ศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน สิรินาถราชินี

เรามาถึงที่สิรินาถราชินี ประมาณ 11โมงได้ครับ ได้เที่ยวอีกหนึ่งที่ก่อนจะไปกินข้าวกัน ที่ศูนย์์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี แห่งนี้อาจจะชื่อยาวสักหน่อย ขอเรียกย่อๆว่า ศูนย์สิรินาถราชินีก็แล้วกันนะครับ 



เมื่อมาถึงทางศูนย์ฯก็เตรียมการต้อนรับไว้อย่างดี ด้วยการบอกเล่าประวัติให้เราฟังกันก่อนที่ห้องบรรยายอเนกประสงค์ของทางศูนย์ เรื่องห้องอาคารต่างๆของที่ศูนย์สิรินาถนั้นต้องบอกว่าสะอาดเอี่ยมเลยครับ พื้นไม้เป็นเงา ลื่นมากๆ เป็นการรักษาความสะอาดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ บริเวณศูนย์ประกอบไปด้วยกลุ่มอาคาร ที่มีทั้งห้องสัมนาอเนกประสงค์(เรือนโปรงขาว) สำนักงานของศูนย์(เรือนแสม) แล้วห้องแสดงนิทรรศการ(เรือนโกงกาง) และเรือนสาธิตการผลิตถ่านและน้ำส้มควันไม้  มีอาคารรวมทั้งหมด 4หลัง 

การมาเที่ยวชมสิรินาถราชินี แนะนำว่าควรจะเริ่มจากการเข้าฟังบรรยายก่อน แล้วเดินไปชมนิทรรศการจะเข้าใจพื้นที่และรู้ถึงจุดน่าสนใจต่างๆในศูนย์ก่อนที่จะไปเจอกับของจริง ซึ่งจะมีมัคคุเทศน์น้อยช่วยนำทางให้เราในวันนี้ 



จากห้องบรรยายเราจึงทราบที่มาของศูนย์แห่งนี้ ว่าเดิมพื้นที่บริเวณนี้ เคยเป็นนากุ้งมาก่อน โดยในปี 2524 - 2539 นั้น เป็นช่วงที่เปิดให้สัมประทานนากุ้ง ซึ่งในปี 2539 เป็นปีที่กำลังจะมีการต่อสัญญาสัมปทานนากุ้ง แต่ว่าช่วงเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพื้นที่ในบริเวณนี้ ที่วนอุทยานปราณบุรี พระองค์ทรงประทับรถผ่านพื้นที่แห่งนี้แล้วเห็นว่าพื้นที่ได้กลายเป็นนากุ้งไปหมดแล้ว จึงมีพระราชดำรัสกับทางเจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้ว่า “ป่าของฉันหายไปไหน” 

ทำให้ส่งผลต่อการยกเลิกสัญญาสัมประทานในปีนั้น แล้วรวมพื้นที่บริเวณนี้ 786 ไร่ เข้ากับโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งปีนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติทั่วประเทศ จึงได้บวกพื้นที่นี้เข้าไปในโครงการด้วย แล้วบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ก็รับอาสาที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยอาสาปลูกป่าทั่วประเทศหนึ่งล้านไร่ และเข้ามาอาสาที่จะพลิกฟื้นพื้นนากุ้งแห่งนี้ด้วย ให้เป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์ดังเดิม นับจากวันแรกที่ปลูกจนถึงปัจจุบัน(พ.ศ.2555) ต้นไม้มีอายุ 15 ปีแล้ว ป่าที่ศูนย์แห่งนี้ และความสมบูรณ์ที่เรากำลังจะได้เห็นนั้นจึงเกิดขึ้นจากการปลูก ด้วยสองมือคนไทยอย่างแท้จริง แต่ก่อนไปทางเจ้าหน้าที่ศูนย์เปิดวิดีทัศน์แนะนำศูนย์ให้เราชม ความยาวประมาณ 15 นาที เพื่อเล่าถึงจุดสำคัญต่างๆ 

ส่วนที่มาของชื่อศูนยืแห่งนี้ ได้มาเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม พศ.2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามให้กับทางศูนย์ว่า “สิรินาถราชินี” 


เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่เราเดินกันมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่นานในการเดินเที่ยวชม ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติเราจะเห็น ความอุดมสมบูรณ์ที่ฟื้นกลับมาจริงๆ จากที่แล้งๆโล่งๆกลายมาเป็นอย่างนี้ได้น่าทึ่งจริงๆ ป่าโกงกางที่ปลูกมาทั้งหมด ปลาตีนที่เราเห็นอยู่มากมาย ยังมีปูก้ามดาบทั้งตัวเล็กตัวน้อยอีกนับไม่ถ้วน






ภาพ: ตลอดเส้นทางเราจะเจอปูก้ามดาบเต็มไปหมด


ภาพ: ปลาตีน แสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ที่พลิกฟื้นกลับมาได้อย่างยั่งยืน

ศาลาท่าน้ำ...จุดนี้เราจะเห็นทั้งหอยทั้งปลา สัตว์น้ำนานาชนิด และเป็นจุดพักของพวกเราด้วย


ภาพ : ศาลาท่าน้ำ

หอชมวิว ...ที่จุดนี้เราจะมองเห็นทิวทัศน์ของพื้นที่โดยรอบทั้งหมดว่ากว้างขวางขนาดไหน เป็นจุดที่เราจะเดินขึ้นหอคอยที่สูงกว่ายอดโกงกางค่อนข้างมาก ด้านบนจะมีบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เราอยู่ด้วย รูปภาพเปรียบเทียบทิวทัศน์ในอดีต และเมื่อมีการปลูก ค่อยๆโต จนถึงที่ตามองเห็น ถ่ายภาพในจุดเดียวกันแบบพานอรามาไว้ ให้เห็นความเปลี่ยนแปลง ใครท้อใจเรื่องการปลูกต้นไม้ มาดูศูนย์ฯ นี้รับรองมีกำลังใจปลูกอีกมาก ความพยายามต้องใช้เวลาและความอดทน จนในที่สุดเราก็ได้ป่าอย่างที่เห็น 


ภาพ: จะเห็นภาพเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน

ก่อนที่จะเดินออก เพื่อเดินทางกันต่อ น้องมัคคุเทศก์น้อยชี้ให้เราดูต้นโกงกางที่ในหลวงและพระราชินีทรงปลูกไว้ เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะประทับใจในการสร้างที่นี่ขึ้นมาจริงๆ

 
ภาพ: ต้นไม้ต้นนี้แหละที่ในหลวงและพระราชินีทรงปลูกไว้ 

ใครสนใจเดินทางมาเที่ยวที่ศูนย์สิรินาถราชินี สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนสิรินาถราชินี
ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
โทรศัพท์ 0-3263-2255

...แล้วก็ได้เวลาอาหารกลางวันกันแล้ว จากปราณบุรี เราเข้าไปรับประทานอาหารกลางวันกันในค่ายธนะรัชต์ ในบรรยากาศริมน้ำแสนสงบ “ท่าเสด็จ” บริเวณนี้ได้ชื่อท่าเสด็จเพราะรัชกาลที่5 ทรงเคยเสด็จมาบริเวณนี้ด้วย บรรยากาศวันนี้ได้กินอาหารแบบย้อนวัย ผมไม่ได้กินแบบนี้มานานแล้ว ถาดหลุม ได้บรรยากาศไปอีกแบบ 


ภาพ: กินข้าวที่ท่าเสด็จ ในค่ายธนะรัชต์

แล้วหลังจากกินข้าว พักผ่อนกันแล้วเดี๋ยวเราจะลงใต้กันต่อไปที่ หนองใหญ่ แก้มลิงที่ถูกสร้างโดยพระราชดำริ ซึ่งเป็นแก้มลิงที่ช่วยป้องกันชุมพรไม่ให้น้ำท่วมจากพายุที่มีมาทุกปี และยังเป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการทำการเกษตรแบบพอเพียง พึ่งพาตัวเองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย...
ขอบคุณ: 

สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก(สง.ทท.ทบ.)
โทร. 0 2282 6835, 0 2297 5831, 0 831 232 647 โทรสาร. 0 2282 6835
โทร.ทบ. 95831 โทรสาร.ทบ. 9163
เว็บไซต์ : http://www.armytour.tht.in/

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) โทร.0 2192 1924-6 โทรสาร.0 2192 1951-2
e-mail: adtthai@gmail.com
เว็บไซต์ : www.domesticthailand.com

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel