พาเที่ยวเกาะลังกาวี มาเลเซีย เที่ยว2วันนอน1คืนต้องไม่พลาด แบบไม่รีบไม่เหนื่อย

เกาะลังกาวีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆค่ะ อยู่ติดไทยมากๆเดินทางไม่ยาก และยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย คนไทยอีกหลายอย่าง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทางธรรมชาติหลายแห่ง และตำนานเกี่ยวกับคำสาปของพระนางเลือดขาวหรือ พระนางมัสซุหรี รวมทั้งสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งเมืองปลอดภาษีอีกด้วย 

แต่หากจะเที่ยวให้ครบทุกจุดทั่วทั้งเกาะ จะต้องใช้เวลากี่วันกันล่ะ …หลายวันแน่นอนค่ะ เอาเป็นว่า มาเที่ยวแบบไฮไลท์กันเลยดีกว่า ทริปนี้มีเจ้าภาพใจดี พาสะดุดตาไปเที่ยวถึงเกาะลังกาวี เอาเรื่องสนุกๆ 2วันหนึ่งคืนมาฝากจร้า



เราเริ่มเดินทางจากท่าเรือตะมะลัง จังหวัดสตูล เพื่อไปยังเกาะลังกาวี จากจุดนี้การเดินทางนั้นแสนใกล้ นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามประเทศกันมาเพียง 1ชั่วโมง20นาที(ห่างจากเกาะตะรุเตาของไทยเพียง 8กิโลเมตรเท่านั้น) เราก็เดินทางมาถึง ท่าเรือJetty Point เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียกันแล้ว ด้วยค่าโดยสารเพียง 300 บาทเท่านั้น 


ภาพ : ท่าเรือตะมะลัง จังหวัดสตูล

แต่ก่อนเดินทางขึ้นเรือแนะนำให้แลกเลินมาเลเวียติดตัวไว้ก่อนเลยนะค่ะ 1ริงกิต จะประมาณ 10 บาท ส่วนเอกสารข้ามแดนก็เพียงนำพาสปอร์ตมายื่นเท่านั้นเราคนไทยก็สามารถเข้าไปเที่ยวมาเลเซียได้เลยค่ะ ไม่ต้องทำวีซ่า ส่วนเรือที่ใช้เดินทางระหว่างประเทศจะเป็นลักษณะเรือเร็ว ที่มีห้องแอร์ เก้าอี้นั่งวางเรียงเป็นแถวติดกันแถวล่ะหลายตัว อาจจะแคบไปหนอ่ยสำหรับคนตัวใหญ่ แต่เราจะได้เลขที่นั่งตามตั๋วค่ะมีที่นั่งแน่นอน


บนเรือระหว่างประเทศ


ภาพ : ท่าเรือ Jetty Point (ท่าเรือกัวห์) 

เมื่อเรามาถึงท่าเรือ Jetty Point (ท่าเรือกัวห์) เราจะสังเกตุเห็นสัญลักษณ์ของเกาะลังกาวี ที่เป็นรูปปั้นนกอินทรี ใครมาเที่ยวลังกาวีก็ต้องถ่ายกับเจ้านกอินทรีตรงจุดนี้ไว้ก่อน ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญว่าเรามาถึงเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียกันแล้ว เรียกบริเวณนี้ว่า "Eagle Square" จัตุรัสนกอินทรี หรือ ดาตารันลัง (Dataran Lang) ซึ่งตอนเย็นถ่ายรูปสวยมากค่ะ 

แล้วทำไมจึงมีนกอินทรีย์เป็นสัญลักษณ์นั้น ก็เพราะว่า ชื่อเกาะค่ะ คำว่า "ลังกาวี" มาจากนกอินทรี หรือ "เฮอลัง" ในภาษามาเลย์ ส่วนคำว่า "กาวี" หมายถึง สีน้ำตาลแกมแดง ดังนั้น ลังกาวี จึงหมายถึง นกอินทรีสีน้ำตาลแกมแดง นั่นเอง

เมื่อมาถึงมาเลเซียแล้วเวลาของที่นี่จะเร็วกว่าไทย 1ชั่วโมงนะค่ะ อาจจะปรับนาฬิกาของตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อการนัดหมายจะได้ใช้เวลาเดียวกันคือเวลาท้องถิ่น

จุดแนะนำจุดที่สองที่จะพาไปเที่ยวกันคือ แกลเลอเรียเปอร์ดานา (Galeria Perdana) หรือเรียกกันเล่นๆติดปากว่า พิพิธภัณฑ์นายก ที่รวบรวมของกำนัล ของดร.มหาเดย์ โมฮัมมัด จากนานประเทศไว้ที่นี่ให้เป็นสมบัติของชาติ ในห้องจัดแสดงมีด้วยกันหลายห้อง หลายอาคาร งานเด่นที่หลายคนชื่นชอบก็จะมี ภาพที่ถักทอจากขนสัตว์ การตกแต่งภายในของอาคารที่สวยงามมากโดยเฉพาะโดมบนเพดาน รถโบราณ รถF1 ฯลฯ 


การตกแต่งภายในของ แกลเลอเรียเปอร์ดานา (Galeria Perdana)


รถ F1 ในแกลเลอเรียเปอร์ดานา (Galeria Perdana)

จุดต่อไป แนะนำกันเลยว่าต้องไม่พลาด "หาดทรายดำ" เป็นความงามธรรมชาติที่มีเพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ หนึ่งในนั้นอยู่บนเกาะลังกาวี นี้เองค่ะ 


ภาพ : หาดทรายดำ เกาะลังกาวี

ตอนเย็นก็เลยไปถ่ายรูปที่ "Eagle Square" ค่ะเพราะว่าตอนเย็นสวยมาก แล้วก็เข้าที่พักชาร์ตแบตกันก่อน ต้องบอกก่อนว่า ที่มาเลเซียนี้เขาจะใช้ไฟฟ้าไม่เหมือนบ้านเรา คือเป็นไฟ 240 V และหัวปลั๊กที่จะต้องมีตัวแปลงเพื่อเปลี่ยนหัวปลั๊กไปด้วยนะจ๊ะ 


ภาพ : "Eagle Square" จัตุรัสนกอินทรี หรือ ดาตารันลัง (Dataran Lang) 

คืนนี้เรานอนกันที่โรงแรม Bella Vista พักผ่อนกันก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวไฮไลท์ นั้นคือ การไปนั่ง Cable car  ขึ้นเขา ชมวิวสวยๆของเกาะลังกาวี แล้วก็ไปเยี่ยมสุสานพระนางมัสสุหรี แล้วก็ช้อปปิ้งก่อนกลับเมืองไทยกัน 



เช้าวันใหม่เราเดินทางไปที่ ออเรนทัล วินเลจ (Orental Village) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ ที่จุดนี้มีความน่าสนใจหลายอย่างมากๆค่ะ ทั้งตัว cable car , น้ำตก7บ่อ ,แล้วก็ สะพานที่หวาดเสียวที่สุด (Sky Bridge) เรียกว่าสามารถใช้เวลาอยุ่ที่นี่กันได้ทั้งวันละค่ะ ถ้าต้องการเที่ยวให้ครบทุกจุด แต่น่าเสียดายอย่างค่ะ วันที่ไป sky Bridge นั้นปิดชั่วคราวปรับปรุงพอดี อดเดินให้หวาดเสียวเล่นเลย เพราะเขาติดอันดับ 10สะพานเสียวที่สุดในโลก


ออเรนทัล วินเลจ (Orental Village)


ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ ที่ออเรนทัล วินเลจ (Orental Village)

จุดชมวิวสูงสุดของยอดเขากูนุงมัตจิงจัง(Gunung Mat Cincang) ต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปค่ะ แล้วเราจะมองเห็นความสวยงามของเกาะลังกาวีได้แบบ 360องศาเลยทีเดียว และถ้าอากาศดีเราจะสามารถมองไปได้ไกลเห็นเกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ ในประเทศไทยได้เลย 


นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาจุดชมวิวเกาะลังกาวี แบบ360องศา


ภาพ : Sky Bridge สะพานที่ติดอันดับTop10 เสียวที่สุดในโลก


ภาพ : จุดชมวิว ยอดเขากูนุงมัตจิงจัง(Gunung Mat Cincang)

จุดต่อไปที่จะพาไปเที่ยวกันและขาดไม่ได้เลย ก็คือ สุสานพระนางมัซสุหรี ซึ่งเสมือนหนึ่งเจ้าของเกาะไม่มาเยี่ยมก็เหมือนมาไม่ถึง เรื่องคำสาปของพระนางมัซสุหรีนั้นเป็นที่ทราบกันดี ว่าสาปแช่งเกาะแห่งนี้ไว้ถึง 7 ชั่วอายุคน เพราะถูกใส่ร้ายจนต้องตายอย่างไม่ยุติธรรม เมื่เข้าไปเที่ยวที่นี่ เขาจะมีวีดีทัศน์ประวัติพระนางมัสซุหรี ให้ชมกันก่อน แล้วต่อด้วยการเดินชมจุดต่างๆ ซึ่งจำลองบ้านของพ่อแม่พระนางมัซสุหรี ที่สร้าง ณ จุดเดิม ให้ได้ชมกันด้วย 


ภาพ : หุ่นจำลองเหตุกาณ์ตำนาน พระนางมัซสุหรี ที่สุสานพระนางมัซสุหรี


ภาพ: ภายในสุสานพระนางมัซสุหรี

และก่อนจะกลับเมืองไทย แน่นอนว่ามาเยือนเกาะลังกาวี สวรรค์ของการช้อปปิ้ง เราก้อดไม่ได้ที่จะพาไปซื้อของฝากกัน เพราะลังกาวีเป็นเมืองปลอดภาษีทั้งเมือง จะมีย่านการค้าที่อยู่ใกล้ๆท่าเรือค่ะ เต็มไปด้วยร้านค้าปลอดภาษี เรียกว่า ย่านการค้าตลาดกั๊วห์ ลองเดินชมหลายๆร้านก่อนนะค่ะ ไม่ได้ถูกไปซะทุกร้าน และเราก็ได้ช๊อคโกแล๊ตกลับมากิน 555 


ภาพ : ย่านการค้าตลาดกั๊วห์ 


ภายในร้านค้ากับสินค้าหลากหลาย

แผนที่
จุด A คือท่าเรือ Jetty Point (ท่าเรือกัวห์) เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
จุด B คือ ท่าเรือตะมะลัง จังหวัดสตูล ประเทศไทย 

ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลากหลายจุดในเกาะลังกาวี มานำเสนอกันนะค่ะ แต่ว่าฉบับนี้เอาเพียงเท่านี้ก่อน สะดุดตากำลังจักทำ Minisite เที่ยวเกาะลังกาวีแบบจัดเต็มมาให้ชมให้เที่ยวกันอยู่จร้า 



ขอบคุณ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel