หน้าฝน เขียว สวย ดีต่อใจ เที่ยวเชียงใหม่ไม่ต้องรอหนาว

นักเดินทางหัวฟู's picture
ใครว่าเที่ยวเชียงใหม่ ต้องรอให้หนาวเสียก่อน เอาจริงๆ แล้ว ไม่ต้องรีรออะไรเลยค่ะ หน้าฝนนี่แหล่ะ สวยไม่แพ้หน้าหนาวเช่นกัน สมัยก่อนผู้คนมักเรียกฤดูฝนว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่ปัจจุบันนี้เราเปลี่ยนมาเรียกเค้าว่า Green Season เพราะเราต่างรู้ดีว่าเชียงใหม่หน้าฝนนี่แหล่ะ สวย สดชื่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวสดใส ไปซะหมด   สำหรับทริปนี้ของพวกเราสะดุดตาก็เช่นกัน  หน้าฝนไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเดินทาง แต่กลับเป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มให้การเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ มีสีสัน และมีชีวิตชีวาต่างไปจากเดิม 

การเดินทางในทริปนี้นั้น ใช้เวลาทั้งหมด 3 คืน 4 วัน  เดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินและเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยรถตู้เช่าค่ะ ส่วนที่พักนั้น ทั้ง 3 คืน พักที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แม่แจ่ม และที่บ้านผาหมอนค่ะ ทริปนี้พวกเราสะดุดตาไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง พักที่ไหนบ้าง เดี๋ยวจะข้อมูลให้แบบว่าให้ไปเที่ยวตามกันได้เลย  เราจะพยายามใส่ข้อมูลราคาต่างๆ  ที่ใช้ในทริปไว้ให้ เผื่อเป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวสำหรับเพื่อนๆ แต่สำหรับราคาบางอย่างเพื่อนๆ อาจต้องเชคแบบเรียลไทม์กันเองนะคะ อย่างเช่นพวกราคาตั๋ว ที่พัก อะไรแบบนี้   (สำหรับข้อมูลในแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก หรือร้านอาหารแบบละเอียดสามารถคลิกเข้าไปอ่านในลิ้งค์หรือดูในคลิปวีดีโอได้นะคะ) 



Day 1  
- Bangkok-Chaiangmai...  เดินทางด้วยสายการบิน Thai AirAsia  ช่วงนี้เค้ามีโปรพิเศษ 100 คนแรกเที่ยวฟรี 
- ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ที่เชียงใหม่   “พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ใหม่เอี่ยม”  พิพิธภัณฑ์ที่มีความอาร์ทและเป็นตัวของตัวเอง เดินชม เดินถ่ายภาพเพลินๆ กับนิทรรศการถาวรที่เป็นงานศิลปะที่ถูกสะสมเอาไว้ของตะกูลบุนนาค    และนิทรรศการหมุนเวียนที่ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาโดยจะมีเรื่องราวการนำเสนอตามธีมของช่วงเวลานั้นๆ 
- Lunch… มื้อกลางวัน ที่ “ร้านอาหารกำแพงแก้ว”  ร้านอาหารที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม นี่แหล่ะค่ะ ถ้า  MAIIAM คือ  Contemporary Art Museum แล้ว ร้านอาหารกำแพงแก้ว ก็คงจะเป็นอะไรที่เรียกว่า    Contemporary Restaurant  ได้เช่นกัน เพราะที่นี่มีอาหารโบราณอย่างแตงโมหน้าปลาแห้ง นำมาจัดเสิร์ฟเก๋ไก๋ในร้านอาหารที่ตกแต่งเรียบง่ายแบบสมัยใหม่ นอกจากนั้นยังมีเมนูให้เลือกอีกหลายเมนูทั้ง        เมนูอาหารไทยโบราณและตะวันตกด้วย 
- “เขียว สวย หอม นั่งรถรางชมเมืองเก่า เชียงใหม่”  ซึ่งจะมีวันละ 4 รอบ แต่ใครอยากได้แบบพิเศษซักหน่อยก็จองล่วงหน้าแบบที่มีของว่างและ workshop ได้ค่ะ อย่างครั้งนี้เราไปตีพวงกุญที่วัดศรีสุพรรณ ซึ่ง .    เป็นแหล่งเครื่องเงินอันโด่งดังของเชียงใหม่เลยละค่ะ  รถรางจะขับพาเที่ยวแวะชมวัดต่างๆ และโบราณสถาน เช่น วัดพระสิงห์ วะดโลกโมฬี คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ โดยจะมีกลุ่มเขียว สวย หอม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงาน      ด้านการอนุรักษ์ ต้นไม้ในเชียงใหม่ มาเป็นผู้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟัง 
- Dinner….  Woo cafe  Art Gallery Lifestyle Shop  ไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่มีอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ที่นี้มีงานศิลปะให้ได้ชม และสินค้าให้ได้ช๊อบ ร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ เพราะที่นี้ใช้ดอกไม้สด .    ในการตกแต่งร้าน มีมุมให้เลือกนั่งหลายมุมทั้งด้านในห้องแอร์และด้านนอก ขอบอกก่อนว่าอาหารที่ร้านนี้จานใหญ่มาก และมีเมนูให้เลือกมากมาย มีสาขาที่ไต้หวันซะด้วยนะคะ
- Fashion Show  “งานมหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี”  ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์  งานแฟชั่นโชว์ที่มีนายแบบนางแบบชั้นนำของเมืองไทยมากันเพียบ กับเสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซด์เนอร์คน    เก่งของไทย งานนี้มองชุดที่สวมใส่ตาไม่กระพริบ ไม่คิดว่าผ้าไทยจะออกแบบได้เก๋ไก๋เบอร์นี้  แถมยังเข้ากับหุ่นและลุคของนางแบบได้ดีมากๆ ด้วย หลายๆ ชุด เลย สามารถเอามาใส่เดินถนนได้จริงๆ 
- มื้อดึกก่อนพักผ่อน ที่ย่านนิมมานเหมินห์ ยามค่ำคืนแบบนี้เต็มไปด้วยฟู้ดสตรีท เดินไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก เมืองเชียงใหม่ตอนกลางคืนนี่ก็คึกคักไม่เบาจริงๆ ค่ะ 
- ที่พักของเราในคืนแรกนี้ อยู่ในย่านนิมมานห์เหมินห์ นี่แหล่ะค่ะ เป็นโรงแรมอาร์ทๆ เท่ๆ “Art Mai ?”  อาร์ทหรือไม่ต้องลองไปพักดูค่ะ โรงแรมที่มีแกลอรี่อยู่ภายใน อีกทั้งยังตกแต่งได้เท่ เก๋ไก๋ สไตล์ศิลปิน



Day 2 
- Breakfast… มื้อเช้าที่โรงแรม เป็นแบบบุฟเฟย์ ส่วนเมนูไข่ต่างๆ จะมีพนักงานมารับออเดอร์ที่โต๊ะเลยค่ะ 
-  ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่-ออบหลวง โดยรถตู้ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ เช้านี้แดดออกจ้า ถ่ายรูปฟ้าสวย สดใส
-  เที่ยว “ออบหลวง”  นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ถ่ายภาพรูปออกมาแล้วเก๋ไก๋ สวยเขียว สดชื่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวน่าสนใจทาง           ธรณีวิทยาอีกด้วย ยิ่งฤดูฝนอย่างนี้ ต้นไม้ก็จะเขียว สดชื่นเป็นพิเศษ เหมาะแก่การเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนด้วย 
- “สวนสนบ่อแก้ว”   บนเส้นทางฮอด-แม่สะเรียง ต้นสนเขียว สวย เรียงราย อย่างเป็นระเบียบ มีทางเดินอยู่ตรงกลาง ดูโรแมนติกสุดๆ ที่นี่จึงเป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะฤดูฝนแบบนี้ ก็จะเขียว เป็นพิเศษ     และยังมีดอกไม้หน้าฝนที่ชูช่อ ผลิบานขึ้นมา ทำให้หน้าฝนนี้ที่สวนสนบ่อแก้ว ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน  
- Lunch… มือกลางวันชิลๆ กับ อาหารกล่องที่ห่อมา ใครจะเตรียมเองหรือสั่งจากร้านอาหารก็ได้ ทริปนี้เราส่งอาหารเหนือในกล่องเก๋ไก๋ มานั่งกินในบรรยากาศป่าสน บอกได้เลยว่า มันดีงาม สวนสนบ่อแก้ว 
- เดินทางไปยัง อ.แม่แจ่ม 
- Coffee Tea and Cake @ขนมนุช แม่แจ่ม ร้านกาแฟในบรรยากาศสบายๆ ใต้ถุนบ้าน ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ลมพัดสบายตัว และสบายพุงกับเค้กอร่อยๆ ในราคาสบายกระเป๋า 
   ดีงามที่เจ้าของร้านอัธยาศรัยดี ลุกนั่งสบายใจ 
- “ป่าบงเปียง” ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะขึ้นไปไม่ถึงบ้านป่าบงเปียง เพราะฝนดันเทลงมาเสียก่อน เแต่เราก็ได้แวะที่ยวนาขั้นบันไดตามจุดต่างๆ ระหว่างทางขึ้นไปป่าบงเปียง ซึ่งก็สวยงามและสดชื่นไม่แพ้กันเลยนะคะ          เสน่ห์อีกอย่างของการเที่ยวในฤดูฝนสำหรับเราก็คือเหตุการณ์แบบนี้แหล่ะ บางอย่างที่อาจไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ แต่เราก็จะได้รับประสบการณ์สนุกอื่นๆ เข้ามาทดแทนเสมอ แค่เราเปิดใจ การเดินทางก็    จะสนุกสนานมากขึ้น 
- Dinner… “เฮือนม่านมุก”   ร้านอาหารตกแต่งเรียบง่าย  มีเมนูทั้งไทย อีสาน และพื้นเมือง 
- ที่พักของเราคืนนี้ เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ บรรยากาศสบายๆ “เฮือนแรมแจ่มเมือง”  เป็นบ้านพักหลังใหญ่ ที่มีบางส่วนเปิดให้นักท่องเที่ยวได้พักและบางส่วนก็เป็นบ้านอยู่อาศัยของเจ้าของ บรรยากาศร่มรื่น            สบายๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ 


Day 3 
- Breakfast…มื้อเช้าในที่พัก ข้าวต้มร้อนๆ แซนวิชโฮมเมดและชากาแฟ ในบรรยากาศสบายๆ ยามเช้า 
- แวะชมนาขั้นบันไดในเมืองแม่แจ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งก็จะมีให้สามารถแวะชมได้หลายจุดเลยค่ะ 
- วัดป่าแดด แม่แจ่ม วัดเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนา จุดเด่นของวัดนี้คือภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งวาดโดยศิลปินชาวไทยใหญ่ เกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดก สำหรับวิหารสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2400 
- วัดพุทธเอิ้น แม่แจ่ม มีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ซึ่งก็คืออุโบสถกลางน้ำที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งก็จะมีน้ำล้อมรอบอยู่ตลอดทั้งปีเนื่องจากมีบ่อน้ำผุดอยู่ในบริเวณเดียวกัน จึงต่อ      ท่อมาที่บ่อนี้ด้วย และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือบ่อน้ำผุดนี้เป็นบ่อที่ชาวบ้านแม่แจ่มจะมารองน้ำเอาไปใช้ดื่มกินกันด้วย ชาวบ้านที่นำแกลลอนมากรอกน้ำได้บอกกับเราว่า กรมวิชาการแพทย์ได้นำน้ำนี้ไปตรวจแล้ว    ปลอดภับสมารถดื่มได้ 
- วัดยางหลวง เป็นอีกวัดที่น่าสนใจของอำเภอแม่แจ่ม ด้านในมีภาพเงาอุโบสถกลับหัว แต่เราไม่ได้เข้าไปนะคะ เพราะชาวบ้านบอกว่าห้ามผู้หญิงขึ้นไป  และครั้งนีเราไปในช่วงเวลาเดียวกับที่มีงานพอดี จึงได้ร่วม    วงกินข้าวตามคำชวน ใกล้ๆ กันกับวัดมีธารน้ำเล็กๆ และทุ่งนาเขียวขจีสบายตาเลยแหล่ะค่ะ 
-Lunch… มื้อกลางวันที่แม่แจ่ม วันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวและส้มตำที่ร้านเฮือนแม่อุ๊ย ค่ะ 
- Shop ผ้าตีจก แม่แจ่ม ที่แม่แจ่มนี้มีชื่อเสียงเรื่องผ้าตีนจกมากๆ ค่ะ มีลวดลายเฉพาะตัวละอียด และนอกจากผ้าตีนจกแล้วก็มีผ้าทอพื้นเมืองเหนือแบบทั่วๆ ไปด้วยค่ะ เรื่องว่ามีเรียงติดกันหลายร้านเลยละค่ะ 
- ที่พักของเราคืนนี้ “บ้านผาหมอน” แถวๆ ดอยอินทนนท์ เป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ท่ามกลางนาขั้นบันได บรรยากาศดีสุดๆ บ้านพักค่อนข้างเรียบง่าย สะอาดเป็นระเบียบ ที่พักจะไม่รวมอาหารนะคะ หากอยากทาน .        อาหารต้องติดต่อล่วงหน้านะคะ 

 Day4 
- Breakfast…มื้อเช้าเป็นผัดผัก ไข่เจียว และข้าวต้มหมูใส่ผักปรุงรส อาหารพิเศษที่จะได้กินเฉพาะช่วงเทศกาลของชาวเขา 
- เช้านี้ชิลๆกัน ที่บ้านผาหมอน ให้หนำใจ ที่นาขั้นบันหน้าบ้านยามเช้า มองเห็นหมอกไกลๆ อยู่บนยอดเขา แสงแดดเริ่มออกเป็นสีทอง เหล่าแมงปอก็ออกมาบินอาบแดดกันน่าสนุก ส่วนเราก็จิบกาแฟ 
   ยืนชมททุ่งนา ถ่ายรูปเล่นไปตามเรื่องตามราว ที่ใกล้ๆ กันยังมีต้นพลับให้เห็นด้วยนะ 
- ร้านกาแฟสมศักดิ์ บ้านแม่กลางหลวง ลองบดกาแฟด้วยตัวเองและชิมกาแฟ และยังมีให้ซื้อกลับได้อีกด้วยนะ 
-  "ผาช่อ"  เดินเท้าเข้าไปไม่ไกลนัก จะได้พบกับกำแพงตะกอนดิน ที่มีความสูงกว่า 30 เมตร ซึ่งเกืดจากการแปรสัณฐานทางธรณีวิทยาเมือ 5 ล้านกว่าปีที่ผ่านมา ในยุดที่บริเวณนี้เคยเป็นแม่น้ำปิงมาก่อน ยิ่งเดิน    เข้าไปใกล้ๆ ก็ยิ่งอลังการสุด ต้องมาก่อนเที่ยวถึงจะถ่ายรูปสวยนะคะ 
- Lunch… Monkey Kitchen เชียงใหม่ มื้ออร่อยกับเมนูสุดพิเศษ จากเชฟเมย์ เชฟคนเก่งจากรายการ  Top Chef Thailand เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากแทบทุกเมนูเลยละค่ะ โดยเฉพาะเอ็นหอยในซอส    รสชาติเหมือนมาจากท้องทะเลสูตรพิเศษ ที่เราจะกลับไปกินอีกอย่างแน่นอน 
- Chiangmai-Bangkok  เดินทางด้วยสายการบิน Thai AirAsia


[ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในทริป]

#ค่าใช้จ่าย Day1 
ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ                  : ราคาตั๋วที่เราเคยจองต่อคนไปกลับประมาณ 2,xxx เคยจองล่วงหน้าประมาณสองสัปดาห์ (ส่วนทริปนี้ได้รับการสนับสนุนตั๋วจากสายการบินไทยแอร์เอเซียค่ะ) 
พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ใหม่เอี่ยม         : 150 บาท (ช่วงนี้มีโปรถึง 30 กย. 60 ถ้ามีตั๋วแอร์เอเซียเข้าแหล่งท่องเที่ยวฟรีได้ด้วย รายละเอียดในลิ้งค์ โปรพิเศษ 100 คนแรก) 
ร้านอาหารกำแพงแก้ว                   : ราคาอาหารจานเดียวเริ่มต้นที่ 75 บาท ส่วนอาหารเป็นจานๆ เริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาท อย่างแตงโมหน้าปลาแหงราคา 180 บาท 
รถรางเที่ยวชมเมือง เขียว สวย หอม  : 200 บาท (รอบพิเศษต้องจองล่วงหน้าราคารวมกิจกรรมตอกพวกกุญแจ) แต่หากนั่งเที่ยวอย่างเดียว ผญ. 50  บาท ด. 30 บาท 
Woo cafe                                 : ราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท 
Art Mai?                                   : ราคาห้องเริ่มต้นที่ 3500 บาท แต่บางช่วงก็มีลดราคากว่า 30% ในเว็บไซด์ของโรงแรมมีลดราคาอยู่บ่อยๆ 
Food ’s  Sreet @Nimman          : เดินเล่นซื้อของปิ้งย่างหมาล่ากินไม้ละ 10 บาท ก๋วยเตียว ต้มกระดูกราคา 40-60 บาท 

#ค่าใช้จ่าย Day2
ออบหลวง                  : ชาวไทย  ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท  /ชาวต่างชาติ   ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท 
ข้าวกล่องมื้อกลางวัน .  : ราคาเริ่มต้นที่ 150-300 บาท 
ขนมนุช. แม่แจ่ม         : เค้กชิ้นละ 35 บาท 
ค่าเช่ารถขึ้นป่าบงเปียง : 1500  บาท/คัน รวมน้ำมัน
เฮือนม่านมุก              : อันนี้จำราคาเริ่มต้นไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่ราคาไม่สูงค่ะ 
เฮือนแรมแจ่มเมือง      :  มี.ค.-ก.ย. ราคา 1200 บาท/คืน,  ต.ค - ก.พ. ราคา 1500  บาท/คืน 

#ค่าใช้จ่าย Day3

ผ้าตีนจกแม่แจ่ม         : ราคาเริ่มต้นที่ 2300 บาท ส่วนผ้าทอพื้นเมืองราคาเริ่มต้นที่ 350 บาท 
บ้านผาหมอน            : บ้านหลังใหญ่(นอนได้ 8 คน)  ราคา 4500 บาท
       บ้านเล็ก(นอนได้4 คน) ราคา 1700 บาท 
       บ้านเล็ก(นอนได้2คน) ราคา 1500 บาท 
      *ราคาไม่รวมอาหารและบริการเสริม 

#ค่าใช้จ่าย Day4
ค่าเช่ารถตู้ .              : คันละ 1800-2000 บาท 
ค่าน้ำมันรถตู้ทั้ง 4 วัน  : ประมาณ 1800 บาท 
ผาช่อ                       : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท 
                        ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ร้านกาแฟสมศักดิ์       : กาแฟคั่วบดราคาเริ่มต้น  100 บาท 
Monkey Kitchen     : ราคาอาหารและเครื่องดื่มเริ่มต้นที่หลักสิบจนไปถึงหลักพันค่ะ อย่างพิซซ่าราคาเริ่มที่สองร้อยกว่าบาท ส่วนเอ็นหอยในซอสทะเลนั่นราคา 350 บาท ค่ะ

สอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวอื่นๆ ในจ.เชียงใหม่ ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0-5327-6140-2 

คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง: