กว่าจะเป็นขบวนเทียนที่สวยงามและอลังการ "เยือนชุมชนคนทำเทียนอุบลฯ "

ถ้าจะนึกถึงขบวนแห่เทียนที่ยิ่งใหญที่สุดของเมืองไทย คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงขบวนเทียนที่ยิ่งใหญ่อลังการของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเค้าจะจัดขึ้นในช่วงประเพณีเข้าพรรษาของทุกๆ ปี  ขบวนเทียนที่ยิ่งใหญ่ และสวยงามก็ขาดไม่ได้ที่จะคิดถึง การที่กว่าจะมาเป็นเทียนที่สวยงาม อลังการและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดนี้ ในทริปนี้สะดุดตาจึงขอพาไปดูชุมชนคนทำเทียนของจังหวัดอุบลราชธานีกันบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งงานนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากมายกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่หลั่งไหลกันเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว 



กว่าจะมาเป็นขบวนเทียนสวยงามอย่างที่เราเห็นกันนั้นต้องใช้ทั้งเวลา ความร่วมมือร่วมใจกันและฝีมือช่างที่ได้รับการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวอุบลราชธานี ซึ่งเมื่อเข้าใกล้ช่วงเวลาของการเข้าพรรษาก่อนจะถึงวันเข้าพรรษาประมาณ 1 เดือน  ชาวอุบลฯ จะเริ่มตกแต่งเทียนพรรษาของอำเภอตัวเองตามคุ้มวัดต่างๆ  บ้างก็มีผู้นำเป็นช่างแกะสลักเทียนชื่อดังของเมืองอุบลฯ บ้างก็เป็นพระสงฆ์ที่มีควมเชี่ยวชาญในการแกะสลัก หรือไม่ก็เป็นศิลปินงานแกะสลักชาวอุบลฯ 

ทั้งนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าช่างเหล่านั้นจะทำเพียงไม่กี่คน เพราะการทำเทียนของคนอุบลฯ นี้ นอกจากเอกลักษณ์จะอยู่ที่รูปแบบ ลวดลาย ที่มองเพียงแว้บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นของคนอุบลฯ การทำเทียนของคนอุบลฯ เอง สำหรับผู้เขียนแล้วถือว่าเป็นอัตลักษณ์ที่น่ารักละเมียดละไมไม่น้อยไปกว่าฝีมือช่างเลยละคะ เพราะเมื่อถึงช่วงเวลาแห่งการแกะเทียนพรรษา ชาวอุบลฯ จะร่วมมือร่วมใจกันมาช่วยกันสร้างขบวนเทียนที่สวยงามตามรูปแบบที่ช่างทำเทียน ที่เป็นผู้นำได้ออกแบบไว้  


ภาพ : การทำเทียนที่วัดพระธาตุหนองบัว





เป็นเวลาร่วมเดือนเศษที่ชาวอุบลฯ ต่างก็แวะเวียน เปลี่ยนมือ มาช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในขบวนเทียนของพวกเค้า  สำหรับผู้เขียนแล้วชิ้นงานศิลปะจากเทียนในขบวนแห่งานประเพณีเทศกาลเข้าพรรษานี้จึงไม่ใช่แค่ขบวนเทียนพรรษาที่สวยงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันรวมเอาความภาคภูมิใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทำเทียน ที่ประกอบไปด้วยคนทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ช่างทำเทียนหรือพระสงฆ์ที่เป็นกำลังหลักในการทำเทียนอยู่แล้ว หรือจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่นักท่องเที่ยวที่ต่างก็แวะมานั่งแกะสลักเทียนกัน 



เทียนในทุกๆ ขบวนจึงมีทั้งความสวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการ และความภาคภูมิใจของบุคคลที่ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคนทำเทียน  

มีบางเหตุการณ์ทำให้เราเองก็แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ กับสายตาแห่งความภาคภูมิใจของเหล่าคนทำเทียน ที่สื่อสารออกมาให้เรารู้สึกได้  ผู้เขียนเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมการตกแต่งขบวนเทียนตามวัดต่างๆ  ได้พบปะ พูดคุยกับเหล่าคนทำเทียนตามคุ้มวัดต่างๆ พอสมควร บางท่านก็จดจำกันได้อยู่บ้างเมื่อไปเจอกันในวันเคลื่อนขบวนเทียนไปที่ทุ่งศรีเมือง 

ขบวนเทียนตามวัดต่างๆ จะเริ่มเคลื่อนมาตั้งที่ทุ่งศรีเมืองในตอนเย็นก่อนวันงานในวันรุ่งขึ้น   เราก็ตามไปถ่ายรูปในเย็นวันนั้นด้วย  มีสายตาหลายคู่ของช่างทำเทียนที่สบตาเรา และมีบางความรู้สึกมันส่งออกมา ถึงแม้จะไม่มีคำพูด แต่เรากลับรู้สึกได้ว่า เค้าอยากบอกเหลือเกินว่า "รถเทียนของเค้าที่ใช้เวลาทำเป็นเดือนๆ ได้เสร็จแล้ว มันสวยใช่มั้ยหล่ะ”  นี่คือความรู้สึกที่ส่งออกมาทางสายตาของคนทำเทียนชาวอุบลฯ ที่ผู้เขียนสัมผัสได้ ความรู้สึกแบบนี้มันกระทบใจเข้าอย่างจังเลยค่ะ เพราะงั้นการเดินดูขบวนรถเทียนในเย็นวันนั้นมันทำเอาผู้เขียนรู้สึกว่ามันช่างสวยงาม และลึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ  ถึงแม้ในทริปนี้จะไม่มีโอกาสได้อยู่ถึงวันงาน แต่ก็ประทับใจมากมายกับงานนี้ 


ภาพ : บรรยากาศภายในงานแห่เทียนอุบลราชธานี คนเยอะมากจริงๆ 


เทียนพรรษาหอมจากวัดเมืองเดช อ.เดชอุดม สวยงามและส่งกลิ่นหอม น่าประทับใจจริงๆ

ทีมงานสะดุดตาได้มีโอกาสร่วมทริป เยือนชุมชนคนทำเทียน กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว สังเกตุเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นกว่าปีก่อน กับการเข้ามาดูการแกะสลักเทียนตามคุ้มวัดต่างๆ บ้างก็ลงมือแกะสลักเทียนด้วยตัวเองสำหรับเทียนประเภทติดพิมพ์ ไม่เพียงนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น ในครั้งนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติก็พอมีให้เห็นมานั่งแกะสลักเทียนกัน  

แสดงให้เห็นว่างานแห่เทียนที่อุบลราชธานีนี้ ไม่เพียงแค่เป็นงานแห่เทียนที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเพียง 2-3 วัน แล้วก็เดินทางกลับ ถือเป็นอันจบ แต่สำหรับที่นี่นักท่องเที่ยวบางคน เดินทางมาก่อนวันงานที่จะมีขบวนแห่ด้วยซ้ำไป เพราะเค้าตั้งใจมาดูชุมชนคนทำเทียนตามคุ้มวัดต่างๆ ด้วย และอยู่ต่อไปจนจบงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอันยิ่งใหญ่


ภาพ : นักท่องเที่ยวต่างชาติมาช่วยแกะสลักเทียนด้วย

ขบวนเทียนของชาวอุบลฯ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือเทียนประเภทแกะสลัก และเทียนประเภทติดพิมพ์  เทียนประเภทแรกที่เริ่มทำกันคือเทียนประเภทติดพิมพ์ เริ่มทำครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482 โดยช่างที่ชื่อนายโพธิ์ ส่งศรี ได้ทำลวดลายไทยบนแผ่นขี้ผึ้งบางๆ จากแม่พิมพ์ปูนซีเมนต์แล้วนำไปติดไว้บนลำต้นเทียน  

จากนั้นได้วิวัฒนาการเรื่อยไป จนกลายมาเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยวิธีการนำขี้ผึ้งที่อาจจะเป็นขึ้ผึ้งเกรดต่ำกว่าการทำเทียนประเภทแกะสลักก็ได้ มาต้มจนละลาย และกรองเอาเศษผงออก ทำให้แข็งตัวนิดหน่อยด้วยการนำลงไปในน้ำเย็น จากนั้นเอามาวางบนแม่พิมพ์แบบซีเมต์ ที่มีหลากหลายลายไทย จากนั้นค่อยส่งต่อไปแกะสลักแผ่นเทียนตามลายนั้นๆ แล้วเสร็จจึงนำไปประกอบเป็นขบวนเทียนตามที่ช่างเทียนได้ออกแบบไว้   


รถเทียนประเภทติดพิมพ์


ลักษณะการติดพิมพ์


ช่วยกันแกะสลักเทียนประเภทติดพิมพ์ เพื่อนำไปประดับอีกขั้นตอนหนึ่ง

ส่วนเทียนอีกประเภทคือเทียนประเภทแกะสลัก เริ่มต้นแกะสลักกันครั้งแรกในปี พ.ศ.2502  นายคำหมา แสงงาม ช่างเทียนประเภทแกะสลักคนแรก ได้แกะเทียนลงบนต้นเทียนพรรษา และได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งมีผู้ประท้วง ต่อมาจึงได้แยกประเภทเทียนออกเป็น 2 ประเภท ดั่งเช่นในปัจจุบัน  




ภาพ : การทำเทียนพรรษาประเภท แกะสลัก


ภาพ : แววตาและสีหน้าที่จดจ่ออยู่กับการสร้างสรรค์ผลงานแกะเทียน


ภาพ : รถเทียนอุบลซึ่งมีขนาดใหญ่ ต้องใช้คนจำนวนมากในการทำขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้น

จากการศึกษาเรื่องประวัติของประเภทเทียน ตามที่กล่าวมานี้ทำให้เราอดคิดถึง ขบวนเทียนพรรษาหอมของวัดเมืองเดช อ.เดชอุดม ไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าปีนี้(พ.ศ. 2556) เค้าไม่ได้ลงประกวดเพราะอาจจะไม่ตรงกับกติกาของเทียนทั้งสองประเภทที่เค้าประกวดกัน  แต่เชื่อว่าเทียนพรรษาหอมขบวนนี้ได้สร้างความประทับใจมากมาย แก่ผู้ร่วมงานอย่างแน่นอน และก็แอบคิดไปต่างๆ นาๆ  จากประวัติการแบ่งประเภทเทียนจากแบบติดพิมพ์มาเป็นแบบแกะสลักก็มาจากการริเริ่มสร้างสรรค์ของคนทำเทียนอุบลฯ เลยคิดว่าในอนาคตอาจจะมีการประกวดเทียนเป็น 3 แบบ ก็เป็นได้นะคะ  


ภาพ : ขบวนเทียนพรรษาหอมของวัดเมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

จากวิวัฒนาการทำเทียนของชุมชนคนทำเทียนแห่งเมืองอีสานใต้ อุบลราชธานีทำให้เราเห็นถึงความพิเศษ และความคลุกคลีอยู่กับการทำเทียน มาอย่างยาวนานจนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และยังมีการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในการทำเทียน ได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ขอยกให้ชุมชนคนทำเทียน เมืองอุบลราชธานี เป็นสุดยอดแห่งการทำขบวนเทียนพรรษาเลยละคะ 

"ที่นี่เต็มไปด้วยความสวยงาม อลังการและเรื่องราวความเป็นมาที่น่าประทับใจ เกินกว่าจะหางานเทียนจากที่ไหนมาเทียบจริงๆ" 


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel