3 วัน 2 คืน กิน เที่ยว พักผ่อน แช่น้ำร้อน นอนปราจีนบุรี

นักเดินทางหัวฟู's picture
ปราจีนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถประมาณร้อยกว่ากิโลเมตรก็ถึง เรียกว่าเป็นอีกจังหวัดที่เราเอง คิดว่าขับรถไปกินข้าว เล่นน้ำตก แล้วก็ขับกลับก็ยังได้ แต่ครั้งนี้ เราจะไม่เพียงแค่กินข้าว เล่นน้ำแล้วกลับ  เพราะว่า ที่ปราจีนบุรี มีอาหารหลายอย่างที่เรายังอยากกิน แบบว่ามื้อเดียวคงกินไม่ไหวทั้งหมดนั้น และมีหลายที่ที่อยากไป นอกเหนือจากการล่องแก่งในฤดูฝน ครั้งนี้เราจึงมาเที่ยว มากิน และพักผ่อนไปด้วยในตัว   ทริปนี้ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้าทุกวัน นอนตื่นตามสบาย พอสายๆ ก็ออกไปเที่ยว ไปกิน  ไปช๊อป กลับมาออกกำลังกาย แช่ออนเซ็น ว่ายน้ำ ที่โรงแรมที่เราพักในครั้งนี้ซึ่งมีพร้อมทุกอย่างที่เหมาะแก่การพักผ่อน

ในทริปนี้บอกก่อนเลยค่ะว่า มีครบทั้ง เที่ยว กิน กิจกรรม ช๊อปปิ้ง และพักผ่อน ในเวลา 3 วัน 2 คืน นี่แหล่ะ แบบไม่เหนื่อยจนเกินไปด้วยนะคะ  ทริปนี้เราจะได้พักผ่อนเต็มที่ เพื่อเติมพลังในวันทำงานของเราในสัปดาห์ถัดไป เชื่อว่าหลายๆ คน ก็คงเป็นเหมือนเราที่บางครั้ง อาจจะไม่ได้อยากเที่ยวหนักจนเหนื่อย แล้วพอกลับมาทำงานก็รู้สึก เฮ้ย !!! ทำไมเรายังเหนื่อยอยู่เลยนะ  ไปเที่ยวมา แต่เหมือนไม่ได้พักเลย บางครั้งพวกเราจึงมีทั้งทริปเที่ยวและทริปพักผ่อนสลับกันไป ไม่ได้เที่ยวหนักในทุกๆ ครั้งที่เดินทาง 

ในทริปเที่ยวปราจีนบุรี ครั้งนี้ จึงเป็นทั้งทริปเที่ยวและพักผ่อนไปในตัว ครั้งนี้เราเลือกจองที่พักแถวๆ อ.กบินทร์บุรี เนื่องจากมีโรงแรมที่เราสนใจอยู่หลายที่และยังมีเมนูชื่อดังของอำเภอนี้ อย่างกระเฉดชะลูดน้ำด้วย  เราจึงเลือกพักที่ serenity hotel & spa kabinburi ซึ่งเป็นที่พักที่มีพร้อมทุกสิ่งอย่างสำหรับการพักผ่อน  และก็ออกไปเที่ยว กิน ทำกิจกรรม ตามอำเภออื่นๆ ของปราจีนฯ  Let’s go .


DAY 1


- “ใกล้แม่ คาเฟ่” ออกจากกรุงเทพฯ ขับรถไปทาง อ.บ้านสร้าง แวะกินมื้อเช้าง่ายๆ และกาแฟซักแก้ว ที่คาเฟ่เล็กๆ ริมทาง บรรยากาศสบายๆ  ในร้านมีงานคราฟท์ พวกผ้าย้อมคราม และกระเป๋าปักด้วยมือ น่ารักๆ วางขายในมุมเล็กๆ ของร้าน (พิกัด อ.บ้านสร้าง GPS : 14.000746, 101.230887  เปิด 08.00 น. เบอร์โทร : 095-7275722)


- “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร”  ตึกสีเหลืองสดใส ตึกนี้ กลายเป็นเหมือนแลนด์มาร์คที่สำคัญของจังหวัดปราจีบุรีไปเสียแล้ว ถึงแม้จะชื่อว่าตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แต่ก็ไม่ใช่ตึกที่ท่านเจ้าพระยาฯ อาศัยอยู่ แต่เป็นตึกที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร สร้างเพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แต่พระองค์สวรคตไปเสียก่อน จึงใช้เป็นที่ประทับแรมของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 และพระบรมวงศานุวงศ์องค์อื่นอีกหลายๆ พระองค์  ต่อมาหลานสาวของเจ้าพระยาอภัยภูเบศรซึ่งเป็นเจ้าของตึกนี้ ด้วยการถวายตึกนี้โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในตอนที่หลานสาวคนนี้ได้รับการสถาปนาเป็นพระนางเจ้าสุวทนาวรราชเทวี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6  และพระนางได้ประทานที่ดินและตึกนี้ให้แก่มณฑลทหารบกที่ 2 สำหรับการรักษาพยาบาลทหารและประชาชน  เมื่อมีการจัดตั้งโรงพยาบาลปราจีนบุรี ขึ้นมาในสมัยนั้น จึงเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบามเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อระลึกถึงท่าน ต่อมากรมศิลปกรจึงขึ้นทะเบียนตึกนี้เป็นโบราณสถานมาจนทุกวันนี้  นอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมบาโรกของยุโรป แล้วผู้คนทั่วไปทราบกันที่ว่าที่นี่เป็นอีกสถานพยาบาลสำหรับการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกหรือด้วยสมุนไพรนั่นแหล่ะค่ะ การมารักษาที่นี่นั้น ก็ทำเหมือนเราไปหาหมอที่โรงพยาบาลแบบปกติเลยค่ะ ตรวจร่างกาย แล้วหมอก็จะจ่ายยาให้ แต่จะเป็นยาสมุนไพรเอาไปต้มดื่มนะคะ หรือใครไม่อยากพบแพทย์ก็มียาสมุนไพรแบบสำเร็จรูปขายด้วยค่ะ มีหลากหลายชนิดมาก  ภายในตึกยังมีนิทรรศการประวัติของตึกนี้ ประวัติของเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและเรื่องราวของปราจีนบุรีด้วยค่ะ หากใครชอบนวดละก็ ย้ายไปตึกข้างๆ ได้เลยค่ะ มีบริการหลากหลายมาก ทั้งนวดไทย นวดน้ำมัน นวดเท้า   (พิกัด อ.เมือง GPS : 14.054391, 101.396106  เปิด 8.30-16.00น. เบอร์โทร : 037-211 289, 037-211 088 ext. 2149, 2133)


- “บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร”  เป็นร้านอาหารในมูลนิธิของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนักค่ะ จุดเด่นที่สำคัญของร้านนี้ก็คือ บรรยากาศเหมือนกินข้าวที่บ้านไม้ร่มรื่น และอาหารอร่อยๆ มีเมนูสมุนไพรให้เลือกมากมายและยังหน้าตาน่ากินซะด้วย ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ยำวุ้นเส้นอัญชัน ราดหน้าอัญชัน ข้าวอบธัญพืชที่เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำพริกและผัก ส่วนเครื่องดื่มนั้นก็มีน้ำสมุนไพรต่างๆ ที่เสิร์ฟคู่มากับโซดานี่แหล่ะค่ะ  (พิกัด ถนนหน้าเมือง อ.เมือง GPS: 14.053093, 101.371475 บ้านเปิด 10.00-19.30 น. ครัวเปิด 11.00-19.00 น. ปิดวันจันทร์ เบอร์โทร :097 021 1037)

- “De ya Cafe” เดอ ย่า คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ยอดฮิตอีกร้านของคนปราจีนบุรี ร้านค่อนข้างกว้างขวาง  จัดร้านได้ดี สบายตา มีการจัดโต๊ะหลากหลายทั้งสำหรับกลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็กๆ มีมุมส่วนตัวหลายมุม มีเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลาย เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือ มะยงชิดปั่น บอกเลยว่าอร่อย กินแล้วสดชื่นมากๆ 
(พิกัด อ.เมือง GPS : 14.061001, 101.357287 เปิด 09.00-21.00 น. เบอร์โทร 037 452 353)

- “ไม้เค็ดโฮมสเตย์” นอกจากเป็นโฮมสเตย์แล้ว ที่นี่ยังมีผลไม้ให้สามารถมาซื้อกันได้ด้วยนะ อาจจะต้องโทรสอบถามกันก่อน หากใครอยากจะมาซื้อกันถึงสวน หรือกินกันที่สวนละก็  ทุเรียนปราจีนบุรี ซึ่งได้รับ GI(สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)  ซึ่งมีลักษณะเด่นที่มีเนื้อแห้ง หนา เส้นใยน้อย รสชาติหวานมัน และมาถึงสวนทั้งที แค่ทุเรียนคงไม่พอสำหรับเรา สุดท้ายแล้ว ก็ยังซื้อทั้งเงาะ มะม่วง ลองกอง ติดมือกลับมาด้วย เงาะปราจีนฯ ก็อร่อยนะคะ ปลอกเปลือกออกมา แห้ง น้ำไม่เยิ้มเลยค่ะ นอกจากผลไม้ที่ซื้อมาแล้ว ยังมีผลไม้แปลกๆ ที่เราไม่คุ้นอยู่หลายอย่างเลย ลองไปเที่ยวกันดูนะคะ  (พิกัด ต.ไม้เค็ด อ.เมือง GPS : 14.124673, 101.326711 เบอร์โทร : 037-454148 , 0814544148 )


- “หมู่บ้านสมุนไพรบ้านดงบัง” ความเป็นเมืองสมุนไพรของปราจีนบุรีนั้นชัดเจนสุดๆ เรียกได้ว่าตั้งแต่เราเดินทางมาทั่วเมืองไทย เรื่องของสมุนไพรกับคนปราจีนฯ นี้ มองเห็นและจับต้องได้อย่างแท้จริง ที่ปราจีนฯ มีโรงพยาบาลที่รักษาด้วยสมุนไพร แล้วแหล่งปลูกแหล่งใหญ่ก็ยังอยู่ในปราจีนฯ นี่แหล่ะ ที่บ้านดงบัง ที่นี่เป็นชุมชนที่ปลูกและส่งออกสมุนไพรกันอย่างจริงจังมาก มีโรงอบของชุมชน มีพื้นที่ปลูกมากมาย ครั้งนี้เราจึงติดต่อมาล่วงหน้าเพื่อที่จะมีวิทยากรนำชมสวนสมุนไพร ซึ่งมีหลากหลายชนิด บางชนิดไม่เคยรู็จักมาก่อน  ทั้งเดินดู เดินคุย เด็ดดม เด็ดชิม จนสุดท้ายมาจบลงที่การทำลูกประคบด้วยตัวเองเพื่อเอากลับไปใช้ที่บ้าน ซึ่งการหากใครอยากมีประสบการณ์แบบเราก็สามารถติดต่อมาก่อนล่วงหน้า ราคาค่าวิทยากรนำชม 500 บาท ส่วนลูกประคบนั้น ลูกละ 80 บาท ทำกี่ลูกก็ได้ค่ะ นอกจากสมุนไพรแล้ว บ้านดงบังยังเป็นแหล่งซื้อไม้ล้อมอันดับต้นๆ ของประเทศด้วยนะคะ ใครชอบปลูกต้นไม้ละก็มีทั้งไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ไม้ดอก ไม้ประดับ หรือสมุนไพรก็มีขายนะคะ (พิกัด ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง GPS : 14.109616, 101.436632  เบอร์โทร : 091 425 8924,08 7087 5039, 08 6700 8842) 

มื้อเย็นของวันแรก ไม่ได้ออกไปกินข้างนอกโรงแรม แต่ซื้ออาหารจากร้านที่กินตอนกลางวันมาอุ่นกินในห้องพัก เพราะห้องพักของเรามีทั้งเตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ และอุปกรณ์ทำครัวไว้บริการ บวกกับเงาะและลองกองที่ซื้อมาก็ยังมีอยู่เพียบเลยออกไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อหน้าโรงแรมกลับเข้ามากินในห้อง จริงๆ ในโรงแรมก็มีร้านอาหารนะ แต่วันนี้กินมาแล้วทั้งวัน ไม่ค่อยหิวกันซักเท่าไหร่ ไว้พรุ่งนี้จะไปชิมอาหารของโรงแรมบ้าง 

DAY 2

วันนี้ตื่นสายหน่อยๆ ลงมากินมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมและเตรียมตัวออกไปเที่ยวกันต่อ

- “ขนมเขียวแม่ปุก เริ่มต้นด้วยการตามหาขนมเขียวในตำนาน ขนมพื้นบ้านของ อ.นาดี ที่วิธีทำคล้ายๆ กับข้าวเกรียบปากหม้อ ด้วยการนำแป้งผสมกับน้ำใบเตย เอามาละเลงลงบนผ้าข้าวบางที่่อยู่บนปากหม้อที่ต้มน้ำจนเดือด พอแป้งเริ่มสุกก็ใส่ไส้ที่ทำจากถั่วเขียวซีกและมะพร้าวขูด และก็พับๆ แบบปากหม้อ ขายไม่แพง กล่องละ 20 บาท มีอยู่ 8 ชิ้น ไปปราจีนฯ ทั้งที จะพลาดชิมขนมเขียวได้อย่างไร ร้านแม่ปุกนี้มีอยู่ 2 สาขา คือสาขาที่ สำพันตา และบ้านโคก ครั้งนี้เรามาชิมที่สาขาออริจินัลที่อยู่ข้างๆ โรงเรียนสำพันตา (พิกัด ต.สำพันตา อ.นาดี เบอร์โทร : 081 865 8042) 

 - “เวโรน่า ทับลาน”  เห็นใครไปปราจีนบุรีก็แวะไปถ่ายรูปที่นี่กัน เราก็แวะไปบ้าง ช่วงกลางวันอาจร้อนไปซักหน่อย แต่ช่วงเย็นๆ น่าจะบรรยากาศดีเลยทีเดียวค่ะ แต่ถึงร้อนเราก็ยังเดินถ่ายรูปมาได้ด้วยนะจ๊ะ ในเวโรน่าทับร้านมีร้านขายของต่างๆ และร้านอาหารด้วยค่ะ  หรือใครจะนอนค้างคืนที่นี่ก็ได้เพราะมีส่วนที่เป็นโรงแรมด้วยค่ะ (พิกัด  ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี เบอร์โทร : 096 324 4423)

- “น้ำตกสาวน้อย”   ปราจีนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีน้ำตกเยอะมาก ทั้งแบบที่ต้องเดินเข้าป่าไปและแบบจอดรถก็ถึง น้ำตกสาวน้อย เป็นอีกน้ำตกที่แค่จอดรถก็เล่นน้ำได้เลย ถึงแม้ช่วงที่เราไป น้ำจะไม่เยอะซักเท่าไหร่ แต่ก็เพียงพอต่อการลงไปเล่นนะคะ น้ำตกสาวน้อยนี้ มีสีเขียว ใส สวยงาม นักท่องเที่ยวที่เป็นคนในพื้นที่ต่างแวะเวียนมาเล่นน้ำอยู่เรื่อยๆ แม้จะเป็นวันธรรมดา  มีร้านอาหารบริการใกล้ๆ (พิกัด อ.ประจันตคาม  GPS : 14.188614, 101.529395)

- “น้ำตกธารทิพย์”  จากน้ำตกสาวน้อย ขับรถไปไม่ไกลมากนักก็จะพบกับ น้ำตกธารทิพย์ ในฤดูที่น้ำเยอะหน่อยคนจะค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ แต่ช่วงที่เราไปนี้ น้ำไม่มากมายนัก แต่ก็พอเล่นได้ นั่งแช่ตัว ถ่ายรูปเล่น สบายๆ ได้เลย เป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะไม่ค่อยมีคน มีร้านอาหารบริการใกล้ๆ น้ำตก ค่ะ (พิกัด อ.ประจันตคาม  GPS :14.189176, 101.542223 ) 


- “บ้านเนินน้ำ” กระเฉดชะลูดน้ำ เป็นอีกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่า ถ้ามาปราจีนบุรี เมื่อไหร่จะมากินให้ได้ กระเฉดชะลูดน้ำนี้ เป็นของดีของอำเภอกบินทร์บุรี มาถึงที่จะไม่กินได้อย่างไร กระเฉดชะลูดน้ำเป็นกระเฉดที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อตอนน้ำท่วม กระเฉดก็ท่วมไปด้วย แต่มันก็พยายามจะชูยอดพ้นน้ำขึ้นมา จึงได้เป็นกระเฉดยอดอวบ สะอาด ไม่มีนม ให้ต้องมานั่งดึงออกทุกครั้งที่จะกิน จึงเรียกกันว่ากระเฉดชะลูดน้ำ ชะลูด แปลว่าเรียวยาวสูงขึ้นไป จึงเรียกกันแบบนี้ ร้านบ้านเนินน้ำนี้ เป็นร้านบรรยากาศดีอีกร้าน ที่มีเมนูอร่อยๆ หลายอย่าง แต่ครั้งนี้ เราจัดเต็มเมนูกระเฉดชะลูดน้ำ มาถึง 2 เมนู ทั้ง กระเฉดชะลูดน้ำไฟแดง และยำกระเฉดชะรูดน้ำ สั่งมากินกับเป็ดร่อน หนังกรอบ อีกเมนูอร่อยของร้านนี้ (พิกัด อ.กบินทรบุรี  GPS :13.987880, 101.763612)

- “แช่ออนเซ็น”  ตอนกลางวัน เล่นน้ำตก แช่น้ำเย็นไปแล้ว กลับมาแช่ออนเซ็นที่โรงแรมต่อ ก่อนจะไปกินมื้อเย็นในโรงแรมนี่แหล่ะค่ะ นอกจากออนเซ็นแล้วใกล้ๆ กันก็มีฟิตเนสให้บริการด้วยนะ สำหรับคนที่ไม่ได้มาพักที่โรงแรมก็สามารถมาซื้อแพ็คเ็จแช่ออนเซ็นหรือฟิตเนสสระว่ายน้ำได้ด้วยนะ (พิกัด  serenity hotel & spa kabinburi อ.กบินทรบุรี GPS : 13.983470, 101.783463  เบอร์โทร  :  037 625 444, 037 625 445)

- “พิซซ่าเตาฟืน”  มื้อเย็นนี้ไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกแล้ว เพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะกินพิซซ่าเตาฟืน ในร้าน Mady ร้านอาหารในโรงแรมนี่แหล่ะค่ะ  วันนี้ได้รับโอกาสพิเศษได้ลองทำพิซซ่าด้วยตัวเองด้วยนะ ฮ่าๆ จริงๆ ทำแค่แต่งหน้าพิซซ่าเท่านั้นแหล่ะ อาหารในร้านมีทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และอิตาเลี่ยน พนักงงานบริการดีและสุภาพมากๆ อาหารรสชาติดี บรรยากาศร้านสบายๆ มีมุมส่วนตวค่อนข้างมาก   (พิกัด  serenity hotel & spa kabinburi อ.กบินทรบุรี GPS : 13.983470, 101.783463  เบอร์โทร  :  037 625 444, 037 625 445)

DAY 3 

วันนี้ตื่นสายตามเดิม พักผ่อนสบายๆ ที่โรงแรม  ว่ายน้ำ แช่ออนเซ็นและก็กินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วจึงเช็คเอาท์ออกจากที่พัก 

- “ว่ายน้ำ”  สระว่ายน้ำอยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรม เช้านี้ตื่นมาก็ขอลงไปที่สระว่ายน้ำก่อนดีกว่า จริงๆ อยากลงตั้งแต่กลางคืนละ แต่เมื่อคืนนี้เพลิดเพลินกับอาหารมากไปหน่อย เลยเวลาสระปิดไปซะก่อน สระว่ายน้ำที่โรงแรมปิดตอน 3 ทุ่ม เอาจริงๆ ก็ถือว่าปิดดึกกว่าหลายๆ โรงแรมในประเทศไทยนะ (พิกัด  serenity hotel & spa kabinburi อ.กบินทรบุรี GPS : 13.983470, 101.783463  เบอร์โทร  :  037 625 444, 037 625 445)

- “แช่ออนเซ็น” จากสระว่ายน้ำเดินต่อไปก็จะไปในส่วนของ ฟิตเนสและออนเซ็น ซึ่งเป็นออนเซ็นแยกหญิงชาย สำหรับการเข้าพักครั้งนี้เราจองแบบรวมออนเซ็นด้วย จึงสามารถเข้าใช้ได้เลย เพียงแค่บอกเลขห้องเท่านั้น ก็จะได้ผ้าเช็ดตัว เช็ดหน้า และชุดยูกาตะ ที่สามารถยืมใส่ถ่ายรูปหรือไปกินข้าวในโรงแรมได้ สำหรับออนเซ็นนั้น คิดว่าหลายๆ คนอาจสงสัยว่า ปราจีนฯ ไม่ใช่แหล่งน้ำพุร้อน แล้วมีออนเซ็นได้อย่างไร จริงๆ ที่นี่เป็นน้ำร้อนที่เป็นระบบเกลือค่ะ แช่แล้วก็สบายตัวดีนะคะ ในห้องจะแบ่งเป็น 2 บ่อ คือ บ่อที่อุณหภูมิ 38 องศา และ 42 องศา (พิกัด  serenity hotel & spa kabinburi อ.กบินทรบุรี GPS : 13.983470, 101.783463  เบอร์โทร  :  037 625 444, 037 625 445)


- “วนอุทยานเขาอีโต้” ในช่วงนี้น้ำในอางเก็บน้ำจักรพงษ์ ในวนอุทยานเขาอีโต้จะน้อยมาก ช่วงนี้อาจไม่ใช่ช่วงที่คนส่วนใหญ่มาเที่ยวกันมากนัก แต่สำหรับคนที่ชอบปั่นจักรยานแล้วละก็ เขาอีโต้ยังเป็นอีกจุดยอดฮิต หรือใครที่ชอบความร่มรื่น  จะขับรถเข้ามากินกาแฟ นั่งเพลินๆ ฟังเสียงนกร้อง หรือจะเอาอาหารมาปิกนิกใต้ร่มไม้ก็ชิลดีนะคะ ในช่วงฤดูหนาวคนจะค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นอีกที่ที่นิยมมากางเต้นท์นอนกันค่ะ (พิกัด ต.เนินหอม อ.เมือง     GPS:14.153873, 101.404128) 

- อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” หรือเขื่อนห้วยโสมง เป็นอีกจุดที่น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของปราจีนบุรีได้ในอนาคต มีมุมถ่ายรูปเท่ๆ ริมสันเขือน บางจุดก็มีดอกหญ้าสีสวยขึ้นข้างทาง เพิ่มให้วิวของอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ของปราจีนแห่งนี้ดู คูล และ ชิค ขึ้นมาก ทีเดียว ค่ะ ถ้ามาช่วงเช้าหรือเย็น คงเดินเล่นเพลินเลยค่ะ  แต่ถึงแม้เราจะไปช่วงบ่ายๆ แต่ที่นี่ก็ยังถ่ายรูปออกมาสวยนะคะ ถ้าใครไม่กลัวดำ ไม่กลัวแดดอย่างเราแล้วละก็ จัดไปเลยค่ะ ฮ่าๆ เดินเล่น ถ่ายรูปเท่ๆ ซักครึ่งชั่วโมง กำลังดี ด้านนอกอ่างเก็บน้ำ เริ่มมีร้านอาหารมาเปิดหลายร้านเลยค่ะ (พิกัด ต.แก่งดินสอ  อ.นาดี GPS: 14.072111, 102.027703 ) 

- “Baboo Bear”  ก่อนกลับแวะกินอะไรซักหน่อย กับร้านน่ารักอีกร้าน ที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ร้านจัดได้น่ารัก เต็มไปด้วยน้องหมี สมกับชื่อร้าน เครื่องดื่มเด่นๆ น่าจะเป็นชาประเภทต่างๆ เสิร์ฟเย็น อาหารรสชาติดี พนักงานบริการดีค่ะ (พิกัด อ.เมือง GPS : 14.152367, 101.367922)

- “ตลาดหนองชะอม” ก่อนกลับบ้านแวะซื้อผลไม้ไปฝากคนที่บ้านกันซะหน่อย ตลาดนี้อยู่ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ พอดี หากกลับทางคลองรังสิต ที่นี่มีผลไม้ของปราจีนฯ ขายอยู่หลายชนิด ทั้งทุเรียน เงาะ มะไฟ มะม่วง และอื่นๆ อีกเพียบ ทุเรียนราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลละ 150-200  บาท  แล้วแต่พันธุ์ (พิกัด อ.เมือง GPS : 14.150472, 101.316001)

ดอกหญ้าสีหวาน ฟุ้งหฟริ๊งมากๆ ริมอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา

จบทริปเที่ยวปราจีนบุรีไปแบบฟินๆ ได้เที่ยว ได้พักผ่อน ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน ใครไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างแล้ว อย่าลืมเอารูปมาอวดกันบ้างนะคะ  Have  a nice trip. 

สำหรับทริปนี้ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก มากๆ ค่ะ
คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้อง: