ทริปคาราวานรถบ้านเที่ยวเหนือสัมผัสหนาว เพชรบูรณ์ แพร่ ลำปาง เชียงใหม่

การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบ้านถือเป็นมิติใหม่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทยเพราะยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนักแต่สำหรับในต่างประเทศนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก ในทริปนี้สะดุดตาจะพาเพื่อนๆ เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบ้านกับทริปปลายฝนต้นหนาว เส้นทางเพชรบูรณ์ แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ ที่จัดขึ้นโดย Campervan Thailand และ Moterhome & Camping Car ซึ่งทีมงานสะดุดตาได้รับการสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคเหนือ 



ทริปนี้การเดินทางของเราเดินทางด้วยรถบ้าน ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ตกแต่งพิเศษมีที่นอน ติดแอร์ ห้องน้ำ และเครื่องทำครัวอย่างหม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ ซิ้งค์ล้างจาน หรือบางคันก็มีเตาไว้สำหรับทำหารด้วยนะคะ  ถือว่าสะดวกมากสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบ้านแบบนี้

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า พร้อมสมาชิกร่วมทริปกว่าร้อยคนและรถบ้านเกือบ 20 คัน ไปกันแบบเป็นคาราวานเลยละค่ะ  ออกเดินทางด้วยเส้นทางสระบุรี เพชรบูรณ์ แวะทานอาหารกลางวันระหว่างทางกันที่ร้านไก่ย่างตาแป๊ะ 2 ก่อนออกเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยหนองแม่นา เราจอดรถกันที่ลานจอดรถด้านหน้าที่รายล้อมไปด้วยป่าสนและทิวเขา อากาศในคืนนั้นที่อุทยานฯ กำลังดี ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป กำลังเย็นสบายดีทีเดียวค่ะ  มื้อค่ำของเราในวันนั้นก็กินกันแบบชิล ชิล บริเวณที่จอดรถบ้านนั่นแหล่ะค่ะ  


อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยหนองแม่นา


ตั้งแคมป์กันที่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยหนองแม่นา


คาราวานรถบ้าน

เช้าวันที่สองของการเดินทางในทริปนี้ตื่นแต่เช้า ตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งหญ้าสะวันนา แต่ด้วยวันก่อนที่เราจะมาฝนตกหนัก ทำให้ไม่สะดวกในการไปเพราะมากันร่วมร้อยคน จึงอาบน้ำเตรียมตัว กินข้าวแบบสบายๆ ในบรรยากาศดีๆ ที่รายล้อมไปด้วยป่าสน เมื่อทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญแล้วก็ออกเดินทางกันต่อวันนี้เรามุ่งหน้าไปยังจังหวัดแพร่ค่ะ แวะไปยังวัดพระธาตุช่อแฮ วัดชื่อดังที่เหล่าชาวพุทธที่มาเที่ยวเมืองแพร่มักจะแวะกัน จากนั้นแวะไปชมคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดฮิตของเมืองแพร่ ที่ใครมาใครก็แวะ 


คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ 


ภายในคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ 

ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ที่พัก ณ อุทยานเวียงโกศัย ซึ่งอยู่ที่อำเภอลองนั้น เราก็คงพลาดไม่ได้ค่ะที่มาถึงเมืองลองทั้งทีก็ต้องแวะไปชมความงามของผ้าทอโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองลองกันซะหน่อยค่ะ แวะชมและซื้อหาผ้าสวยๆ กันที่พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณโกมล จากนั้นก็ตรงไปยังที่พักของเราคืออุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ซึ่งระหว่างทางก็เต็มไปด้วยทุ่งข้าวสีเขียวสลับสีทองสวยงามยามเย็มมากๆ เลยค่ะ 


พิพิฑภัณฑ์ผ้าโบราณโกมล


ผ้าทอโบราณ ณ พิพิฑภัณฑ์ผ้าโบราณโกมล

ค่ำคืนแห่งการพักผ่อนที่อุทยาน ค่ำคืนที่สองของเราฝนเทลงมาให้ได้ชุ่มฉ่ำกัน สมกับชื่อทริปปลายฝนต้นหนาวซะจริงๆ เลย ช่วงกลางคืนที่เราทานอาหารค่ำกันนั้น มีการแสดงจากน้องๆ ชาวกะเหรี่ยงในอำเภอลอง และมีการมอบอุปกรร์เครื่องใช้แก่น้องๆ และชาวบ้านด้วยโดยคระคาราวานรถบ้านทริปปลายฝนต้นหนาว ก่อนจะลำลากันไปนอนฟังเสียงฝนที่ตกลงมาทำให้อากาศที่เย็นอยู่แล้วเย็นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า


มีฝนบ้างเล็กน้อย


มอบอุปกรร์เครื่องใช้แก่น้องๆ และชาวกะเหรี่ยงในอำเภอลอง




ตั้งแคมป์กันที่ อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย 

เช้าวันที่สามของทริปปลายฝนต้นหนาวในวันนี้ เราตื่นมาทางอาหารเช้าโดยฝีมือของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ง่ายๆ แต่อร่อย เพื่อเพิ่มพลังสำหรับการเดินทางมุ่งหน้าไปยังวัดพระธาตุลำปางหลวง และชมและซื้อสินค้าเซรามิคที่พิพิธภัณฑ์เซรามิคส์ธนบดี  ที่นี่การนำชมการสาธิตขั้นตอนต่างๆ ของการทำเซรามิคแบบลำปาง และที่มาของร้านเวรามิคชื่อดังอย่างธนบดี นอกจากมีให้ชมแล้วที่นี่ยังมีให้เลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เซรามิคหลายแบบหลายสไตล์อีกด้วย 


วัดพระธาตุลำปางหลวง


พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี


ซื้อสินค้าเซรามิคที่พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี  


ชมขั้นตอนการทำเซรามิก ณ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

จากนั้นคณะคาราวาณเดินทางกันต่อไปยังดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นที่พักของเราในค่ำคืนนี้ อากาศที่อินทนนท์เริ่มเย็นมากแล้วค่ะ ช่วงเช้าๆ บนยอดดอยจึงได้สัมผัสหมอกกันอย่างใกล้ชิดทีเดียวเชียว นอกจากอากาศหนาวเย็นแล้วป่าสนสวยๆ ดอกไม้สวยๆ ผักผลไม้เมืองหนาว ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนให้ขึ้นมาเที่ยวบนดอยที่สูงที่สุดในเมืองไทยแห่งนี้


โครงการหลวง ณ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 


แวะซื้อผักผลไม้เมืองหนาว ดอยอินทนนท์



ค่ำคืนอันหนาวเย็นในคืนนั้นพวกเราเพิ่มความอบอุ่นด้วยมื้อเย็นอุ่นๆ อย่างหมูกะทะที่มีอยู่มากมายหลายร้านบนดอยอินทนนท์ น้ำซุปอุ่นๆ ผักสดๆ แหมมันทั้งอร่อยและช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้มากมายทีเดียวค่ะ  


อิ่มอร่อยกับหมูกะทะ ที่มีอยู่มากมายหลายร้านบนดอยอินทนนท์ 

เช้าวันที่สี่ แล้วสินนะกับการเดินทางกินนอนบนรถบ้าน อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันนักแต่ต้องยอมรับว่ามันสะดวกไม่น้อยเลยละค่ะ เพราะนึกอยากจะกิน อยากจะเข้าห้องน้ำตอนไหนก็ได้ สะดวกดีมีห้องน้ำบนรถ  วันนี้เราเที่ยวกันทั้งวันเลยค่ะ เช้าขึ้นยอดดอยแวะสถานที่ที่ชาวพุทธทั้งหลายเที่ยวกัน ที่พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ และขึ้นไปยังยอดสูงสุดของดอยอินทนนท์ ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา หนาวเย็นสุดๆ  ขากลับลงมาก็แวะซื้อผักผลไม้เมืองหนาวที่มีชาวเขานำมาขายอยู่ระหว่างทาง เช่น ลูกพลับ แครอท บัวหิมะ อโวคาโด สตอเบอรี่อบแห้ง และอื่นๆ อีกหลายสิ่งรวมไปถึงพวกดอกไม้เมืองหนาวด้วยนะ


บรรยากาศกันตั้งแคมป์รถบ้าน


จุดสูงสุดยอดดอยอินทนนท์


ป่าสวยในสายหมอกดอยอินทนนท์




พระมหาธาตุนภเมทนีดล


ลูกพลับสดๆ กรอบอร่อย


พืชผักผลไม้เมืองหนาว ดอยอินทนนท์ 



มื้อกลางวันในวันนี้เรากินกันที่น้านอาหารของโครงการหลวงเลยค่ะ กินอาหารสุขภาพจากผักสดๆ ของโครงการหลวงจนอิ่มหนำสำราญก็ออกเดินทางกันต่อด้วยรถบ้านมุ่งหน้าไปยังเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งเป็นที่จอดรถนนอนของพวกเราในค่ำคืนนี้ค่ะ ไปจอดรถกันที่โซนแค้มป์กราว มื้อเย็นสำหรับคืนสุดท้ายมีการแสดงฟ้อนรำแบบชาวเหนือมาให้ชมพร้อมกับการรับประทานอาหารเย็น กลางคืนได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่เราจอดรถบ้าน(ปลอดภัยนะคะ) ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ ยามค่ำคืนก็พากันออกไปนั่งรถรางชมสัตว์ต่างๆ ก่อนจะแยกย้ายเข้านอนกับอากาศที่เริ่มเย็นแล้วสำหรับช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้  


การแสดงจาก เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 


เข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 


ตั้งแคมป์วันสุดท้ายที่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 


และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้นไปด้วยความประทับใจกับการใช้ชีวิตการเดินทางท่องเที่ยวบนรถบ้านกับทริปปลายฝนต้นหนาว เส้นทาง เพชรบูรณ์ แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ กับระยะเวลา 4 คืน 5 วัน ที่เต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติการเดินทางและความแปลกใหม่ด้วยการใช้ชีวิตในรถบ้าน หากมีโอกาสครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวด้วยรถบ้านแบบอินไซด์มากกว่านี้จร้าาาา 

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคเหนือ

ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel