สุโขทัย ไง Slow Life ชิลๆ ชิคๆ ตอนที่ 1

บางครั้งหัวใจก็ต้องการช่วงเวลาสำหรับการเพิ่มพลังใจกันแบบเบาสบายบ้าง เปลี่ยนการเที่ยวอย่างหนักหน่วง ตามโปรแกรมท่องเที่ยวที่แพลนเอาไว้จนแน่นเอี๊ยดดด  ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวแน่นปึก อย่างกะจะไปสอบเอนทรานซ์  (อุ๊ย !!!  ไม่ใช่สิ ยุคนี้เค้าต้อง Gat Pat ใช่มะ  แหม่ะ !!! เดี๋ยวคนอ่านรู้อายุหมดพอดี)  ทริปนี้เที่ยวสุโขทัยแบบเบาๆ ชิลๆ พักผ่อนเต็มที่ ใช้ชีวิตกันเรื่อยๆ  ไปนั่งมองทุ่งนา ดูฝูงควาย จิบกาแฟ ฟังคนพื้นที่เล่าเรื่องโบราณสถานไปเพลินๆ ระหว่างปั่นจักรยาน แล้วก็กลับกรุงเทพฯ กันแบบพลังเต็มเปี่ยม ยิ่งกว่าถ่านอัลคาไลน์ 5 ก้อนซะอีก...



อย่างที่บอกในตอนแรกค่ะ ว่าทริปนี้ เราเน้นใช้ชีวิตกันสบายๆ เที่ยวชิลๆ ให้สมองและหัวใจได้มีเวลาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ใครที่จิตใจหดหู่อยู่ก็ถือว่าได้ไปรีเฟรชกันซะหน่อย เพื่อที่จะพร้อมกับการดำเนินชีวิตต่อไป ทริปนี้ใช้เวลา เพียง 2 คืน 3 วัน  เที่ยว กิน พักผ่อน ที่สุโขทัย 3 อำเภอ  ได้แก่ อ.สวรรคโลก อ.ทุ่งเสลี่ยม และ อ.เมือง



การได้พูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ กับผู้คน ที่เราพบระหว่างเดินทางนั้น ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของการเดินทางไปยังที่ต่างๆ มันทำให้เราได้ทำความรู้จักทั้งคนคนนั้นและสถานที่นั้นๆ มากยิ่งขึ้น ทุกๆ ย่างก้าวในพื้นที่นั้นจึงมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม  ที่ อ.สวรรคโลก แห่งนี้ เราได้พบปะพูดคุยกับศิลปินและนักเขียนอิสระคนหนึ่ง  "พี่นกกวี บ้านไร่" ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนสวรรคโลกแต่กำเนิด แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่สวรรคโลกมานานนม และรู้จักจังหวัดสวรรคโลกเป็นอย่างดี  "จังหวัดสวรรคโลก"  !!!!???   ใช่แล้วค่ะ เราไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใดนะคะ ถึงแม้ว่าตอนนี้สวรรคโลก จะเป็นเพียงอำเภอหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดสุโขทัยก็ตาม แต่ในอดีตนั้น ที่นี่เคยเป็นจังหวัดมาก่อน ตั้งแต่ปี 2459 และเคยเป็นเมืองที่มีความสำคัญ เป็นย่านการค้าที่เจริญอย่างมากในอดีต วันนี้เราจึงได้มาย้อนเวลากลับไปในยุคสมัยรุ่งเรื่องของอำเภอที่เคยเป็นจังหวัดมาก่อนสักนิดนึง

  

เริ่มต้นถวิลหาอดีตกันที่ สถานีรถไฟสวรรคโลก ซึ่งตั้งอยู่ในตัวอำเภอสวรรคโลก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวอาคารของสถานีรถไฟแห่งนี้มีลักษณะแบบโบราณ มีอายุมากกว่าร้อยปี และไม่เพียงแค่ตัวอาคารเท่านั้นนะคะ ที่นี่เรายังได้เห็นเครื่องชั่งโบราณที่มีอายุมากกว่าร้อยปีด้วยเช่นกัน  ช่องขายตั๋วแบบเดิมๆ ก็มีให้เห็น  ยังจำได้เมื่อหลายปีก่อน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติถามว่าที่สุโขทัยมีรถไฟผ่านหรือไม่ ก็ยังตอบเค้าไปว่ามีแต่ไม่ผ่านตัวเมืองสุโขทัย ในวันนั้นยังนึกสงสัยอยู่เลยว่า ทำไมรถไฟไม่ผ่านตัวเมือง แต่กลับมาผ่านอำเภอเล็กๆ เงียบๆ อย่างสวรรคโลก จนวันนี้ก็ได้คำตอบที่กระจ่างแล้ว ด้วยสวรรคโลกในอดีตนั้นไม่ใช่เพียงเมืองเล็กๆ แต่เคยเป็นจังหวัดมาก่อน แม้แต่อ.เมืองสุโขทัย ก็เคยเป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดสวรรคโลก ก็คงไม่แปลกอะไรที่อำเภอแห่งนี้จะมีสถานีรถไฟ  หากมองกันทั่วๆ ไป ที่สถานีรถไฟสวรรคโลกแห่งนี้ก็เพียงสถานีรถไฟเก่าๆ เท่านั้น เอง แต่หากได้ฟังคำบอกเล่าของผู้คน เราก็จะมีโอกาสได้มองย้อนกลับไปในอดีตที่รุ่งเรื่องของเมืองแห่งนี้ อดไม่ได้เลยที่จะจินตนาการต่อไปถึงสถานที่อื่นๆ ในเมืองแห่งนี้ ใกล้กันกับพิพิธภัณฑ์จะมีวัดสวรรคาราม วัดนี้มีความโดดเด่น แปลกตาก็คือ กุฏิแบบฝรั่ง 







สถานีตำรวจภูธรสวรรคโลกเป็นอีกที่หนึ่ง ที่ยังมีล่องรอยประวัติศาสตร์ความเจริญของสวรรคโลก ให้เราได้เห็นอยู่  ถึงแม้ในบริเวณเดียวกันของสถานีตำรวจจะมีอาคารสมัยใหม่ซึ่งเป็นที่ทำการปัจจุบันอยู่ แต่ที่นี่ยังคงเก็บรักษาอาคารเรือนปั้นหยา   โรงพักสวรรคโลก ในอดีตเอาไว้ให้ได้เห็น  เป็นโรงพักเรือนปั้นหยา ยุคก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 เป็นอาคารชั้นเดียว มีมุขกลาง  ด้านข้างมีห้องขังผู้ต้องหา หากเดินดูจะเห็นว่า ด้านหน้าใกล้บันได้ทางขึ้นโรงพักจะพบหวอสำหรับเตือนภัยระเบิดดั้งเดิมอยู่ด้วย และก็ยังมีเสียงให้เราได้ยินอยู่ ในอดีตด้านหลังโรงพักมีหลุ่มหลบภัยด้วยตามคำบอกเล่า แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ฟังเรื่องราวในอดีตจากคำบอกเล่าและวีดีทัศน์ที่จัดไว้บนโรงพักโบราณแห่งนี้ พร้อมกับเดินเล่นถ่ายรูปกัน ก็มาสะดุดตากับ ห้องขังซึ่งไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับห้องขังผู้ต้องหา และก็ไม่ใช่ห้องขังสำหรับคนเสียด้วย แต่ด้านในมีตู้นิรภัยวางเอาไว้ สร้างความสงสัยให้กับเราเลยทีเดียวค่ะ จนได้คำตอบมาว่า ตู้เซฟที่ถูกเก็บในห้องขังนี้เป็นตู้สำหรับเก็บเงินเดือนของข้าราชการทั้งจังหวัดในสมัยก่อน 











แหม่ะ !!! ไหนบอกว่าจะเที่ยวชิลๆ ไม่เน้นข้อมูลยังไงล่ะ???  เชื่อว่าใครบางคนที่อ่านมาถึงตอนนี้ คงคิดในใจ เลยจะบอกว่า เอาจริงๆ นี่แค่ฟังเค้าเล่าแบบสนุกๆ ระหว่างเดินถ่ายรูปเท่านั้นเอง ไม่ได้ประวัติศาสตร์แน่นปึ๊กอะไรเลยค่ะ อย่างที่บอกตอนแรก เราเที่ยวกันสบายๆ  จริงๆ  คุยกันเพลินๆ สะดุดตาอะไรก็ถามนิดๆ หน่อยๆ ก็เลยรวมรวมสิ่งเล็กน้อยที่ได้ฟังมา  มาเล่าต่อให้ฟังกันค่ะ เพราะหากจะเล่าแบบเต็มๆ แน่นๆ น่าจะยืดยาวกว่านี้มาก  เอาแค่พอจินตนาการได้ หอมปากหอมคอก็พอเนอะ  พอนึกถึงอดีตกันได้



ก่อนจะกลับไปใช้เวลาชิลๆ ที่บ้านพัก ขอแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์สวรรควรนายก เสียหน่อยค่ะ มาถึงสวรรคโลก ก็ต้องแวะพิพิธภัณฑ์ของเมืองนี้กันซักหน่อย ดูจากชื่อพิพิธภัณฑ์แล้วก็พอจะทราบได้ว่าที่นี่ตั้งตามชื่อผู้ก่อตั้ง ซึ่งก็คือพระสวรรควรนายก (ทองคำ จิตรธร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสวรรคาราม  โบราณวัตถุที่จัดแสดงด้านในส่วนใหญ่จึงมาจากที่พระสวรรควรนายกได้สะสมเอาไว้ ให้เป็นสมบัติของชาติและโบราณวัตถุที่ประชาชนมอบให้ โดยขุดได้ที่เมืองศรีสัชนาลัยเป็นส่วนใหญ่    และที่นี่ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2527 โดยตั้งชื่อ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระสวรรควรนายก ผู้ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  









คุยกันไปจนเพลินกับ พี่นกกวี ศิลปินแห่งเมืองสวรรคโลก  ณ ร้านบะหมี่เม้ง 100 ปี ร้านบะหมี่ ยอดนิยมของผู้คนที่มาเที่ยวเมืองนี้ จึงอดไม่ได้ที่พี่เค้าจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย  จริงๆ ไม่ได้มีแค่ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเท่านั้นนะ ยังมีก๋วยเตี๋ยวสวรรคโลกด้วย  ฮ้าว !!! เฮ้ย !!! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้..  แหม่ะ !!! เอาจริงๆ นะ ไม่รู้มาก่อนเลย ว่ามีงี้ด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนะคะ ขอเล่าให้ฟังแบบที่ฟังมาอีกนิดละกันค่ะ   เราเชื่อว่านักเดินทางสายกิน(จะเรียกว่านักเดินทางสายแดก จะได้มั้ย ??? ฮ่าๆๆ)  หลายๆ คนที่เคยไปเที่ยวสุโขทัย ก็มักจะไม่พลาดเมนู ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ซึ่งเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนี้ก็คือ ถั่วฝักยาวฝานบางๆ แบบไม่ตั้งใจ แล้ว​!!!! ก๋วยเตี๋ยวสวรรคโลก คือยังไง??  อ้าว !! งง ละสิ   คือใช้วัตถุดิบเหมือนกันกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แต่ก๋วยเตี๋ยวสวรรคโลกเนี่ย เค้าจะใส่หมูแดง ไม่ใส่หมูต้มเหมือนก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย  โอเคนะ !!! ทีนี้เราก็รู็ละ  คราวหน้าจะได้เรียกถูก  การได้คุยกับคนในพื้นที่นี่ก็ทำให้การเดินทางของเราน่าจดจำมากขึ้นไปอีก ว่ามั้ย ???  



กลับเข้ามาที่บ้านพักท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนาและวัวควาย  ณ บ้านท้องนา ซึ่งอยู่ในโครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบินสุโขทัย  บ้านท้องนาเป็นบ้านพักสไตล์ชิคๆ ชิลๆ ห้อมล้อมด้วยบรรยากาศบ้านๆ สบายตา ทุ่งนา บ่อน้ำและวัวควาย บ้านพักมีทั้งเรือนหลังใหญ่ที่มีห้องพักหลายห้อง และเรียนหลังเล็ก ที่มีตุ่มน้ำอยู่นอกเรือนชาน ใครใคร่อาบน้ำในห้องน้ำก็อาบ ใครใคร่คว้าผ้านุ่งที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้มานุ่งกระโจมอก อาบน้ำก็สามารถทำได้ และไม่ได้มีเพียงเท่านั้นนะ  ชุดแบบชาวนา ผ้าห้อมก็มีเอาไว้ให้ สวมใส่ เก๋ๆ ออกไปปั่นจักรยานที่มีให้ยืม เที่ยวชมทุ่งนา ฝูงควาย ให้สบายตาสบายใจ ปั่นไปรอบๆ สนามบินก็ยังได้ ห้องพักไม่ต้องกลัวร้อนเพราะติดเครื่องปรับอากาศ เอาไว้  ในตู้เย็นจะมีเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำเก็กฮวย ชาใบข้าว หยิบออกมาดื่มได้เลย ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม มื้อเย็นของเราวันนี้ สั่งปินโตจากครัวสุโข ร้านอาหารใกล้ๆ ที่พักมาส่ง คืนนี้นอนฟังเสียงธรรมชาติ แมลง ลมพัดใบไม้ไปเพลิน เพลิน 





















อ่านมาถึงตรงนี้  !!!!!   คนอ่านก็คงนึกบ่นคนเขียนอยู่ในใจอีกครั้ง  นี่น่ะหรือ? เที่ยวชิลๆ  อยากจะบอกอีกครั้งหนึ่งว่า มันแสนจะชิลจริงๆ นะ  คือวันนี้หากลองกลับไปดูสถานที่ต่างๆ  วันนี้เราบิน Bangkok Airways มาลงสนามบินสุโขทัย เก็บสัมภาระ แล้วก็ไปเที่ยวในตัวเมืองสวรรคโลก  มีเพียงแค่สถานีรถไฟสวรรคโลก  สถานีตำรวจภูธรสวรรคโลก  พิพิธภัณฑ์สวรคค์วนนายก วัดสวรรคาราม เดินเล่น ถ่ายรูปในเมือง แวะชิมบะหมี่เม้ง 100 ปี แล้วก็กลับมาชิลยามเย็นที่บ้านท้องนา มีเวลานอนเล่นกลิ้งไปมา ก่อนจะกินข้าวเย็น   เรื่องราวน่าสนใจของทริปนี้ยังไม่หมด  คลิ๊กอ่านตอนที่ 2  (สารภาพ เลยนะ ตอนแรกก็จะเขียนตอนเดียวจบ สั้นๆ แต่พอนึกถึงเรื่องราวน่าสนใจที่ได้ฟังมา ก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดต่อไป  หวังว่าทุกคนคงสนุกไปด้วยกัน) 
แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel