ถ้ำเล-สเตโกดอน 4Km แห่งการผจญภัยตื่นเต้นกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ ในดินแดนสตูล

พายเรือคยัคเที่ยว ถ้ำเล-สเตโกดอน จังหวัดสตูล แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่จะทำให้คุณตะลึง ถ้ำดึกดำบรรพ์ ที่สวยงามและยาวที่สุดในประเทศไทย กว่า4กิโลเมตร พาไปค้นพบซากฟอสซิลอันตระการตราของสัตว์โบราณอายุ 500 ล้านปี ทั้งผจญภัยและตื่นเต้นกับการค้นพบอันมหัศจรรย์ ถ้ำเล-สเตโกดอน ทุ่งหว้า จ.สตูล



เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสตูล คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจริงๆ แล้วสตูลมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วยนะคะ อย่างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของจังหวัดสตูล ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ กับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมากกว่าถ้ำให้เรามาดูความสวยงามของถ้ำและหินต่างๆ เพราะที่นี่แตกต่างและมีคุณค่าทางด้านธรณีวิทยาอย่างมากมาย กับ "ถ้ำเล-สเตโกดอน" 

ทีมงานสะดุดตาดอทคอมได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปที่ถ้ำเล-สเตโกดอน แหล่งท่องเที่ยวใหม่กิ๊กของจังหวัดสตูลด้วยคำชวนของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) และเจ้าของพื้นที่อย่าง นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล นำเราเข้าสำรวจถ้ำเล-สเตโกดอน 


นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ผู้บุกเบิกถ้ำเล-สเตโกดอน

แค่ชื่อของถ้ำก็สะดุดหู คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างเราแล้วละคะ เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเป็นเหมือนกับเรา และเชื่ออีกค่ะว่าเมื่อได้รู้จักที่มาของชื่อถ้ำนี้แล้ว จะต้องร้องว้าว !!! กันทีเดียว สำหรับนักท่องเที่ยว หรือนักเดินทางที่สนใจความแปลกใหม่ของแหล่งท่องเที่ยว 

ถ้ำเล สเตโกดอน เดิมชื่อถ้ำวังกล้วย เป็นถ้ำที่อยู่ติดทะเล และมีน้ำทะเลท่วมขังตามการขึ้นลงของน้ำทะเล จึงเรียกว่าถ้ำเล และยังเป็นถ้ำเลที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยด้วยค่ะ เพราะมีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร  ส่วนคำว่า "สเตโกดอน" ซึ่งไม่ค่อยคุ้นหูเราเท่าไหร่นักนั้น มันคือชื่อของช้างดึกดำบรรพ์  และเหตุผลที่นำชื่อช้างนี้มาตั้งเป็นชื่อถ้ำ เนื่องจากมีการพบฟอสซิลของช้างสเตโกดอนในถ้ำแห่งนี้ ตอนที่ชาวบ้านไปหากุ้งก้ามกรามในถ้ำ และพบหินรูปร่างแปลกตา จึงนำมาซึ่งการสำรวจถ้ำ และค้นพบซากฟอสซิลอีกมากมายภายในถ้ำนี้  และตามผนังถ้ำเราก็ยังพอเห็นฟอสซิลของสาหร่ายทะเลอีกด้วย เรียกว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำที่มีฟอสซิลเยอะมากเลยละค่ะ

การเดินทางเริ่มต้นจากปากถ้ำ ที่อยู่บริเวณหมู่บ้านคีรีวง ในเขตของตำบลทุ่งหว้าค่ะ ซึ่งทางเข้าถ้าจะอยู่ติดทางหลวงหมายเลข 416 ซึ่งมีป้ายชื่อถ้ำเล สเตโกดอน ติดไว้ เดินผ่านสวนยางไปซักประมาณ 200 เมตร จะพบกับสะพานแขวน และทางลงสู่ปากทางเข้าถ้าเล สเตโกดอน โดยเราจะใช้เรือแคนูเป็นพาหนะพาเข้าไปชมทั้งความงามและความมหัศจรรย์ของถ้ำนี้กันค่ะ 


เตรียมตัวกันก่อนเข้าถ้ำ ใส่เสื้อชูชีพ หมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัย


เริงร่ากันสุดๆ 


ทางเข้าถ้ำเล สเตโกดอน ในวันที่มีน้ำน้อย


การเที่ยวถ้ำโดยปกตินั้นเท่าที่เคยสัมผัสมาคือการเข้าไปดูความสวยงามของถ้ำ พวกแร่แคลไซด์ที่ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงไฟ และจินตนาการกว้างไกลไปกับเหล่าก้อนหินภายในถ้ำที่มีรูปทรงแปลกๆ  

แต่สำหรับที่ถ้ำเล สเตโกดอนนั้น นอกจากความสวยงามของหินต่างๆ ภายในถ้ำแล้ว ที่นี่ยังมีเรื่องสนุกสนาน น่าสนใจอย่างเช่นการได้เห็นฟอสซิลของซากพืช ซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุโดยเฉลี่ยถึง 500 ล้านปี อีกด้วย ในบางช่วงของการนั่งเรือแคนนูนั้น ในบางคราวที่น้ำลดลงต่ำมากๆ เราจะต้องลากเรือกันค่ะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพราะหากวันไหนที่น้ำลดลงนั้น เราก็มีโอกาสได้เดินถ่ายภาพภายในถ้ำตามหินสวยๆ และอาจได้เป็นผู้ค้นพบซากฟอสซิลของพืช และสัตว์ที่มีอายุหลายร้อยล้านปี และนำมาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นสมบัติของประเทศชาติ ให้ชนรุ่นหลังได้เห็น แหมๆ มันเท่ห์อะไรขนาดนี้เนี่ย


ค่อยๆ พายกันเข้าไปในถ้ำเล สเตโกดอน


ระยะทางในถ้ำบางช่วงก็เจอน้ำไหลลงมา เย็นสดชื่นเลยละ แต่ก็ระวังกล้องเปียกนะ


มีทั้งเรือยางและเรือคยัค


บางจุดเราต้องลงเดิน บางจุดก็เจอซากฟอสซิลด้วย


หลากหลายรสชาติในถ้ำเล สเตโกดอน เดินลุยน้ำบ้าง พายเรือบ้าง สนุกสนานเฮฮา 


พูดถึงซากฟอสซิล อาจฟังดูยากและรู้สึกเฉยๆ สำหรับบางคน แต่หากลองได้เรียนรู้เพียงน้อยนิด มันจะทำให้การเที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนนี้ มีความสนุก และน่าตื่นตาตื่นใจเอามากๆ เลยนะคะ และเรื่องของความสวยงามของถ้ำแล้วละก็ที่ถ้ำเล สเตโกดอนแห่งนี้ ก็ไม่แพ้ถ้ำไหนๆ เหมือนกันละคะ และด้วยจุดเด่นอีกอย่างของถ้ำแห่งนี้ ด้วยการเป็นถ้ำที่กว้างและมีอากาศถ่ายเทตลอด โดยเราสังเกตุได้จากตลอดระยะทางที่เข้าไปในถ้ำนั้น เราสัมผัสได้ถึงลมที่พัดมาปะทะผิวกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้เย็นสบายและสดชื่นเลยทีเดียวละค่ะ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนั้น ที่นี่ก็มีหินรูปร่างแปลกตา ผลึกแคลไซด์ที่ส่องประกายวิวับ ยามจับด้วยแสงไฟ ให้ได้ค้นหามุมถูกใจในการถ่ายภาพของตัวเอง ด้วยถ้ำที่ยาวและกว้าง มีรายละเอียดมาก มีมุมต่างๆ ให้นักถ่ายภาพเลือกสรรค์ในการที่จะลั่นชัตเตอร์ ขนาดเราเองที่ไม่ใช่นักถ่ายภาพก็ยังสนุกสนาน ไปกับการกดชัตเตอร์เลยละคะ  ทำเอาเวลาชั่วโมงกว่าๆ ในวันนั้นแลดูสั้นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ ค่ะ


ก้อนหินสวยๆ ในถ้ำมีเยอะค่ะ


ถ้ำเล สเตโกดอนนี้ จะค่อนข้างกว้าง อากาศถ่ายเทได้ดี มีลมพัดเข้ามาตลอดเลยละ


บางวันน้ำลดลง ก็เดินลุยน้ำยกเรือ หาซากฟอสซิล สนุกไปอีกแบบ


ตัวถ้ำโปร่งและโล่งมากๆ 


มีมุมสวยๆ ในถ้ำเล สเตโกดอนมากมายเลย


มีหินแปลกตามากมายในถ้เล สเตโกดอน 


ตะเกียงแก๊สมือถือช่วยส่องให้เห็นความงามของแร่แคลไซด์ในถ้ำเล สเตโกดอน






ฟอสซิลฟันช้างเอลิฟาด ที่พบในถ้ำตอนเราไปนี่แหล่ะค่ะ ตื่นเต้นดีจริงๆ ขนาดไม่ใช่คนเจอนะเนี่ย


ก้อนหินรูปร่างแปลกตาตามแต่จะจินตนาการ






พายเรือคยัคชมถ้ำเล สเตโกดอนมาเรื่อยๆ ก็จะมาถึงทางออกถ้ำเล สเตโกดอน ซึ่งดูยังไงก็เหมือนว่าปากทางออกเป็นรูปหัวใจนะเนี่ย ตรงปากทางออกนี้เราจะออกไปยังคลองวังกล้วยค่ะ เป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียวค่ะ ระหว่างนั่งเรือกลับไปขึ้นท่าที่จุดชมวิวท่าอ้อยนั้น ระหว่างทางก็ทำให้เราได้เพลินเพลินไปกับบรรยากาศสวยงาม ดูแล้วรู้สึกสดชื่นกับสองฝั่งที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นโกงกาง และบางจุดก็เป็นภูเขาสูง แบบว่า ฟิน สุดๆ ไปเลยละค่ะ 


ปากทางออกเป็นรูปหัวใจ




ซากฟอสซิลที่เจอในทริปที่เราไปกันนี่แหล่ะ

ถ้ำเล สเตโกดอนแห่งนี้ อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบไวๆ ลงรถมา ถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ แล้วกลับขึ้นรถ แต่ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด ของจังหวัดสตูล ที่ควรค่าแก่การมาใช้เวลา เรียนรู้อย่างสนุกสนาน สัมผัสความสวยงามของถ้ำ ตามหาฟอสซิลดึกดำบรรพ์ ท้าทายไปกับการพายเรือคยัค ในถ้ำเลที่ยาวที่สุดในเมืองไทย  และอีกหลากหลายรสชาติ ที่จะสัมผัสได้กับถ้ำแห่งนี้ "ถ้ำเล สเตโกดอน"


พายเรือคยัคไปตามแนวป่าชายเลน



นอกจากถ้ำเล สเตโกดอนแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องฟอสซิลเป็นพิเศษยังสามารถไปดูแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับฟอสซิลที่ค้นพบที่จังหวัดสตูลซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายที่ ให้สมกับการเป็น "ฟอสซิลแลนด์ แดนสตูล" เลยละคะ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า ที่เก็บรวบรวมฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ สเตโกดอน และบรรพชีวินทางธรณีวิทยาที่ขุดค้นได้ที่อำเภอทุ่งหว้า , พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ภายในโรงเรียนกำแพงวิทยา อำเภอละงู ซึ่งหากติดต่อเข้าไปล่วงหน้าจะมีน้องๆ นักเรียนโรงเรียนกำแพงวิทยาที่มีความรู้เรื่องฟอสซิลมาเล่าให้เล่าฟังด้วยค่ะ และนอกจากนั้นยังมีก้อนหินที่มีฟอสซิลสาหร่ายทะเลดึกดำบรรพ์ด้วยค่ะ 

สำหรับการเข้าชมถ้ำเล สเตโกดอนซึ่งจเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปลายปี 2556 นี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่คุณณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ(นายก อบต.ทุ่งหว้า) โทร.091-0345989 หรือ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) 02-1921924-6 เวลา 09.00-17.00 น.

ที่ตั้งถ้ำเล สเตโกดอน : หมู่ที่ 7 บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
GPS : 7.123881, 99.797908 (ปากทางเข้าจุด A ในแผนที่)
การเดินทาง : จากจังหวัดสตูลไปตามทางหลวงหมายเลข 416 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดตรัง ประมาณ 85 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปยังหมู่บ้านคีรีวง ประมาณ 500 เมตร 

แผนที่ 
จุด A แสดงที่ตั้งของ ถ้ำเล-สเตโกดอน บริเวณทางเข้า
จุด B คือ จุดทางออกถ้ำเล-สเตโกดอน



 
 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel