พระที่นั่งอนันตสมาคม(the ananta samakhom throne hall) ความอลังการสวยงาม สมกับเป็นศิลป์แห่งแผ่นดิน

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 100ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม เลยถือโอกาสพาเพื่อนๆชาวสะดุดตาเข้าไปชมความงามของ พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่ถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมคู่บ้านคู่เมือง งดงามสมกับเป็นศิลป์ของแผ่นดิน และอยากให้คนไทยทุกคนได้เข้าไปชมอย่างน้อยสักครั้งในชีวิตนี้ เพราะนี้คือความภูมิใจของชาติไทย



ต้องขอเกริ่นสักนิด ว่างานนี้ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโดยการชวนของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, สถาบันสิริกิติ์ และสำนักพระราชวัง ที่เปิดโอกาสให้สื่มวลชนเข้าไปเก็บภาพบรรยากาศภายใน เพื่อถ่ายทอดความงดงามนี้แก่ปวงชนชาวไทย ก็เนื่องจากเป็นปี แห่งการครบรอบ 100 ปีในการที่เรามี พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่มาแล้วเสร็จในรัชกาลที่6 ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 8ปี ด้วยงบประมาณในการสร้างเพียง 15 ล้านบาทเท่านั้น (บางคนอาจจะคิดว่า 15ล้านสมัยนั้นมันก็แพงมากนะ แต่ถ้าเทียบมูลค่าเงินแล้ว อาจจะเทียบไม่ได้กับคุณค่าในสมัยนี้ และถึงมีเงินนับหมื่นล้านก็คงไม่สามารถสร้างเช่นนี้ได้อีกแล้ว)​

คลิปวีดีโอ
พาเที่ยวชม พระที่นั่งอนันตสมาคม




ภาพ : ด้านในมีร้านกาแฟดอยตุง เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว

ทริปนี้ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ นำชมด้วย …ลืมบอกไปว่า ก่อนจะได้ขึ้นมาชม นี้ ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย เขามาเปิดตัวตราไปรษณียากรชุดใหม่ ชุดพระที่นั่งอนันตสมาคมครบรอบ 100ปี ที่นี่ หลังจากแถลงข่าวกันเรียบร้อย พวกเราทุกคนก็ได้มีโอกาสเยี่ยมชมพระที่นั่งฯ โดยการบรรยายของอาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ 

เริ่มตั้งแต่ชั้นล่างที่เป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ถาวร ศิลป์แผ่นดิน โดยสถาบันสิริกิติ์ แสดงงานจาศูนย์ศิลปาชีพครับ แถลงข่าวกันจุดนั้นเลยได้มีโอกาสเห็นงานฝีมืออันทรงคุณค่า ตระการตาอยู่หลายชิ้น ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นงานที่ทำให้โลกตะลึกได้ทุกชิ้นทีเดียว คือมันสวยมากครับ อย่างงานปักผ้า ผมเองไม่เคยเห็นความงดงามปราณีตขนาดนี้จริงๆ 






เราเดินเข้ามาที่ทางเข้าชั้นสอง ซึ่งด้านบนเป็นท้องพระโรงในสมัยอดีตครับ เดิมที่เดียว พระที่นั่งอนันตสมาคม สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่รับแขกบ้านแขกเมือง โดยรัชกาลที่5 ทรงเลงเห็นว่า เมืองไทยเรายังไม่มีสถานที่ที่จะสามารถรองรับแขกบ้านแขกเมือง ให้สมฐานะได้ เนื่องในสมัยนั้น ทรงเสด็จประภาสยุโรปหลายครั้ง และมีเพื่อนเป็นทั้ง เจ้าชาย เป็นกษัตริย์จากหลากหลายประเทศ ถ้าหากแต่ละพระองค์เสด็จมาเยือนไทยจะไม่มีที่รับรองที่สมพระเกียรติและทรงใช้เป็นสถานที่ประชุมปรึกษาราชการแผ่นดินอีกด้วย จึงทรงดำริสร้างพระที่นั่งแห่งนี้ขึ้นมา 







ตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนทั้งองค์ สถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ (Neo Renaissance) และนีโอคลาสสิก (Neo classic) ออกแบบโดย มาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตตาลี เรื่องราวการสร้างพระที่นั่งแห่งนี้นั้นน่าสนใจมากครับ ความน่าทึ่งคือ พื้นด้านล่างของพระที่นั่งแห่งนี้ใช่ระบบน้ำ สเหมือนองค์พระที่นั่งลอยน้ำอยู่ด้วยพื้นน้ำใต้ดิน ฟังดูแปลกๆใช่มั๊ยครับ เดิมทีเดียว มาริโอ ตามานโญ ซึ่งถูกว่าจ้างให้สร้างพระที่นั่งก็คิดหาวิธีอยู่นาน เพราะเดิมพื้นที่บริเวณนี้นั้นเป็นที่นา รัชกาลที่5ทรงขอซื้อคืนจากราษฎร เป็นจุดที่อยู่ออกนอกพระนครออกมาไกล (ไกลในสมัยนั้น) 

เนื่องจากเป็นที่นา ดินนุ่ม ตามานโญ ก็เกรงว่าถ้าสร้างแบบทั่วไปด้วยน้ำหนักของหินอ่อน อาจจะทำให้ตึกนั่นเอียงลงไปแบบหอเอียงเมืองปิซ่า ที่อิตาลี นั่งคิดอยู่หลายวัน จนได้ไอเดียจากการมองริมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเห็นเรือเอี่ยมจุนขนของเข้ามาพระนคร จึงนำไอเดียนี้มาใช้ในการสร้าง กล่าวคือ ใช้หลักการ ที่น้ำจะเป็นตัวรับน้ำหนักที่หนักมากขององค์พระที่นั่งไว้ ก็จะทำให้ตัวอาคารเบาขึ้นได้ การดูแลจึงต้องคอยดูแลให้ระดับน้ำใต้ดินนั้นสม่ำเสมอ ไม่แห้งหรือมากเกินไป องค์พระที่นั่งฯจึงอยู่คงทนมาจนถึงทุกวันนี้โดยไม่มีการตอกเสาเข็มใดๆ 



ความน่าสนใจในตัวพระที่นั่งอนันตสมาคม นั้นมีอีกหลายจุด อย่างเช่น ที่ด้านนอกเลย เราจะสังเกตุเห็นหลังคาโดมสีเขียวที่โดดเด่นมาก เดิมทีเดียวโดมที่เห็นนี้ไม่ใช่สีเขียวนะครับ เพราะทำมาจากทองแดง แต่เกิดสนิมเขียวขึ้นตามกาลเวลา จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของโดมพระที่นั่งฯ ส่วนตัวอาคารก็ตกแต่งพระที่นั่งด้วยหินอ่อนชั้นดีที่สุดในโลก โดยสั่งมาจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี 








และยังมีจิตรกรรมฝาพนัง ฝีมือช่างชาวอตาลี ที่เป็นภาพเขียนแบบเฟรสโกที่สวยงามมาก คือการเขียนสีภาพขณะที่ปูนยังเปียกอยู่นั้นเอง วิธีนี้ทำให้สีนั้นซึมลงไปในเนื้อปูน และอยู่คงทนมาจนทุกวันนี้ก็ยังคงสวยงามอยู่ไม่เสื่อมไป ภาพที่เขียนก็เป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องราว ตั้งแต่รัชสมัย รัชกาลที่1 ถึงรัชกาลที่6 โดยฝีมือเขียนภาพของนายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี

•  เพดานโดมด้านทิศเหนือ เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพที่เขมร


•   เพดานโดมด้านทิศตะวันออก เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุปถัมภ์งานศิลปะ


•   เพดานโดมด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับเบื้องหน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วย พระภิกษุและนักบวชต่างชาติศาสนนิกายต่างๆ แสดงนัยแห่งพระราชจรรยา ที่ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาโดยไม่รังเกียจกีดกัน


•   เพดานโดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานอภัยทาน และทรงเลิกประเพณีทาส


•  เพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลาที่มุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อ พ.ศ. 2454


•   เพดานโดมกลาง ซึ่งเป็นโดมใหญ่ที่สุด มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพดานนับจากจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณท้องพระโรงกลางมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” สลับกัน “วปร.” อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ


สำหรับใครที่สนใจเข้าเยี่ยมชม สามารถมาได้ทุกวันครับ ยกเว้นวันจันทร์วันเดียว หยุด และให้แต่งกายสุภาพในการเข้ามาเยี่ยมชมนะครับ สักหนึ่งครั้งในชีวิตต้องไปให้ได้ เพราะที่นี่คือที่สุดของเมืองไทย ความงามที่เราคนไทยจะภาคภูมิใจ





พระที่นั่งอนันตสมาคม เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-17.00น. (ปิดขายบัตร 17.00 น. โปรดแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรงสุภาพ) ปิดวันจันทร์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์

ค่าเข้าชม 150 บาท เด็ก 75 บาท
ติดต่อสอบถามโทร. 0 2283 9411 

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel