ชิมอาหารถิ่น เที่ยวกินที่พังงา

ทริปนี้มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า กับการไปทำความรู้จักอาหารถิ่นของจังหวัดพังงา ที่ชื่อว่า "จอแหร้ง" หรือที่บางคนอาจเรียกตามลักษณะที่มองเห็นว่ากุ้งต้มกะทิใส่ตะไคร้ และส้มควาย นอกจากจะไปชิม และเรียนรู้วิธีทำอาหารถิ่นชนิดนี้แล้ว เรายังมีที่เที่ยวแนะนำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสนุกๆ อย่างการล่องแพไม้ไผ่ที่คุระบุรี ชมวัดไม้สักริมทะเล รวมถึงไปชิมอาหารทะเลสดๆและช๊อปอาหารทะเลแปรรูป ที่ชุมชนท่องเที่ยวบางพัฒน์ 



เริ่มความสนุกสนานของทริป "ชิมอาหารถิ่น เที่ยวกินที่พังงา" ของสะดุดตากันที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการประมงพื้นบ้าน ชุมชนบางพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา ในครั้งนี้เราแวะมาชิมอาหารทะเลสดๆ และช๊อปอาหารทะเลแปรรูปกันค่ะ สำหรับใครๆ ที่มีเวลาค่อนข้างมาก อยากแนะนำให้นอนพักโฮมสเตย์และเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวประมงที่นี่ด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบแนวนี้ ก็อยากให้แวะมาชิมอาหารทะเลแบบเราค่ะ 


ภาพ : ชุมชนท่องเที่ยวบางพัฒน์

ที่นี่มีอาหารทะเลสดๆ ขายอยู่หลายร้านเลยค่ะ บางร้านก็ขายแบบบุฟเฟต์ แต่ร้านที่เราไปกินกันนั้น เป็นแบบเชตเมนูค่ะ ร้านครัวอารีย์  ร้านนี้ คิดราคาคนละ 250 บาท สำหรับ 2-3 คน สั่งอาหารได้ 5 อย่าง (เมนูปลา 1 อย่าง)  สำหรับ 4 คนขึ้นไป สั่งอาหารได้ 7 อย่าง(เมนูปลา 2 อย่าง) หรือใครไม่ชอบแบบเซตเมนูก็สั่งเป็นจานๆ ก็ได้ค่ะ  


ภาพ : อาหารทะเลที่ครัวอารีย์

ที่ชุมชนบางพัฒน์นี้ เป็นชุมชนประมง แน่นอนว่าหากเข้าไปเดินในชุมชน ก็จะพบกับร้านขายอาหารทะเลแปรรูปมากมาย สะดุดตาเองก็ซื้อกุ้งเสียบกลับมาด้วย ถุงละ 100 บาท เท่านั้นเอง และหากใครมาเที่ยวในช่วงที่ลูกชก ของอร่อยเมืองพังงา กำลังออกอย่างช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน อย่างนี้ ละก็ บอกเลยว่า ไม่ควรพลาด ลูกชกลอยแก้ว ซึ่งก็มีขายอยู่บริเวณลานจอดรถชุมชนบางพัฒน์นั่นแหล่ะค่ะ 


ภาพ : ร้านขายลูกชกลอยแก้ว ที่ชุมชนบางพัฒน์


ภาพ : ลูกชก ของอร่อยพังงา 

ออกจากชุมชนบางพัฒน์ก็แวะซื้อเครื่องแกงกันถึงแหล่งผลิตพริกแกงแม่ปรีดา อ.ทับปุด เลยทีเดียวค่ะ ใครที่ชอบพริกแกงสไตล์คนใต้ แบบที่ใส่ขมิ้นด้วยละก็ บอกเลยว่าถึงเครื่องมากๆ นี่เราก็ซื้อกลับมาด้วยเหมือนกัน 


ภาพ : พริกแกงแม่ปรีดา

เย็นนี้เราตั้งใจจะไปชิมอาหารถิ่นของพังงา ที่ชื่อว่า จอแหร้ง กันค่ะ และไม่ใช่แค่ชิมเท่านั้นนะคะ แต่จะไปดูวิธีทำด้วยค่ะ  ซึ่งจอแหร้งเนี่ย  หลังจากได้ชิมและลองทำแล้ว ก็พอจะอธิบายให้ฟังได้คร่าวๆ ว่า จะเป็นอาหารมาณต้มกะทิกุ้ง ใส่ตระไคร้ซอยและส้มควาย(รสชาติเปรี้ยวแบบส้มแขก) และด้วยความเป็นแกงแบบใต้จึงขาดไม่ได้ทั้งกะปิและขมิ้น หอมแดง เพิ่มรสด้วยพริกขี้หนูสด  นำตาลปี๊บ เกลือ เพิ่มกลิ่นด้วยใบมะกรูดฝอย พริกชี้ฟ้าแดง  กินคู่กับผักสดและข้าวสวยร้อนๆ นอกจากนั้นยังนำมาทำเป็นอาหารฟิวชั่นสไตล์ไทย พายจอแหร้ง ก็เข้ากันดี 


ภาพ : เครื่องจอแหร้ง  ตะไคร้ซอย หอมแดง ส้มควาย 


ภาพ : จอแหร้ง อาหารถิ่นพังงา 




ภาพ :  พายจอแหร้ง 





เช้าวันใหม่ที่พังงา เรายังไปเที่ยวกันต่อค่ะ ออกจากที่พักก็ตรงไปที่ อ.คุระบุรีกันเลย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะแก่การล่องแพไม้ไผ่ ที่คลองนางย่อน หรือธารมรกต ซึ่งสามารถล่องได้เฉพาะเดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม เท่านั้น  ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ ในการล่องแพในระยะทาง 3 กิโลเมตร และมีแวะจอดถ่ายรูปเล่นน้ำในบางจุด สำหรับใครที่เล่นน้ำบนแพยังไม่หนำใจก็สามารถมาเล่นน้ำตามจุดต่างๆ ของคลองนางย่อนได้อีกด้วยค่ะ น้ำใส สีมรกต สวยงาม เย็นชุ่มฉ่ำมากๆ 


ภาพ : ล่องแพไม้ไผ่ คลองนางย่อน คุระบุรี



นอกจากล่องแพแล้ว ในบริเวณใกล้ๆ จุดหยุดของแพ ก็มีจุดน่าสนใจมากๆ อีกจุดหนึ่ง คือพลับพลึงธารที่คลองตาเลื่อน ถึงแม้ว่าช่วงที่เราไปนั้น จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่พลับพลึงธารออกดอกก็ตามที แต่ก็ยังสวยงามไม่แพ้ตอนออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เลยละค่ะ 


ภาพ : พลับพลึงธารคลองตาเลื่อน

มื้อกลางวันก่อนบอกลาคุระบุรีของพวกเราในวันนั้นก็คืออาหารในกระบอกไม้ไผ่ที่ร้านโกศักดิ์ ซึ่งหากเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวคุระบุรี สนใจที่จะกินอาหารในกระบอกไม้ไผ่ละก็ ต้องโทรแจ้งทางร้านไว้ล่วงหน้าก่อนค่ะ ซึ่งเค้าจะเซตเมนูเอาไว้ให้แล้วนะคะ ว่ามีเมนูอะไรบ้าง  


ภาพ : หาหารในกระบอกไม้ไผ่ที่ร้านโกศักดิ์



หลังจากอิ่มหนำสำราญ แล้วก็มุ่งหน้าไปยัง อ.ท้ายเหมือง กันต่อเลย ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ ก็ไปชมวัดไม้สักริมทะเล วัดท่าไทร กันก่อน ซึ่งเป็นวัดที่แปลกตาดี เพราะอยู่ติดชายหาดเลยทีเดียวค่ะ 


ภาพ : วัดท่าไทร วัดไม้สักริมทะเล อ.ท้ายเหมือง 



ขอขอบคุณ : กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) 

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel