยละค่ะ  มีนอติลอยด์ชนิดที่ขดเป็นกลมๆ ด้วย เลยแอบเข้าใจผิดว่ามันคือแอมโมนอยด์ ดีที่มีนักธรณีมาด้วย จึงได้รู้ว่านอติลอย์ไม่ได้มีแค่ตัวยาวๆ เหมือนปลาหมึกเท่านั้น มีเป็นขดๆวงกลมด้วย

ทางเดินริมทะเลที่เขาโต๊ะหงาย บริเวณเขตข้ามกาลเวลา

ในอุทยานธรณีสตูล ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้ไปเรียนรู้ ลองเที่ยวแบบนักธรณีดูสักครั้ง ลองสวมรองเท้าคู่ที่แตกต่างออกไป เราอาจได้เห็นโลกในอีกแบบ ได้เที่ยวในแบบที่อาจทำให้สนุกและมีความหมายมากขึ้น เรื่องของธรณีแบบพื้นฐานไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคนขี้เกียจอ่านแบบเราสนุกกับธรณีวิทยาได้ เราเชื่อว่าทุกคนก็คงสนุกกับการเที่ยวอุทยานธรณีสตูลได้เช่นกัน... HAVE A NICE TRIP