ดูเหยี่ยว แลอินทรีที่หนองปลาไหล

เรื่อง/ภาพ โดย: โซ่วยี่
ภาพนกสวยๆ โดย อ.นิคม คุปตะวินทุ

พูดถึงนกเหยี่ยว นกอินทรี หลายคนคงนึกถึงภาพภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าสวันนา แต่ใครเลยจะรู้ว่าบ้านเรา ประเทศไทยแห่งนี้ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีนกเหยี่ยวและอินทรีมาปักหลักอพยพกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่หาดชะอำ เขาวัง หรือแก่งกระจานเท่านั้น แต่ยังมีความน่าสนใจในการชมเหยี่ยวอีกด้วย

ในอดีต นกเหยี่ยว นกอินทรี จะเป็นนกที่ออกแนวหาดูได้ยากในประเทศไทย อาจเห็นได้บ้างขณะบินอพยพในช่วงฤดูหนาวของไทย ที่นกเหล่านี้หนีหนาวมาจากแถบไซบีเรีย รัศเซีย มองโกเรีย และจีนเพื่อลงใต้ โดยมีจุดหมายคือแถวๆ ประเทศอินโดนีเซีย แต่ในปัจจุบันนกอพยพมาส่วนหนึ่งเลือกที่จะแลนดิ้งที่ประเทศไทย สาเหตุหลักๆ ก็เพราะความอุดมสมบูรณ์ของอาหารและสภาพอากาศที่อบอุ่นน่าอยู่กว่าของประเทศไทยนั่นเอง



ถึงผืนดินเมืองไทยจะอุดมสมบูรณ์ไปทั่ว แต่เจ้านกเหยี่ยวและอินทรีก็ค่อนข้างเรื่องเยอะเหมือนกัน พวกมันเจาะจงเลือกบ้านหลังใหม่ที่ดูเผินๆ แล้วมีสภาพคล้ายบ้านหลังเก่า ฟังดูอาจจะขำแต่เป็นเรื่องจริงที่นกเหยี่ยวและนกอินทรีมองทุ่งข้าวบ้านเราเป็นเหมือนทุ่งหญ้าสวันนาเดิมของพวกมัน ขณะที่กำลังบินอพยพนกจำนวนหนึ่งมองเห็นภูเขาสูง ป่าเขียวขจีของเมืองเพชร และทุ่งนาเขียวๆเหลืองๆ ของ ต.หนองปลาไหลอยู่เบื้องล่าง จึงหยุดปักหลักหากินบริเวณนี้ ทำให้ ต.หนองปลาไหลของเมืองเพชรกลายเป็นแหล่งที่มีปริมาณนกเหยี่ยวและอินทรียึดเป็นที่อยู่หากินยามอพยพมากที่สุดในประเทศไทย แถมยังมีการสำรวจพบด้วยว่าปริมาณของนกเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีอีกด้วย และนี่เป็นสาเหตุให้เมืองเพชรกลายเป็นแหล่งดูนกอพยพ นกเหยี่ยว นกอินทรีหายากอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ 

สำหรับช่วงที่ดีที่สุดในการดูนกเหยี่ยวและอินทรีเริ่มตั้งแต่พฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งทาง อบต.หนองปลาไหลได้จัดพิธีเปิดงานวันดูนก “มหัศจรรย์นกอินทรีของดีเมืองเพชร” หรือ Eagle Day ไปเมื่อวันที่ 22-23 ธันวาคม 2555  ซึงได้จัดผ่านพ้นไปแล้วแต่นักท่องเที่ยวยัสามารถเดินทางทางมาชมนกอินทรีได้ตลอดฤดูกาลจร้า



เทคนิคการหาบริเวณปักหลักดูนกเหยี่ยวและอินทรีไม่ยาก ให้มองหาทุ่งนาที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จหมาดๆ เพราะอาหารหลักของเหยี่ยวและอินทรีคือหนูนา หลังเกี่ยวข้าวเสร็จหนูนาจะวิ่งกระเจิดกระเจิงออกจากรัง เหยี่ยวและอินทรีจะโฉบลงมาจับหนูกินเป็นว่าเล่น ส่วนเวลาที่เหมาะคือช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้าไปจนถึงเที่ยง 

ในทริปนี้ของเราได้รับความเอื้อเฟื้อจาก อ.นิคม คุปตะวินทุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูนกในพื้นที่เป็นผู้นำทีม อาจารย์เล่าว่าเหยี่ยวและอินทรีที่อพยพมาที่นี่จะมาจีบกัน แต่จะยังไม่เข้าหอกัน พวกมันจะไปรอเข้าหอกันเมื่ออพยพกลับไป เพราะหากเข้าหอแล้วตัวเมียจะต้องแบกไข่ในท้องซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการบินกลับไป 


ภาพ : อ.นิคม คุปตะวินทุ กำลังถ่ายรูปนกด้วยเลนส์ตัวใหญ่มาก

ในวันนั้นเราได้เห็นนกอินทรีปีกลาย อินทรีอิมพีเรียล อินทรีทุงหญ้าสเต็ป เหยี่ยวออสเปร เหยี่ยวดำรัสเซีย และบรู๊ดเต็ดอีเกิล ซึ่งเป็นอินทรีขนาดเล็กและพบได้ยาก ทำเอาคณะของเราอิ่มอกอิ่มใจกันไปถ้วนหน้ากับความคุ้มค่าที่ได้เห็นเหล่านักล่าเหยื่อที่บินโฉบกันอย่างสง่างามบนท้องฟ้าในเมืองไทย  

ข้อแนะนำสำหรับกิจกรรมดูนก
  • ศึกษาลักษณะพื้นฐานของนกเหยี่ยวและอินทรีมาบ้าง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูนก
  • อาจมีคู่มือดูนกติดตัวมาด้วย
  • มีอุปกรณ์คือกล้องสองตาติดตัวมาด้วย กำลังขยายประมาณ 7-8 เท่า ควรเป็นกล้องแบบที่มีหน้าใหญ่
  • เข้าอยู่ในร่ม ไม่ใช่เพราะหลบแดด แต่เพราะนกจะได้ไม่ตื่นตระหนก และให้พยายามอยู่นิ่งๆ
  • หมวกปีกกว้างเป็นสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งเพื่อใช้กันแดด
  • ควรใส่เสื้อผ้าสีเขียว หรือ สีน้ำตาล เพราะใกล้เคียงกับสีธรรมชาติ และไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีขาว หรือสีสดๆ เพราะนกจะหวาดระแวงไม่กล้าเข้าใกล้  
  • ทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นจึงต้องไม่คาดหวังสูงว่าจะต้องได้เห็นนกเหยี่ยวหรืออินทรีพันธุ์ที่หายากมากๆ 


หน้าอบต. มีหุ่นนกอินทรีด้วยทำด้วยจาก

สำหรับผู้สนใจกิจกรรมดูนกเหยี่ยวและอินทรีสามารถติดต่อไปที่ อบต.หนองปลาไหลได้ที่หมายเลข 032 402 104

การเดินทาง: จากถนนเพชรเกษม ระหว่าง กม.142-143 สังเกตซุ้มทางเข้าวัดเขาตะเคราอยู่ซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 4 กม.จะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาอีกไม่ถึงสองร้อยเมตรจะถึงที่ทำการ อบต.หนองปลาไหล

แผนที่ จุด B แสดงที่ตั้ง ต.หนองปลาไหล







ตามล่านกหายากที่บ้านแหลม
นอกจากเหยี่ยวและอินทรีแล้ว เมืองเพชรบุรียังมีนกอพยพหายากอื่นๆ อีกหลายชนิดให้นักดูนกทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพได้ยลโฉมกันทั้งที่แก่งกระจาน และ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านปากทะเล อ.บ้านแหลม ซึ่งเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ยังคงวิถีชาวเลและระบบนิเวศน์วิทยาชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งหากินของนกอพยพไม่ต่ำกว่า 50 ชนิด ที่เด่นๆ และหายากเช่น นกชายเลนปากช้อน และนกซ่อมทะเลอกแดง ซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมจนถึงเมษายนของปีถัดไป

อีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับทริปดูนกหายากครั้งนี้คือ โครงการศึกษาวิจัยและ พัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ้านแหลม เช่นกัน ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเมษายนจะมีนกอพยพหายากมาหากินอยู่ที่นี่ เช่น นกนางนวลหลังดำพันธุ์รัสเซีย และนกนางนวลหัวดำใหญ่ เมื่อดูนกจนอิ่มตายังสามารถไปเดินเล่นกินลมชมวิวป่าชายเลนบนสะพานที่ทอดยาวเข้าไปข้างในจนถึงทะเลให้อิ่มใจต่อได้อีกด้วย

การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรี ใช้เส้นทางเพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ (ทางหลวงหมายเลข 3177) ถึงสี่แยกหาดเจ้าสำราญเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4033 ประมาณ 7 กม.จะพบทางเข้าโคงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ ซึ่งอยู่ติดกับวัดสมุทรโคดม แต่ถ้าขับเลยไปอีกประมาณ 12 กม. จะถึงหมู่บ้านปากทะเล

แผนที่แสดงตำแหน่ง 
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่จุด A

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

หมายเลขโทรศัพท์: โคงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ 032 441 265, อบต.ปากทะเล 032 783 591
จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel