เดินเที่ยวบางรัก บางเลิฟ

สำหรับทริปนี้ พาเที่ยวเดินเที่ยวย่านบางเลิฟ เอ้ย !!! ไม่ใช่ ย่านบางรัก  กันซักหน่อย บรรยากาศเทศกาลแห่งความรักแบบนี้  เดินเที่ยวย่านนี้ก็น่าจะเหมาะอยู่นะ  ทริปนี้เราจะใช้เวลาเที่ยวกันทั้งวันค่ะ เป็นการเที่ยวแบบช้าๆ ซักหน่อยเพราะว่าเราจะเดินเที่ยวกันค่ะ แบบว่าเดินกันทั้งวันเลย เที่ยวในย่านบางรัก-สีลม เป็นหลักค่ะ 



โบสถ์สีขาวเก่าแก่ ที่อยู่บนถนนศรีเวียง ตั้งตะหง่านสวยงามมาร้อยกว่าปี ในย่านบางรัก เป็นที่แรกของการเริ่มต้นเดินเที่ยวกรุงเทียวของเราในเช้าวันนี้ ในทุกๆ วันอาทิตย์บรรดาผู้เชื่อในพระเยซูต่างพากันมาที่นี่และพากันร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า หากใครผ่านมาในช่วงเวลานี้ก็จะได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะ แต่วันนี้เรามาถึงกันแต่เช้าจึงได้มีโอกาสเดินเที่ยวชมโบสถ์แห่งนี้ ด้วยความอนุเคราะห์ของทางคริสจักรและการประสานงานล่วงหน้าของทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพ  ถึงแม้ว่าจะผ่านมาร้อยกว่าปีแล้วสำหรับคริสตจักรสืบสัมพันธ์วงศ์แห่งนี้ แต่ก็ถูกซ่อมแซ่มและปรับปรุงให้ยังคงดูสวยงามและยังคงเอกลักษณ์ไว้อยู่เช่นเดิม  เดินออกจากโบสถ์มาซักเล็กน้อย จะเจอร้านอาหารน่ารักๆ Bakery Bar ร้านนี้ขายอาหารจานเล็กๆ น่ารัก สมกับอยู่ใกล้โรงเรียน ตรงนั้นจะเป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนค่ะ ใกล้ๆ ร้านอาหารนั้นก็มีร้านบะหมี่ หน้าตาหน้ากินอยู่ด้วยนะคะ แต่จะเปิดสายซักหน่อย ใครชอบแบบไหนก็เลือกทานเป็นมื้อเช้าได้เลยค่ะ


ภาพ : ด้านหน้าคริสตจักรสืบสัมพันธ์วงศ์


ภาพ : ด้านในโบสถ์


ภาพ : นาฬิกาเก่าแก่ที่ได้พระราชทานในงานพระศพของรัชกาลที่ 5 


รายละเอียดที่เที่ยวจุดแรกของทริปนี้ คริสตจักรสืบสัมพันธ์วงศ์
ที่ตั้ง : ถนนศรีเวียง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 
เวลาเปิด : วันอังคาร-วันเสาร์ เวลา 09.00-17.00 น.
เบอร์โทร  : 02-2367044


เดินจูงมือกันไปมุ่งหน้าสู่หัวมุมของถนนสีลม ซอย 23 เอาจริงๆ แล้ว แทบไม่เคยสังเกตุเลยละค่ะ ว่ามีสถานที่เจ๋งๆ แบบนี้ อยู่ตรงนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ก็มีสัญลักษณ์รูปเปลือกหอยขนาดใหญ่ แลดูโดดเด่นซะขนาดนั้น สถานที่ที่ว่านี้คือ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย  ที่ด้านในมีหอยประเภทต่างๆ ให้ชมมากมาย บางชนิดนี่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลยนะคะ  ในอาคารนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ค่ะ เหมือนจะไม่ใหญ่นัก แต่ด้วยความน่าสนใจของเปลือกห้อยแต่ละชนิด ก็ทำให้เราเดินอยู่ที่นี่เสียนานเลยละค่ะ หอยแปลกๆ เป็นรูปหัวใจก็มีนะคะ สีสวย หวานซะด้วย 


ภาพ : ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย


ภาพ : เปลือกหอยรูปหัวใจ มุ้งมิ้งมาก 


ภาพ : ภายในพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย


รายละเอียดที่เที่ยวจุดที่สองของทริปนี้  พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย 
ที่ตั้ง : ซอยสีลม 23 เขตบางรัก
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 100 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน 10.00-18.30 น.
เบอร์โทร : 02-2340291

เดินกันเพลินๆ จำได้ว่าวันนั้นอากาศที่กรุงเทพฯ ดีมากซะด้วย อากาศเย็นสบาย แดดแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ ออกจากพิพิธภัณฑ์หอยก็เกือบๆ เที่ยงแล้ว ท้องเริ่มส่งเสียงร้อง เดินมาถึงตรงนี้แล้ว ต่อไปอีกนิด ก็ถึงร้านเป็ดย่างประจักษ์ ร้านอาหารที่มีเมนูเป็ดหลากหลายมาก ทั้งข้าว ทั้งบะหมี่ นอกจากเป็ดแล้ว พวกบะหมี่ปู เกี๊ยวกุ้งก็มีด้วยนะ  สั่งกันมาหลายสิ่งอย่างมาก แต่ไม่ต้องกังวล วันนี้เราเดินเที่ยวกันค่ะ ยังมีเวลาเดินย่อยใช้พลังงานกันอยู่  จากร้านประจักษ์เป็ดย่าง เดินกันต่อไปที่ ซอยเจริญกรุง 40 เข้าไปชมความสวยงามอลังการของอาสนวิหารอัสสัมชัญ เป็นโบสถ์ของคริสศาสนิกชนนิกายโรมันคาธอลิกที่เก่าแก่ สวยงาม อลังการ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์ผสมผสานอย่างลงตัวกับโกธิก แต่ต้องบอกไว้ซักนิดว่า การเข้าชมด้านในนั้นต้องมีการขออนุญาตจากทางโบสถ์เสียก่อน เพราะมีข้อปฏิบัติที่ต้องรับทราบจากเจ้าหน้าที่ของทางโบสถ์  


ภาพ : บะหมี่ปู เป็ดย่าง ร้านประจักษ์ เป็ดย่าง 


ภาพ : อาสนวิหารอัสสัมชัญ


ภาพ : ด้านในอาสนวิหาร

รายละเอียดที่เที่ยวจุดที่สามของทริปนี้ อาสนวิหารอัสสัมชัญ
ที่ตั้ง :  ซอยเจริญกรุง 40 เขตบางรัก 
เบอร์โทร : 02-2348556 ,02-2344592

จากอาสนวิหารอัสสัมชัญ เดินลัดเลาะกันมาเรื่อยๆ ช่วงนี้ถึงแม้แดดจะเริ่มร้อนเสียแล้ว แต่ก็ยังเดินกันได้เรื่อยๆ ค่ะ เดินผ่านร้านขายของข้างทาง เดินดูผู้คน เดินผ่านไปมา สนุกดีค่ะ เดินเพลินๆ มาจนถึง    ศุลกสถาน อาคารเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูคลาสสิค และเป็นที่นิยมของเหล่าวัยรุ่น และฮิปสเตอร์ทั้งหลาย ต่างก็แวะเวียนมาถ่ายภาพกัน จะพูดถึงเรื่องราวในอดีตของตึกนี้ ก็มีเรื่องราวน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งเคยเป็นโรงภาษีเดิม และออกแบบโดยนายช่างชาวอิตาเลียน คนเดียวกันกับที่สร้างและออกแบบตึกกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่ตึกนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กัน 


ภาพ : ศุลกสถาน 


รายละเอียดที่เที่ยวจุดที่สี่ของทริปนี้  ศุลกสถาน
ที่ตั้ง : GPS 13.725106727840052   100.51393747329712  สถานีดับเพลิงบางรัก

เดินเที่ยวกันไปเรื่อยๆ ยังสนุกสนานกันอยู่ กับการเดินลัดเลาะเข้าไปในย่านมุสลิมที่ถนนเจริญกรุง โดยเฉพาะการเข้าไปเยี่ยมชมที่ มัสยิดฮารูน มัสยิดเก่าแก่อันดับต้นๆ ของบางรัก ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวมุสลิม  ได้ชมมัสยิดด้านใน มีการออกแบบตกแต่งให้มีลักษณะเฉพาะตัวของที่นี่กับคำที่สลักบนผนังด้านบนเป็นตัวอักษรอาหรับ และอีกด้านก็เป็นตัวอักษรที่เหมือนสะท้อนกลับจากอีกด้าน ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับที่นี่ดีค่ะ   ก่อนออกจากย่านมุสลิมนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงโรตี ซึ่งแถวๆ นี้ เค้ามีโรตีแช่แข็ง แบบซื้อกลับไปกินที่บ้านขายด้วยนะ 


ภาพ : ภายในมัสยิสฮารูน 


ภาพ : โคมไฟที่ได้รับพระราชทานมาจากงานพระศพของรัชกาลที่ 5


ภาพ : โรตีแช่แข็ง ซื้อกลับมาทำกินที่บ้าน 



รายละเอียดที่เที่ยวจุดที่ห้าของทริปนี้  มัสยิดฮารูน
ที่ตั้ง : ซอยเจริญกรุง 36 เขตบางรัก 

ที่สุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ คือพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่อยู่ในซอยเจริญกรุง 43 ที่นี่เป็นเสมือนสถานที่อีกที่ที่พาให้เราถวิลหาอดีต เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองแต่ร่มรื่น ไปด้วยต้นไม้ เข้ากับบรรยากาศของอาคารพิพิธภัณฑ์ที่เป็นเรือนไม้สมัยเก่า ที่อาจารย์วราพร สุรวดี ได้อุทิศเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้อดีตของชาวกรุงในสมัยก่อน ในแต่ละอาคารมีการเก็บสิ่งของเครื่องใช้ ของคนกรุงในสมัยก่อนไว้ให้ได้ชมกัน จัดไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน แลดูสบายตา ใครไปเดินชมก็คงเพลิดเพลินเหมือนกับที่เรารู้สึก บางส่วนที่จัดแสดงนั้น เดินดูไปก็ระลึกถึงสมัยเด็กๆ ขึ้นมา ของบางอย่างก็เหมือนว่าเราก็ร่วมสมัยของของชิ้นนั้นซะด้วย เป็นการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว 


ภาพ : พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก 


ภาพ : ด้านในร่มรื่นมาก


ภาพ : จัดเรียงไว้อย่างดี 

รายละเอียดที่เที่ยวจุดที่หกของทริปนี้ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ที่ตั้ง : ซอยเจริญกรุง 43 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก 
เปิด  : วันพุธ-วันอาทิตย์ 10.00-16.00 น.  ไม่มีค่าเข้าชม 


เดินเล่นกันไป คุยกันไปสนุกๆ ก็เกือบจะหมดวันซะแล้ว แหม !!! เวลาเดินเร็วเสียเหลือเกิน จริงๆ แล้วในย่านบางรักนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเยอะเลยนะ ไว้ครั้งหน้าจะมาเดินเที่ยวอีกแน่นอน 


ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร 





 
จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel