เที่ยวอุตรดิตถ์ 3 วัน 2 คืน [Arrived UTTARADIT ++ Around LABLAE]

มาถึงแล้ววุ้ยยยยยยย !!!!  อุตรดิตถ์ และ ไม่ใช่แค่นั้น ลับแล ก็ไปมาแล้วนะจ๊ะ อยากจะอวด อยากเล่า อยากบอก อยากให้ลองไปเที่ยวกันเอง ทริปนี้มีหลายรสชาติ แต่ลับแลสไตล์นั้นจะตามติดเราไปตั้งแต่เริ่มเข้าอุตรดิตถ์ไปจนจบทริปเลยละค่ะคุณ 



เมื่อนึกถึงอุตรดิตถ์ก็จะถึงลับแล เมื่อพูดถึงลับแลก็จะนึกถึงอุตรดิตถ์ และเมื่อนึกถึงลับแลที่อยู่อุตรดิตถ์ก็จะนึกถึงเมืองที่มีสโลแกนเก๋ๆ ว่า ลับแล เขตห้ามพูดโกหก ไปถึงลับแลแล้วนึกถึงอะไรอีก นึกถึงอาหารการกินแบบลับแลสไตล์ ข้าวแคบ หมี่พัน ข้าวพันผัก ทุเรียนหลงหลินลับแล  หากนึกถึงหัตถกรรมเก๋ไก๋แห่งเมืองลับแลก็คงต้องนึกถึง ผ้าซิ่นตีนจก และผ้าทอต่างๆ  นึกถึงกิจกรรมท่องเที่ยวก็คงต้องเป็นกิจกรรมยอดฮิตอย่างการปั่นจักรยาน เที่ยวชมเมืองลับแล 

คลิปวีดีโอ
อุตรดิตถ์ มีงี้ด้วย พาเที่ยวอุตรดิถ์จร้า


ภาพ : ข้าวพันไม้ 

หน้าหนาวเริ่มขยับเข้ามาชิดใกล้เข้าไปทุกที อย่าช้าอยู่เลย เก็บกระเป๋าไปเที่ยวกันเถอะ มาถึงอุตรดิตถ์แต่ยังไม่ถึงลับแล แวะกินขนมจีนน้ำยาปลาตะโกก เจ้าปลาตะโกกนี้ คาดว่าจะเป็นพี่น้องกับปลาตะเพียน ร้านเรือนพี่เรือนน้องเป็นร้านเก่าแก่ แต่รสชาติยังคงความเก๋า อย่างเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว แหม่ะ !!! ทำเหมือนเคยมากิน ปีาวววว ถามคนที่เค้าเคยมากินเอาค่ะ  ความหิวมันรุนแรงนัก ฟาดไปทั้งขนมจีน และลอดช่องไอติม จนอิ่มแปล้  แทบจะอยากหลับก่อนซักงีบ ZzZZZzzz เอ้าๆๆ อย่าชักช้า รีบไปกันต่อ  


ภาพ : ร้านเรือนพี่เรือนน้อง อุตรดิตถ์


ภาพ : ขนมจีนกับน้ำยาปลาตะโกก และผักสดและผักดอง



มาถึงอุตรดิตถ์ ขับรถไปอีกนิดก็ลับแลแล้ว คือใกล้กันมากอย่างกับเป็นอำเภอเดียวกัน แต่ที่จริงคนละอำเภอ แม้จะเพิ่งอิ่มผ่านมาได้ไม่นานนัก แต่พอถึงอุตรดิตถ์ปั๊บ ก็พุ่งตัวไปที่ร้านของทอดเจ๊นีย์กันเลยทีเดียว ร้านนี้ทีเด็ดอยู่ที่กระบองทอด ที่ทำจากหน่อไม้ยัดไส้แล้วนำไปชุดแป้งทอด กินกับน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ หวานๆ และไม่ได้มีแค่กระบองเท่านั้นนะ สารพัดของทอดของลับแลต้องยกให้เจ๊แกคนเดียว เต้าหูทอด ขนมปังทอด กุ้งทอด เผือกทอด ข้าวโพดทอง ผักทอด ไปจัดกันได้ในราคามิตรภาพ  อยากจะบอกว่าความพีคมันอยู่ตอนวันสุดท้าย ซึ่งเป็นที่มาของลับแลสไตล์ที่บอกเอาไว้ในตอนต้น  อ่ะ อ่ะ !! แต่ไม่ต้องรีบ เรามาเปรมปรีด์ไปกับของอร่อยสไตล์ลับแลกันต่อ  ขึ้นชื่อว่านักเดินทางสายแดกอย่างเราแล้ว ต้องไปให้สุด เสียดายหน้านี้ทุเรียนหลงหลินลับแล ไม่มีแล้ว เลยอดกิน แต่ก็ยังไปได้ไอศครีมรสชาติทุเรียนเน้นๆ จากร้านก๋วยเตี๋ยวรักไอติม มาทดแทนกันได้ 


ภาพ : กระบองทอด ร้านเจ๊นีย์ของทอด ลับแล

พักงานกินของนักเดินทางสายแดกอย่างเราๆ ไว้ มาต่อที่งานเที่ยวกันบ้าง ใครไปเที่ยวตรงกับวันเสาร์ก็จะมีถนนคนเดินให้ได้เดิน ได้กิน(กันอีกแล้ววว อุ วะฮ่าๆๆ ) ของฝากก็มี แต่ทีเด็ดเนี่ยอยู่ที่แม่ค้าหน้ามนคนลับแล ที่ใจดีสุดๆ ถนนคนเดินอยู่ใกล้ๆ ประตูเมืองใหญ่ๆ  ที่เขียนว่าเขตห้ามพูดโกหกนั่นแหล่ะค่ะ ตรงจุดนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองลับแล ณ จุดนี้ มีอาคารนิทรรศการซึ่งเป็นอาคารไม้ที่ออกแบบให้เหมือนบ้านของคนลับแลในสมัยก่อน มีเรื่องราวของเมืองลับแลและผู้คนที่มีความสำคัญกับเมืองนี้  นอกจากนั้นยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วย มีข้อมูลและยังมีจักรยานให้เช่า ปั่นเที่ยว เฟี้ยวฟ้าวในเมืองได้อีกด้วย 


ภาพ : ประตูเมืองลับแล ใกล้ประตูนี้มีพิพิธภัณฑ์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และถนนคนเดินที่มีทุกวันเสาร์ 


ภาพ : ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีจุดเช่าจักรยาน 


ภาพ : ถนนคนเดินมีทุกวันเสาร์


ภาพ : พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน 








ภาพ : หมี่พัน 


มื้อเย็นวันนี้ก็เดินกิน เดินคุย อยู่ในถนนคนเดินนี่แหล่ะ ว่าจะแค่มาเดินเล่น เดินช๊อปปิ้งของฝาก แต่ที่ไหนได้ เดินไปเดินมาซะจนอิ่มเลยทีเดียว แหม่ะ !! ของกินมันน่ากินนี่เนอะ  อิ่มขนาดนี้ จะทำอะไรต่อได้ละ หนังท้องตึง หนังตาหย่อนสิคะคุณ  กลับเข้าที่พักซึ่งอยู่แถวๆ พระธาตุทุ่งยั้ง  ปลื้มรัก Hometel บ้านไม้หลังโต มีสนามหญ้า มีคาเฟ่ขายเครื่องดื่มและอาหารอยู่ด้านหน้า 


ภาพ : ยามเย็นที่ลับแล ฟ้าสีหวานเลยทีเดียววันนี้ 


ภาพ : ปลื้มรัก hometel อุตรดิตถ์ 

ไปเที่ยวที่ไหน ก็อดไม่ได้เลยจริงๆ ที่อยากจะไปเดินตลาดเช้า ถึงแม้ว่าจะไม่อยากตื่นซักเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงของกิน ก็ดูเหมือนเรียวแรงจะมาอย่างมหาศาล เช้านี้ไปหาของอร่อยกินกันที่ตลาดเช้า ได้ของอร่อย ที่เป็นอาหารพื้นถิ่นอีกอย่างของเมืองลับแลมากิน ลอดช่องเค็ม คือลำขนาดเลยละ  ที่ตลาดเช้าเมืองลับแล ถึงจะไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็ทำให้เช้านี้อิ่มพุงกางเลยทีเดียว กับการหอบหิ้วของอร่อยจากตลาดกลับมากินที่่ที่พัก 


ภาพ : ตลาดเช้าเมืองลับแล 


ภาพ : ลอดช่องเค็ม อาหารอีกอย่างที่เรียกได้ว่า เป็น ลับแลสไตล์ จริงๆ ค่ะ 
 
แอบนึกขึ้นได้ว่า ที่ลับแลก็มีของเด่น ของดี อีกอย่างที่พลาดไม่ได้ ก็คือผ้าซิ่นตีนจก แน่ะๆ !!! อย่าคิดพิเรน นะขอบอก มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ  ซิ่นก็คือผ้าถุงผ้านุ่ง นี่แหล่ะค่ะ จกนั้นเป็นวิธีทอผ้าอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวไท-ยวน ตีนก็คือเชิงผ้า ซึ่งผ้าซิ่นตีนจกนั้นจะเป็นผ้าที่มีการจกลวดลายสวยงามต่างๆ ที่เชิงผ้า โดยในอดีตจะใช้ขนเม่นในการจกลาย ทั้งหมดที่เล่ามานี้ ก็ไม่ได้รู้เองหรอกนะคะ แต่เราไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล หรือที่บ้านครูโจ ซึ่งเราสามารถเข้าไปชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ มีผ้าสวยๆ จัดแสดงอยู่เยอะแยะเลยละค่ะ   อยากจะบอกว่าลวดลายผ้าแต่ละผืนนั้น ก็ชดช้อย อ่อนหวานมากๆ. 





มาลับแลครานี้ ก็บอกเลยว่า งานกินเป็นหลัก งานเที่ยวรองลงมา ต้องบอกว่าอาหารการกินแบบลับแลสไตล์นี้ มีเอกลักษณ์เอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวแคบ หมี่พัน ข้าวพันผัก ลอดช่องเค็ม   ซึ่งมาจนถึงที่ลับแล คงต้องหาร้านข้าวพันผักซักร้านไปลิ้มลองในความเป็น Lablae Style กันซะหน่อย วัยรุ่นอย่างเรา ครั้งนี้ลองไปกินที่ร้านข้าวพันผักอินดี้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับร้านของทอดเจ๊นีย์นั่นแหล่ะค่ะ ร้านก็อินดี้สมชื่อ นอกจากเมนูข้าวพันผักแบบดั้งเดิมแล้วก็ยังมีเมนูข้าวพันผักแบบประยุกต์รวมกับเยนตาโฟอีกด้วยค่ะ  หมีพัน ข้าวพันพริก ก็มีนะคะ  นี่แหล่ะอาหารการกินแบบลับแลสไตล์  ก่อนจะโบกมือบ๊ายๆ เมืองลับแล ก็ต้องไปหาซื้อข้าวแคบกลับไปกินซักหน่อย ชอบมากๆ คือมันสามารถเอาไปหออาหารอะไรก็ได้ คือดีงาม ถูกใจวัยรุ่นอายุสามสิบต้นๆ อย่างเรามากอ่ะ 


ภาพ : ร้านข้าวพันผักอินอี้ 





ทริปนี้ความพีคและความชิลกำลังจะเริ่มต้น ณ บัดนี้ค่ะ คือเราตั้งใจว่าจะเข้าไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน และก็จะกลับมานอนในเมือง เพราะจากอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านซึ่งอยู่ที่ อ.ท่าปลานั้น ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ขับรถซักชั่วโมงก็ถึงแล้ว พอไปถึงก็เกิดอยากจะค้างคืน เพราะบรรยากาศและอากาศมันดี๊ดี และด้วยมีเต้นท์และเบอะปูนอน ที่ยังไม่ได้เอาออกจากรถเมื่อตอนไปแค้มปิ้งเมื่อครั้งก่อน จึงตัดสินใจนอนเต้นท์ จัดแจงกางเต้นท์ อาบน้ำอาบท่า เรียบร้อย ทีนี้ก็เริ่มหิวละค่ะ ก็เลยจะขับรถไปที่ร้านอาหารของอุทยานฯ (คิดไปเอง มโนเอาล้วนๆ ว่ามี ซึ่งจริงๆ ไม่มี มีแต่ร้านขายขนมและเครื่องดื่ม) สิ่งที่ได้กลับมาคือน้ำดื่มและขนมกรุบกริบ ซึ่งคงไม่พอทำให้หายหิวได้  โอ้ยยย !!! มันพีคตรงนี้แหล่ะ  หันหลังกลับไปที่เบาะหลัง เจอข้าวแคบที่จะซื้อเป็นของฝากอยู่  เลยบอกเพื่อนร่วมทางไปว่า เราคงต้องพึ่งอาหารแบบ Lablae Style แล้วละค่ะ ข้าวแคบและแค๊บหมูที่ซื้อมาก็เลยกลายมาเป็นมื้อเย็นหน้าเต้นท์ในบรรยากาศลมพัดเบาๆ ดูนกบินกลับรัง  แหม่ะ !!! ชิลไปอี๊กกก   ในการนี้ต้องขอบคุณแคบหมูพันด้วยข้าวแคบในแบบลับแลสไตล์มา ณ ที่นี้ด้วยนะฮะ ถ้าไม่ได้ลับแลสไตล์ละก็เย็นนั้นแย่แน่ๆ ฮ่าๆๆ 



ภาพ : อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 






ภาพ : ข้าวแคบ 

ก่อนจะบ๊าย บ๊าย อุตรดิตถ์อย่างจริงจัง ก็ขอแวะไปแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งของคนอุตรดิตถ์ซักหน่อย ไร่องุ่นคานาอัน แอบเสียดายที่มาไม่ทันตัดองุ่น เพราะ Crop นี้เพิ่งตัดไป ปีใหม่นู่นถึงจะมีให้ตัดอีก แต่ก็ยังพอมีองุานหลงเหลือให้เดินดูและถ่ายรูปเล่น ก็แหม่ะ !!! ที่บ้านไม่มีไร่องุ่นน่ะ มันก็ต้องตื่นเต้นบ้าง อะไรบ้างโน๊ะ นอกจากไร่องุ่นแล้วก็มีฟาร์มแกะ และร้านกาแฟด้วยนะ 







3 วัน 2 คืน หมดไปอย่างรวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน อุตรดิตถ์ยังมีอะไรให้กินอีกแยะ เอ้ย !!! ไม่ใช่ อุตรดิตถ์ยังมีอะไรให้เที่ยวอีกเยอะแยะ ครั้งนี้ยังไปไม่ครบ คราวหน้าค่อยมาใหม่อีก คือมันดีต่อใจ และดีต่อพุง จริงๆ นะก๊ะ....

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานสุโขทัย รับผิดชอบพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย และอุตรดิตถ์  โทร. 055 616 228  Facebook : www.facebook.com/tatsukhothaifanpage
แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,