ตามรอย มหานทีบรรพกาฬ แม่น้ำโบราณโลกล้านปีอุบลราชธานี

ไปตามหาร่องรอยแม่น้ำโบราณ โลกล้านปีที่จังหวัดอุบลราชธานีกันครับ ทริปนี้เดินทางไปพร้อมๆกับนักธรณีวิทยาระดับอาจารย์หลายท่าน ได้ความรู้กลับมาฝากเพื่อนๆสะดุดตากันแบบอัดแน่น หลายเรื่องผมเองก็เพิ่งเคยรู้ ไปเที่ยวอุบลราชธานีมาก็หลายรอบ ทั้งผาแต้ม เสาเฉลียง แก่งตะนะ น้ำตกสร้อยสวรรค์ ความป็นมาของพื้นที่เหล่านี้ จะถูกเชื่อมโยงกันด้วย หินทรายพื้นใหญ่ บนแผ่นดินอีสาน ที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยล้านปี มาเริ่มจินตนาการไปพร้อมกันเลยครับว่า พื้นที่เหล่านี้ ได้เคยเป็นแม่น้ำสายใหญ่มหึมา ได้ยังไง และเกิดเป็นลักษณะทางธรรมชาติสุดแปลกตาหลายแห่งได้อย่างไร 



เริ่มต้นทริปเราเดินทางไป เที่ยวภูจันทร์แดง จุดแรกที่เราได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเสาเฉลียง ซึ่งเสาเฉลียงพบได้ทั่วไปในแผ่นดินภาคอีสาน มาถึงภูจันทร์แดง เราได้เห็นความชัดเจน ของการอธิบายการเกิดขึ้นของเสาเฉลียง ลักษณะของหินที่เหมือนถูกวางซ้อนกันคล้ายดอกเห็นขนาดใหญ่ มันเกิดขึ้นมาได้ยังไงกัน...

คลิปวีดีโอ
เที่ยวภูจันทร์แดง [ตามรอย มหานทีบรรพกาฬ อุบลราชธานี EP1]

พื้นหินทรายบริเวณภูจันทร์แดง ทุกวันนี้ยังคงถูกกัดเซาะให้เราเห็นความเป็นมาได้ไม่ยาก ลักษณะของเสาเฉลียงนั้น เป็นการกัดกร่อนของชั้นหิน ที่ถูกน้ำเซาะนานวันเข้า ส่วนที่อ่อนแอ ไม่แข็งแรงก็ถูกน้ำซัดหลุดไปเรื่อยๆ เหลือเพียงส่วนที่แข็ง ทน ยืนหยัดอยู่ และโดยสภาพชั้นหินแล้ว มันประกอบกันเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นก็อาจจะหนาไม่เท่ากัน แข็งแรงไม่เท่ากัน เราจึงได้เห็นสภาพเหมือนก้อนหินที่มีลักษณะต่างกันตั้งอยู่กันและกัน เป็นเสาเฉลียงรูปทรงแปลกตา 


ภาพ : ภูจันทร์แดง 



เดินเข้าไปด้านในภูจันทร์แดง จากลานจดรถ น่าจะประมาณ 500 เมตร เราก็ยังพบลักษณะของหินที่เป็นหลุมเล็กๆบนพื้นหินทรายขนาดใหญ่ บางหลุ่มเกิดขึ้นในแนวเอียง หลุมที่เกิดในพนังแนวตั้งก็ยังมี มันเป็นลักษณะเดียวกัน เขาเรียกลักษณะนี้ว่า Pothole หรือ กุมภลักษณ์​ นั้นเอง จะใหญ่หรือเล็กลักษระการเกิดจะเหมือนกันคือ เกดจากกระแสน้ำที่พัดเอากรวด หิน ทราย มาพัดวนกัดเซาะจนกลายเป็นหลุมขึ้นมา เดียวเราจะได้ดูลักษณะหลุ่มกุมภลักษณ์ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆในอีกหลายสถานที่ นั้นทำให้ข้อสันนิษฐานของความเป็นแม่น้ำโบราณชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆสำหรับผม 


ภาพ : หลุมกุมภลักษณ์บนหินทราย


ภาพ : กุมภลักษณ์ หรือ Pothole จะมีพวกกรวดหิน อยู่ด้านในเป็นตัวที่ขัดหิดทราย เมื่อมีกระแสน้ำเข้ามา

ด้านในยังมีเสาเฉลียงแปลกตารูปแก้วไวน์ ให้ได้ชมกัน ถือว่าเป็นไฮไลน์ของภุจันทร์แดงแห่งนี้ทีเดียว ห้ามพลาด และในบริเวณเดียวกัน เรายังได้เห็นเสาระเบียง อีกลักษณะของหินที่ถูกกัดเซาะ แต่ยังไม่ถึงขั้นกลายเป็นเสาเฉลียงคือลักษณะยังไม่เป็นแท่งเสา แต่เป็นกำแพงขนาดยักษ์​ ถ้าทิ้งไว้อีกสักล้านปี มันก็อาจจะกลายเป็นเสาเฉลียงได้ หรือไม่ก็พังทลายไป 


ภาพ : เสาหินรูปแก้วไวน์ ที่ภูจันทร์แดง

นี้แค่เริ่มต้น เราก็ได้เห็นร่องรอยของความป็นมหานทีกันแล้ว นักธรณีวิทยา ยังได้อธิบายถึงเส้นลายของชั้นหิน สีของผิวหินทรายให้เราเข้าใจถึงทิศทางของแระแสน้ำอีกด้วย ว่าไหลเร็วแรงค่อยอย่างไร ซึ่งดูจากความเอียงของลวดลาย การเรียงตัวของกรวดทรายในชั้นหินนั้นเอง และสอนเราให้มองในมุมมองที่มากกว่าปัจจุบันด้วย คือ ต้องมองย้อนไปถึงอดีตมองในมิติแบบปัจจุบันอย่างเดียวไม่ได้นะ …ซึ่งก็จริง มันจะทำให้เรามองโลกกว้างขึ้นไปอีก

คลิปวีดีโอ
เที่ยวภูอานม้า [ตามรอย มหานทีบรรพกาฬ อุบลราชธานี EP2]

จากภูจันทร์แดง เราเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่ภูอานม้า จุดนี้มหัศจรรย์มากๆครับ เป็นลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งเราได้พบกับ หลุม Pothole หรือ กุมภลักษณ์ ขนาดใหญ่มากๆ มันเกิดขึ้นจากขบวนการของสายน้ำและการกัดกร่อนเช่นเดียวกัน ยังน่าตื่นตากับร่องรอยอารยธรรมโบราณ กว่า 2,000ปี ที่เราได้เห็นรอยล้อเกวียนโบราณ ที่มีลักษณะเป็นร่องหินแนวยาว ยาวนับกิโลบนพื้นหินทราย ลึกเข้าไปยังมีภูสูบ จุดที่มีร่องรอยอารยธรรมโบราณ การตีเหล็ก สุ่มไฟ บริเวณก้อนหินใหญ่ ลองดูในคลิปที่ผมลงให้ชมในบทความนะครับน่าสนใจจริงๆ นอกจากธรรมชาติบริเวณนี้จะสวยแปลกตาด้วยลักษณะของหินทรายแล้ว ยังมีเรื่องราวเรื่องเล่าของอารยะธรรมโบราณให้ได้เรียนรู้กันด้วย 


ภาพ : หลุมกุมภลักษณ์ ขนาดใหญ่ที่ภูอานม้า


ภาพ : รอยเกวียนโบราณ บนพื้นหินทราย


ภาพ : รอยเกวียนโบราณแนวตรงยาว เป็นร่องลึกลงไปในชั้นหินทราย


ภาพ : ภูสูบ จุดนี้อยู่ในเส้นทางภูอานม้า มีร่องรอยอรายธรรมโบราณ การก่อไฟตีเหล็ก


ภาพ : ภูอานม้า

จุดต่อไปที่เราจะได้เห็นความชัดเจนของกุมภลักษณ์ หรือ Pothole ได้ชัดเจนขึ้นไปอีก คือที่ น้ำตกสร้อยสวรรค์ครับ ไปมาก็บ่อย สงสัยมานานแล้วว่าหลุม และรูใหญ่ๆตามน้ำตกนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร จากที่เราเห็นที่ภูจันทร์แดงและภูอานม้า อาจจเป็นจุดที่ไม่มีน้ำไหลเป็นสายแล้ว แต่ที่น้ำตกสร้อยสวรรค์นี้ชัดเจนเลยครับ ว่า เกิดจากกรวดและกระแสน้ำที่ไหลวนกลายเป็นหลุมขึ้นมา แม้แต่ตัวน้ำตกเองก็เกิดจากลักษณะเดียวกันด้วย แล้วพังถล่มลงมาเป็นสายน้ำตกสองสายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน 

คลิปวีดีโอ
เที่ยวผาแต้ม น้ำตกสร้อยสวรรค์ [ตามรอย มหานทีบรรพกาฬ อุบลราชธานี EP3]


ภาพ : น้ำตกสร้อยสวรรค์​


ภาพ : หลุมขนาดต่างๆที่เกิดขึ้นจากกระแสน้ำ น้ำตกสร้อยสวรรค์​

ไปกันต่อที่ผาแต้มครับ นี่ผาแต้มเสาเฉลียงนั้นดังมากและเป็นที่รู้จักกันดี เป็นเสาเฉลียงที่มีขนาดใหญ่ จุดนี้เองเราเห็นลวดลายของเม็ดกรวด การเรียงตัวของเขาบอกถึงลักษณะของสายน้ำและทิศทางการไหล ความเร็ว ได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งร่องรอยของแม่น้ำโบราณที่นักธรณีวิทยาค้นพบ ส่วนบริเวณผาแต้มมีร่องรอยของลักษณะชั้นหิน 2ลักษณะที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจน บอกเราได้ว่าลักษณะของพื้นหินนั้นมีเป็นชั้นๆและความแข็งแรงนั้นต่างกัน มภาพเขียนสีอายุ3,000ปี ให้เราได้ชม่องรอยอารยธรรมโบราณกันด้วย 


ภาพ : เสาเฉลียง อุทยานแห่งชาติผาแต้ม


ภาพ : ลายเม็ดกรวดเหล่านี้บอกเราเรื่องกระแสน้ำโบราณได้


ภาพ : ผาแต้ม ร้อยล้านปีก่อนฝั่งโน้นกับเราเป็นแผ่นดินเดียวกัน


ภาพ : ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม อายุ 3,000ปี

อีกจุดหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นแม่น้ำโบราณ ได้ชัดเจนและมีลักษณะที่ต่างออกไปคือ ถ้ำเหวสินไชย ซึ่งอยู่ที่วัดถ้ำเหวสินไชย โขงเจียมนี้เอง จุดนี้จะเป็นถ้ำใต้น้ำตก ที่เมื่อเข้าไปแล้วนอกจากได้ชมความงามของน้ำตกแล้ว ให้สังเกตุที่เพดานพนังถ้ำ จะมีลักษณะของชั้นหินที่แตกต่าง และร่องรอยของการกัดเซาะของกระแสน้ำ กรวดทรายต่างๆ 

คลิปวีดีโอ
เที่ยวถ้ำเหวสินไชย แก่งตะนะ [ตามรอย มหานทีบรรพกาฬ อุบลราชธานี EP4]


ภาพ : ถ้ำเหวสินไชย


ภาพ : เพดานถ้ำเหวสินไชย

จุดสุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันในทริป คือ แก่งตะนะครับ จุดนี้ เหมือนย้อนเวลากลับไปช่วงเวลาต้นๆของการเกิดการกัดเซาะที่ได้เรียนรู้มาทั้งหมดตลอดทริป แผ่นหินทรายขนาดใหญ่ การเกิดแก่งตะนะ ก้เกิดขึ้นจากการกัดเซาะหินทรายเช่นกัน แต่ขบวนการพังทลายยังไม่มากขนาดน้ำตกสร้อยสวรรค์​ เพิ่งเป็นแก่ง อย่างที่เห็นในปัจจุบัน มีกุมภลักษ์เล็กกระจัดกระจายอยู่บ้าง 


ภาพ : แก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

เป็นทริปที่อัดแน่นด้วยความรู้จริงๆครับ และต้องขอขอบคุณ​ กรมทรัพยากรธรณี และ นักธรณีวิทยาทุกท่าน ที่มาร่วมให้ความรู้กับพวกเราในทริป ขอบคุณมากครับ 

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel