ข้าวแรมฟืน อาหารถิ่นเชียงราย

ขอเชิญสายมัง สายเจ  เข้ามามุง ได้เลยค่ะ  !!! บทความนี้ เอนจอยจะแนะนำเมนูที่เหมาะกับ ช่วงเทศกาลกินเจและสายมังสวิรัต ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์  หลังจากกลับมาจากทริปอาหารถิ่นตะลุยกินทั่วไทย ที่จังหวัดเชียงราย ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนที่แล้ว จึงตั้งใจเอาไว้ว่า จะเก็บข้อมูลและหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารถิ่นของจังหวัดเชียงราย ซึ่งก็คือ "ข้าวแรมฟืน" มาฝากเพื่อนๆ กัน ค่ะ  




ข้าวแรมฟืน นี่เป็นอาหารของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ  ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบแม้แต่น้อยนิด มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ด มีขายกันมากที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย    จากการพยายามสืบค้นข้อมูลนั้น คำว่า ข้าวแรมฟืน ค่อนข้างสร้างความสงสัยให้กับเอนจอยอยู่พอสมควร จึงพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จะค้นได้ จึงได้ที่มาของชื่อ ข้าวแรมฟืนมาด้วยกัน 2  เหตุผล

อย่างแรกนั้น คนส่วนใหญ่คิดว่า เพี้ยนมาจากคำว่า "ข้าวแรมคืน"  คือวิธีการทำนั้นต้องทิ้งแป้งไว้หนึ่งคืน อะไรทำนองนั้น 

ส่วนเหตุผลที่สองคือ  ข้าวแรมฟืนนั้นเพี้ยนมาจากคำว่า "Liang Fen" (เหลียงเฟิ่น) ซึ่งเป็นภาษาจีน โดยส่วนตัวเอนจอย ค่อนข้างเชื่อในข้อมูลชุดนี้มากกว่า ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า อาหารชนิดนี้ถูกนำเข้ามาจากทางสิบสองปันนา เข้ามาทางแม่สาย จ.เชียงราย ยิ่งกว่านั้น เมื่อไปค้นรูปภาพคำว่า Liang Fen ดู ก็เจอรูปอาหารที่หน้าตาคล้ายข้าวแรมฟืน และมีวิธีการทำและส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน  จึงคิดว่าอยากเขียนข้อมูลนี้เก็บเอาไว้เป็นอีกชุดข้อมูล สำหรับใครที่อยากรู้ที่มาของคำว่าข้าวแรมฟืน ส่วนใครจะเชื่ออย่างไรก็อยู่ที่วิจารณญาณเลยค่ะ ถ้ามีข้อมูลชุดอื่นๆ เอนจอยอาจจะเอามาเขียนเพิ่มเติมให้อีก  


ภาพ : ข้าวแรมฟืนทอด 

รู้ที่มาของชื่อข้าวแรมฟืนกันไปแล้ว ก็มารู้จักส่วนผสมของข้าวแรมฟืนกันเลยดีกว่าค่ะ  ตัวของข้าวแรมฟืนนั้น วัตถุดิบดั้งเดิม คือข้าวจ้าว หากใช้วิธีการทำแบบดั้งเดิมนั้น จะต้องนำข้าวจ้าวแช่น้ำไปโม่ เพื่อให้กลายเป็นแป้ง แต่สมัยนี้จะใช้แป้งสำเร็จรูปหรือใช้เครื่องปั่นเลยก็ตามแต่สะดวก เมื่อได้แป้งที่ตกตะกอนแล้วก็จะนำมาเคี่ยวกับน้ำปูนใสจนสุก แล้วนำไปเทในภาชนะทิ้งไว้ 1 คืน แป้งก็จะแข็งตัว และนอกจากข้าวจ้าวแล้ว ก็ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่นิยมนำมาทำข้าวแรมฟืนด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็คือ ถั่วลิสงและถั่วลันเตา ซึ่งก็จะได้ข้าวแรมฟืนที่มีสีแตกต่างออกไป หากใช้ถั่วลิสงข้าวแรมฟืนก็จะเป็นสีม่วงอมเทา แต่หากเป็นถั่วลันเตาก็จะได้ข้าวแรมฟืนสีเหลือง  วิธีการทำก็คล้ายๆ กันกับแป้งข้าวจ้าว คือการแช่ถั่วในน้ำแล้วนำไปโม่หรือบดให้ละเอียด ก่อนนำไปผสมน้ำปูนใส เคี่ยวไฟอ่อน จนสุกแล้วเทลงในภาชนะรอให้แข็งตัว แต่ไม่ต้องทิ้งไว้ทั้งคืนแบบที่ทำจากข้าวจ้าว หากใช้ถั่วทำจำทำกินวันต่อวันเท่านั้น   เพียงเท่านี้ก็ได้ข้าวแรมฟืนแล้วหล่ะ




สำหรับวิธีการกินของอาหารชนิดนี้ นั้น แบบที่นิยมกันก็คือ การหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วราดด้วยน้ำราดใส่เครื่องปรุง ผักและถั่วต่างๆ ส่วนอีกแบบที่นิยมคือการนำไปทอด กินกับน้ำจิ้มคล้ายๆ ทอดเต้าหู้  สำหรับการทำน้ำราดนั้น ก็ไม่ยากแต่อาจต้องใช้เวลาซักหน่อย เพราะต้องใช้ส่วนผสมหลายชนิด นำมาคลุกเคล้ากับข้าวแรมฟืน ซึ่งส่วนผสมนี้ได้แก่   น้ำถั่วเน่า(ถั่วเหลืองหมัก)  น้ำขิง กระเทียมเจียว ถั่วลิสงป่น น้ำมะเขือเทศ งาขาวป่น ซีอิ๋วดำ และน้ำสู่ (น้ำสู่นี้เป็นเหมือนน้ำซุปที่ใช้ใส่ลงไปในข้าวแรมฟืน มีอยู่สองชนิด คือชนิดหวานและชนิดเปรี้ยว ดั้งเดิมแบบสิบสองปันนานั้น จะใช้น้ำตาลอ้อยเคี่ยวจนเหนียวเป็นน้ำสู่หวาน ส่วนน้ำสู่ส้มนั้นนำน้ำตาลอ้อยเคี่ยวไปหมักจนเปรี้ยว) แต่หากไม่สะดวกก็สามารถใช้ส่วนผสมอื่นๆ ทดแทนได้ ด้วยการนำน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายผสมน้ำแอ๊บเปิ้ลหรือน้ำส้มสายชูจากผลไม้  ต้มให้เดือด เวลากินก็ นำข้าวแรมฟืนนี้ราดด้วยน้ำราดใส่ถั่วงอกหรือผักต้มชิ้นเล็กๆ ผักดองซักหน่อย พริกคั่วอีก  อร่อยเหาะไปเลยล่ะค่ะ  หากใครจะประยุกต์เอาข้าวแรมฟืนไปทำเมนูอื่นๆ ก็น่าสนใจนะคะ 


ภาพ : เมนูประยุกต์ นาโช่ข้าวแรมฟืนทอด


แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว วิธีทำข้าวแรมฟืนนี้ต้องเตรียมส่วนผสมอยู่หลายอย่างกันเลยทีเดียวนะคะ  หลายๆ คนอาจจะไม่สะดวกทำเอง ก็ไว้มีโอกาสไปเที่ยวเชียงรายก็ไปลองหามาชิมกันนะคะ โดยเฉพาะที่ อ.แม่สาย มีขายกันอยู่หลายร้านกันทีเดียวค่ะ  ตั้งแต่ร้านใหญ่มีโต๊ะเก้าอี้นั่ง ไปจนร้านรถเข็นเล็กๆ ยืนกินกันริมถนนก็มี  


ภาพ : รถเข็น ขายข้าวแรมฟืนที่ตลาดชายแดน อ.แม่สาย 



แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel