งดงามเหลือเกิน "ไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์"


มาเที่ยวสุรินทร์ครั้งนี้ พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะครั้งนี้ได้เห็นกี่ทอผ้าที่ใหญ่โตและแปลกตา แน่นนอนว่า นี่เป็นครั้งแรกกับการได้เห็น ได้สัมผัสและทำความรู้จัก กับกี่ทอผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งการทอแต่ละผืนจะต้องใช้คนทอในคราวเดียวกันถึง 4 คน อีกทั้งยังทอได้เพียงวันละ 4-5 เซนติเมตร เท่านั้น  ผ้าทอจากกระบวนการทอผ้าไหมอันน่าทึ่ง 1,416 ตะกอ ที่บ้านท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ จึงเป็นความตื่นตาตื่นใจที่ยังคงอยู่แม้กระทั่งในตอนนี้ ไม่เพียงแค่กี่ทอผ้าที่ใหญ่โต หรือจำนวนคนที่มากมายในการทอ เท่านั้น แต่ผืนผ้าไหมยกทองบ้านท่าสว่างนี้ทำให้ในใจมันร้องออกมาเป็นเสียงดังๆ ว่า "งดงามเหลือเกิน"



ไหมยกทองบ้านท่าสว่าง เป็นยังไง ? เป็นคำถามที่คิดเอาไว้แล้วก่อนจะไปถึงยังบ้านท่าสว่าง ก่อนไปไม่ได้หาข้อมูลไว้แต่พอจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า ที่นี่เป็นหมู่บ้านผ้าไหมเอเปค ที่ชื่อว่าหมู่บ้านผ้าไหมเอเปค ก็เพราะว่าผ้าไหมยกทองโบราณ ของบ้านท่าสว่างนี้เคยได้รับเลือกให้ใช้เป็นผ้าตัดเสื้อและผ้าคลุมไหล่ให้กับผู้นำและคู่สมรส เมื่อครั้งที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ในปี 2546 ยิ่งไปกว่านั้นผ้าไหมจากที่นี่ยังเป็นผ้าไหมที่ใช้สำหรับออกแบบเป็นผ้าคลุมอังสา(ไหล่)ของพระราชอาคันตุกะในงานครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ อีกด้วย  นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับไหมยกทองบ้านท่าสว่าง ที่พอจะรู้ก่อนเดินทางมาถึง เมื่อได้รับเลือกให้ใช้ในงานสำคัญๆ ระดับประเทศอย่างนี้ แน่นอนว่าไหมยกทองของบ้านท่าสว่าง คงจะน่าสนใจและดีงามมากๆ เลยทีเดียว


ภาพ : ไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง ผืนนี้อยู่ระหว่างทอ

ไหมยกทองคืออะไร? เป็นอีกหนึ่งคำถามที่คิดอยู่ในใจ สำหรับคนที่ไม่ได้มีความรู้มากมายเกี่ยวกับผ้าไหมอย่างผู้เขียน ดูด้วยตาแบบยังไม่มีความรู้ก็คงเป็นลายผ้าไหมที่ทอลายให้มีความนูนขึ้นมาจากผืนผ้าละมั้ง จริงๆ ก็เกือบจะใช่นะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ไหมยกทองนั้น คำว่า ยก เป็นหนึ่งในเทคนิคของการทอผ้าไหม นั่นเอง ผ้าไหมที่บ้านท่าสว่างนี้โด่งดังจากการทอผ้าไหมยกทองโบราณ คือการใช้กระบวนการย้อมแบบโบราณจากสีย้อมด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ และดิ้นเงิน ดิ้นทอง  ด้วยเทคนิคการทอที่เรียกว่า ยก กับกระบวนการทอ 1,416 ตะกอ เน้นลวดลายงดงามแบบโบราณ เช่น ลายเทพพนม ลายครุฑยุดนาค ลายหิ่งห้อยชมสวน ลายก้านขดเต้นรำ  ลายโบราณนั้นมีความละเอียดมากจึงต้องใช้ความชำนาญและเวลามากเป็นพิเศษ   


ภาพ : กี่ทอผ้าไหมยกทองที่บ้านท่าสว่าง 

ตะกอ คืออะไร? ส่วนประกอบของเครื่องทอผ้าด้วยมือหรือกี่ทอผ้า ตะกอจะเป็นตัวกำหนดลวดลายของผ้าแต่ละผืนโดยจะทำหน้าที่บังคับเส้นด้ายที่ร้อยอยู่ในรูตะกอให้ขึ้นลงสลับกันไปตามลักษณะของลายโครงสร้างที่กำหนดไว้ เมื่อเราทราบแล้วว่าตะกอนั้นเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดลวดลายของผ้า ผ้าที่มีหลายตะกอนั้นจึงต้องใช้ความชำนาญมากขึ้นและลวดลายที่ออกมาก็จะละเอียดละออมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ผ้าไหมยกทองโบราณที่บ้านท่าสว่างนี้ จึงพิเศษและน่าทึ่งมากๆ กับตะกอมากถึง 1,416 ตะกอ 


ภาพ : กี่ทอผ้าตัวนี้ 1,300 ตะกอ

นอกจากลวดลายที่งดงามแล้ววัตถุดิบที่ใช้ในการทอก็สำคัญ ไม่น้อยไปกว่ากัน ไหมยกทองโบราณจันทร์โสมา ของอาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย นี้ ใช้วิธีการย้อมแบบโบราณด้วยวัตถุดิบย้อมสีจากธรรมชาติ สีแดงจากครั่ง สีน้ำเงินจากคราม สีเหลืองทองจากเปลือกทับทิม และบางสีก็เกิดจากการนำแม่สีมาผสมอีกทีหนึ่ง สีที่ได้เมื่อนำไปย้อมจะไม่ตกและซีดช้ากว่าผ้าทั่วๆไป บ้างก็สีสดใสอยู่ได้เป็นร้อยปี   


ภาพ : เส้นไหมที่ย้อมแล้วด้วยสีธรรมชาติ


ภาพ : หมักคราม หรือเลี้ยงคราม สำหรับย้อมผ้าให้เป็นสีน้ำเงินคราม

กี่ทอผ้าที่บ้านท่าสว่างนี้ แปลกตาเอาเสียมากๆ ก็กี่ทอผ้าของที่นี่ดูใหญ่โตและมีโครงสร้างที่ไม่ค่อยคุ้นตามากนัก หากใครได้ไปจะเห็นว่ากี่ทอผ้าที่บ้านท่าสว่างนี้ หากทอใต้ถุนบ้านก็จะต้องขุดหลุมลึกลงไป 2-3 เมตร เพื่อรองรับกับความยาวของตะกอ ซึ่งมีมากถึง 1,416 ตะกอ  เวลาทอผ้าในแต่ละครั้งก็จะต้องใช้คนทอถึง 4 คน ช่วยกัน และทอได้เพียงวันละ 4-5 เซนติเมตร เท่านั้น 


ภาพ : ชั้นล่างของกี่ทอผ้าไหมยกทองที่บ้านท่าสว่าง

ด้วยวัตถุดิบเส้นไหมที่ย้อมสีธรรมชาติ และดิ้นทอง ดิ้นเงิน ที่นำเข้ามา บวกกับลวดลายโบราณที่ไม่ได้ทำกันทั่วๆ ไป ที่ต้องอาสัยความชำนาญและเวลาในการทอแต่ละผืน จึงทำให้ผ้าไหมยกทองของที่นี่ราคาสูง แต่เมื่อเทียบกับความสวยงามแล้ว คนที่มีเงินพอจ่ายได้นั้นถือว่าคุ้มค่ามากๆ ลายผ้าละเอียด ไม่มีตำหนิ ลวดลายงดงามโดดเด่นของเทคนิคการทอที่เรียกว่า ยก  นั้น ทำให้ผ้าไหมดูสวยงาม โดดเด่นและมีมิติมากๆ  ถึงแม้ว่าราคาไหมยกทองจะสูง แต่การจองคิวก็ไม่ได้น้อยลงเลย กลับมีผู้สนใจจองคิวสั่งทอผ้าไหมยกทองอยู่มาก   อย่างผ้าไหมยกทองผืนหนึ่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปชมการทอนั้น เป็นลวดลายโบราณที่นิยมใช้สำหรับงานแต่ง มีความกว้าง 1 เมตร ยาว  3 เมตร ต้องใช้เวลาทอและเก็บลายประมาณ 3 เดือน ราคาผืนละ 250,000 บาท 


ภาพ : ผืนที่กำลังทออยู่นี้ ราคา 250,000 บาท ใช้เวลาทอ 3 เดือน ทอได้วันละ 4-5 เซนติเมตร 

สำหรับใครที่ชื่นชอบผ้าไหมให้ลองไปชมกันได้ ที่บ้านท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ บริเวณด้านหน้าของกลุ่มไหมยกทองจันทร์โสมา ก็ยังมีร้านที่ขายผ้าไหม ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์อีกหลายร้าน ราคาก็จะไม่สูงเท่าไหมยกทองโบราณ ผ้าลายพื้นเมืองของสุรินทร์อีกแบบที่น่าสนใจก็คือ "ผ้าโฮล"  โฮล เป็นภาษาถิ่นของชาวสุรินทร์ที่ใช้เรียกผ้ามัดหมี่ มีการแบ่งยอกระหว่างผ้าโฮลของผู้ชายนุ่งและผ้าโฮลสำหรับผู้หญิงนุ่ง ที่จะมีลายเป็นริ้วๆ 







ภาพ : ร้านขายผ้าไหม ผ้าโฮล ของชาวบ้านท่าสว่าง

การเดินทาง : บ้านท่าสว่าง อยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์  อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 10 กิโลเมตร ใช้ถนนสายเกาะลอย-เมืองลิง (ทางหลวงชนบท สร.4026) จากตัวเมืองสุรินทร์ เป็นถนนลาดยางตลอด
เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00-17.00 น. 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 044-140015

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทน(ททท.) สำนักงานสุรินทร์ 



แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel