เลาะเลี้ยว เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง กับ ททท.อีสาน

เดินทางกันมาถึง ทริปสุดท้ายแล้วค่ะ สำหรับทริป 6  เส้นทางพอเพียง ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทริปปิดท้ายในการเยือนอีสานครั้งนี้เราจะไปวิ่งไล่จับไดโนเสาร์กัน  ถ้าพูดถึงไดโนเสาร์ คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะนึกออกว่า ทริปนี้เราจะพาไปลั้ลลากันที่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ถิ่นไดโนเสาร์  และแถมด้วยมหาสารคามและร้อยเอ็ด 

สำหรับสถานที่แรกตามโปรแกรมของเราคือ พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นที่ที่ได้รับขนานนามว่า พุทธมณฑลอีสาน ภายในบริเวณพระธาตุนาดูน จะมีพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณนครจำปาศรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมา และพัฒนาการของนครโบราณที่มีความเจริญ รุ่งเรือง ซึ่งในอดีตนั้นเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธ และวัฒนธรรมในสมัยทวารวดี  


ภาพ: พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 002 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 003 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 004
ภาพ: พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณนครจำปาศรี

และในบริเวณใกล้เคียงกันก็ยังมี พิพิธภัณฑ์เรือนอีสาน  ที่นี่มีบ้านไม้แบบอีสานหลายสิบหลัง ในบริเวณที่ห้อมล้อมด้วยแมกไม้ เขียวขจี แต่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีมากนัก  เราเดินถ่ายรูปอยู่พักใหญ่ ด้านบนบ้านนั้นเค้าก็อนุญาติให้ขึ้นไปได้ด้วยนะคะ  คราวหน้าถ้าไปอีก จะจัดเต็มเสื้อผ้าไปถ่ายรูปแบบโบราณๆ ซักหน่อยดีกว่า รอบนี้จะหยิบกล้องมาถ่ายตัวเอง ก็ยังไงอยู่ ใช่ไหมคะ เพราะอาจจะเห็นแต่หน้าบานๆ ไม่เห็นบ้านอีสานเลยซักนิด เพราะฉะนั้น ไม่งามค่ะ เอาไว้คราวหน้าเจอกันพิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน จังหวัดมหาสารคาม


ภาพ: พิพิธภัณฑ์เรือนอีสาน

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 006 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 007 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 008


ออกจากพระธาตุนาดูนเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อไปชมพระเจดีย์ทราย ที่วัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเด็จ ที่วัดนี้โดดเด่นด้วยเจดีย์ที่เลียนแบบมาจากเจดีย์บูโรบูโด(บรมพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ี่ี่นอกจากจะถูกใจชาวพุทธทั้งหลายแล้วก็ยังเป็นที่ชอบอกชอบใจของช่างภาพทั้งหลายอีกด้วย   

วันนี้ที่เที่ยวสุดท้ายของเราจบลงที่วัดป่ากุงนี่แหละค่ะ ก่อนที่เราจะเตรียมตัวไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกับคณะทัวร์เลาะเลี้ยวเที่ยวพอเพียง และชมการแสดงพื้นบ้าน โดยการต้อนรับของ ททท.สำนักงานของแก่น(ดูแลรับผิดชอบ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม)  


พระเจดีย์ทราย วัดป่ากุง


พระเจดีย์ทราย วัดป่ากุง




การต้อนรับของ ททท.สำนักงานของแก่น


เช้าวันที่สองของการเดินทางเยือนดินแดนอีสานแห่งนี้ ก่อนที่จะจากจังหวัดร้อยเอ็ดไป เราได้ไปที่วัดเจดีย์ชัยมงคล การมาเที่ยวที่นี่ จะต้องจอดรถไว้ภายนอก บริเวณลานจอดรถ เท่านั้น และจะต้องเดินเข้าไป ซึ่งมีทางเข้าอยู่ 2 ทางนะคะ ทางดีๆ ลาดยางนั้นไม่แนะนำให้เดินค่ะ เพราะมันไกลกว่าทางขรุขระ ทางขรุขระนี้คนเดินกันมากกว่า เพราะไม่ไกลมากนัก 

ด้านหน้าประตูเข้า และตามลานจอดรถจะมีสินค้า ของชาวบ้านมาขาย เป็นพวกของป่า และของที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น เห็ดต่างๆ ลูกหมากเม่า ที่เค้าเอามาทำไวน์ ทำไอศกรีมขายกันตามแหล่งท่องเที่ยวนั่นแหละค่ะ แต่อันนี้เป็นลูกสดๆ เลย ลักษณะเป็นลูกเล็กๆ รสชาติเปรียวๆ หวานๆ ฝาดๆ หน่อไม้ก็มีนะ บริเวณวัดเจดีย์ชัยมงคลแห่งนี้ แสดงภาพที่ชัดเจนของการกระจายรายได้ จากการท่องเที่ยว้ให้แก่ชาวบ้านอย่างแท้จริง เพราะชาวบ้านก็ต่างคนต่างเอามาขาย 


ภาพ: ทางเข้าวัดเจดีย์ชัยมงคล 

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 014 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 016 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 017


ภาพ: ในวัดเจดีย์ชัยมงคล


ออกจากวัดแล้วเราก็แวะทานอาหารกลางวัน กันระหว่างทางที่ออกมาจากวัด จะมีร้านที่ขายอาหารแนวเดียวกันอยู่หลายๆ ร้าน ติดๆ กัน ซึ่งจะเป็นอาหารอีสานเป็นหลัก และ พวก ไก่ย่าง ปลาเผา 

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 020 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 021 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นฟทางพอเพียง ภาพที่ 022


ภาพ : ร้านอาหารท้องถิ่นใกล้วัด


หลังจากทานอาหารกลางวันจนอิ่มหนำสำราญกันไปแล้ว เราก็พักผ่อนนอนหลับกัน ในขณะที่รถนำเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ ถิ่นไดโนเสาร์  

แต่ก่อนจะไปวิ่งไล่จับไดโนเสาร์กัน เราจะไปที่ “พระธาตุยาคู” อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเมืองที่เราเรียกกันว่า “เมืองฟ้าแดดสงยาง”  หรือ บางที่จะเรียกว่า “เมืองเสมา” ซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดี  

คำว่าเมืองฟ้าแดดสงยาง หรือ เมืองเสมา นี้ มาจากการที่ผังเมือง ของเมืองนั้นๆ มีรูปคล้ายใบเสมา และมีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น และระหว่างชั้นก็มีคูน้ำอยู่ตรงกลางด้วย  มาถึงที่นี่จะเห็นเจดีย์ตั้งอยู่ในที่โล่ง รายล้อมเจดีย์ด้วยใบเสมา 

พระธาตุยาคู เดิมเรียกว่า พระธาตุใหญ่ในสมัยทวารวดี เป็นสถูปเจดีย์ที่ใหญ่และค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาเมืองที่ชื่อว่าฟ้าแดดสงยาง  เช่น ที่ อ.คูบัว จังหวัดราชบุรี หรือ แถวๆ สุพรรณ อ่างทอง  ตอนแรกได้ยินชื่อเป็นพระธาตุยาคลูท์ เอ๊ะ!!!  ยังไงกัน ที่แท้ หูเพี้ยนไปเองค่ะ  


ภาพ : พระธาตุยาคู 


ชาวบ้านเชื่อว่าเจดีย์แห่งนี้เป็นที่เก็บอัฐฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งยาคู เป็นภาษาอีสาน แปลว่า พระเถระชั้นผู้ใหญ่  ใครจะไปเที่ยวที่นี่ก็เตรียมตัวใส่เครื่องป้องกันควาร้อนนิดนึงนะคะ เพราะตัวเจดีย์อยู่ในที่โล่ง  แต่ในบริเวณใกล้ๆ ก็มีต้นไม้  อ้อ อีกอย่างที่น่ารักมาก ตอนที่เราไปคือ ในบริเวณนี้จะมีวัวอยู่หลายตัว และเราเห็นวัวคู่หนึ่ง มันเล่นกันน่ารักเชียว อาการยังกับสุนัขวิ่งเล่นกันแนะ เห็นแล้วก็น่ารักดี 

ออกจากพระธาตุยาคู มุ่งหน้ายังจุดหมายปลายทางที่เป็นจุดสนใจ สำหรับเราแล้วจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้ ก็คือ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวม และจัดแสดงฟอสซิลที่ค้นพบจาก แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และ ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ซึ่งมีมากกว่า 7 ตัว (700 ชิ้น) และนิทรรศการด้านธรณีวิทยา ที่จัดไว้ให้เป็นอย่างดี 

ที่พิิพิธภัณฑ์สิรินธร นี้ มีข้อห้ามอยู่หลายอย่างพอสมควร เช่น ห้ามถ่่่่ายวีดีโอ(แต่เราขออนุญาติเค้าเป็นกรณีพิเศษเพื่อเก็บภาพมาให้เพื่อนชมนะคะ ไม่ได้แอบถ่ายมานะคะ) ห้ามสวมแว่นตาดำ ห้ามใส่หมวก ห้ามตัวเปียกชื้น   


ภาพ: พิิพิธภัณฑ์สิรินธร

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 027 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 028 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 030


ภาพ: ภายในพิิพิธภัณฑ์สิรินธร จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์


ภาพ: ภายในพิิพิธภัณฑ์สิรินธร จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์

นอกจากในตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็มีหลุมขุดค้นที่อยู่ด้านบนเขาด้วย เราก็เดินขึ้นไปถ่ายรูปมาให้ดูกันค่ะ  สำหรับที่นี่แล้วเป็นที่ที่เด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราชอบมากเลย เห็นเด็กๆ หลายคน ไม่ยอมกลับ พ่อ แม่ ต้องมาอุ้มกลับไป  




ภาพ : หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ่มข้าว (พิิพิธภัณฑ์สิรินธร)

วันที่เราเดินทางตรงกับวันแม่พอดี เลยเป็นการเที่ยววันแม่ตามใจลูกละกันเนอะ เห็นเด็กๆ ที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เค้าสนุกสนานกับการเปิดดูรูปไดโนเสาร์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทางพิพิธภัณฑ์ จัดเตรียมไว้หลายเครื่องก็สนุกไปด้วยเลย 


ภาพ: เด้กๆกำลังสนุกกับการค้นหาไดโนเสาร์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ณ พิิพิธภัณฑ์สิรินทร

จากกาฬสินธุ์ เรามุ่งหน้าไปค้างคืนกันที่ขอนแก่น ก่อนนอนยามค่ำคืนแวะไปกินนมร้านดังที่ใครๆ ไปขอนแก่นก็มักจะไปกินกัน กับหลากหลายชื่อที่ฟังแล้วต้อง  ฮ๊ะ!!! ชื่อว่าอะไรนะ อย่างชื่อนมกระเทย ชื่อนี้ก็เพราะเจ้าของร้านเป็นสาวประเภทสอง หรือ จะเรียก ร้านนมน่าเกลียด  ตอนแรกได้ยินแบบนี้ค่ะ ก็ งงๆ อะไรกัน ใครจะตั้งชื่อร้านนมอย่างนี้ พอมาถึงจึงรู้ว่า เค้าเรียกว่า นมหน้าเกียรติ ต่างหาก เพราะอยู่หน้าธนาคารเกียรตินาคิน  


ภาพ: ร้านมกะเทย ที่ขอนแก่น

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 037 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 040
เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 039 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 038
ภาพ : อร่อยๆจากร้านนมกะเทย

วันที่สามของการเดินทางตอนเช้าไปกันที่ วัดเจติยภูมิ หรือ พระธาตุขามแก่น ที่เป็นที่มาของชื่อจังหวัดนี่แหละค่ะ พี่รุ่ง เจ้าหน้าที่  ททท.สำนักงานขอนแก่น เล่าให้เราฟังว่า ที่นี่มีตำนานเล่าว่า ในสมัยก่อนนั้นมีการใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินผ่าน เพื่ออันเชิญพระธาตุไปยังจังหวัดนครพนม ระหว่างทางได้พักบริเวณนี้ มีต้นมะขามยืนต้นตายอยู่ พอวันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปยังนครพนม 

แต่เมื่อไปถึงพระธาตุพนมก็สร้างเสร็จแล้ว จึงอัญเชิญพระธาตุกลับ และแวะพักที่จุดเดิมตอนมา ก็เห็นว่าต้นมะขามที่ยืนต้นตายนั้นกลับฟื้นขึ้นและไม่ตาย จึงอัญเชิญพระธาตุมาไว้บริเวณนี้  ที่แห่งนี้จึงมีชื่อว่าพระธาุขามแก่น  นอกจากนั้นแล้วพี่เค้ายังบอกกับเราอีกว่าที่วัดเจติยะภูมิแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กที่แท้จริงของเมืองขอนแก่นอีกด้วย ในบริเวณวัดก็ยังมีโบสถ์โบราณ หรือที่ชาวอีสานเรียกว่าสิมอีกด้วยค่ะ


วัดเจติยภูมิ หรือ พระธาตุขามแก่น

เมื่อออกจากพระธาตุขามแก่นแล้ว เราก็ไปต่อกันที่ พระมหาธาตุแก่นนคร เจดีย์ที่วัดนี้มี 9 ชั้น และวันที่เราไปนั้นคนค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นวันหยุด การจราจรบนยอดเจดีย์จึงค่อนข้างติดขัด เนื่องจากพอถึงชั้นที่สูงๆ นั้น บรรไดก็จะค่อยแคบลง จนถึงประมาณชั้น 8-9 จะเดินขึ้นได้ทีละคน ด้านบนสามารถมองวิวโดยรอบของบริเวณเจดีย์นี้ได้ทั้งหมด  สำหรับที่นี่หากใครคิดจะไปไม่ควรใส่กางเกงขาสั้นไปนะคะ แต่หากใส่ไป ทางวัดเค้าจะมีผ้่านุ่งให้เปลี่ยนค่ะ 


ภาพ : พระมหาธาตุแก่นนคร


ภาพ: วิวด้านบนมองจากพระมหาธาตุแก่นนคร

ออกจากพระมหาธาตุแก่นนครแล้ว เราก็ไปรับประทานอาหารกลางวันกันและมุ่งหน้า อ.ชนบท จ.ขอนแก่น นี่แหละคะ ไปดูการทอผ้าไหมมัดหมี่ และตามคณะทัวร์ไปทำปกสมุดจากผ้าไหมมัดหมี่กัน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีที่จัดแสดงผ้าไหมลายต่างๆ และร้านขายผ้าไหมด้วย  


เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 050 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 052 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 053

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 055 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 054 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 057

เพื่อนๆ เคยแปลกใจมั้ยคะ ทำไมต้องเรียกว่าผ้าไหมมัดหมี่ เราเองไม่เคยรู้เลย เคยแต่ได้ยิน จนครั้งนี่ได้รู้ว่าที่เรียกมัดหมี่นั้น มาจากวิธีการทำผ้าไหมชนิดนี้นั่นเอง “มัด” ก็คือการนำเชื่อกไปมัดนั่นแหละค่ะ ส่วน “หมี่” เป็นภาษาอีสานแปลว่า ลาย ผ้าไหมมัดหมี่ก็คือการนำเชื่อปอไปมัดไว้เป็นปล้องๆ ก่อนนำไปย้อมสีให้เป็นลายตามที่มัดไว้นั่นเอง ส่วนใหนถูกมัดไว้ก็จะไม่มีสี 


ภาพ: ผ้าไหมจากอ.ชนบท

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 046 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 049 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 047
ภาพ: ผลิตภันฑ์จากผ้าไหม

วันสุดท้ายของการเดินทางในทริปนี้ เราจะไปวิ่งไล่จับไดโนเสาร์กันอีกซักทีค่ะ คราวนี้เป็นไดโนเสาร์ที่ อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ที่นี่จะเล็กกว่าที่กาฬสินธ์ค่ะ และจะเป็นการจำลองฟอสซิลของไดโนเสาร์มาให้ชม และการแสดงนิทรรศการที่คล้ายๆ กันค่ะ 

ที่เราชอบและคิดว่าเด็กๆ คงชอบเช่นกัน ก็คือ สวนไดโนเสาร์ของที่นี่ คือตอนเดินเข้าไป เราไม่รู้หรอกว่า ไดโนเสาร์มันจะสงเสียงร้องได้ ก็เดินถ่ายคลิปวีดีโอไปเรื่อย พอเราเดิน่านเซ็นเซอร์เท่านั้นละ ไดโนเสาร์มันก็ร้องออกมาซะดังเลย ตกใจแทบเดินออก เพราะเดินเข้ามาคนเดียว  ส่วนน้องอีกคนที่โดนเราหลอกเข้าไปก็ตกใจ เดินกลับเพราะคิดว่ามันจะขยับได้  เลยได้สนุกสนานกันไปในสวนไดโนเสาร์ทิี่ พิพิธภัณฑ์ภูเวียงแห่งนี้  

พอเริ่มชินเข้าก็เลยวิ่งให้โดนเซ็นเซอร์ให้ไดโนเสาร์มันร้องจนสนุกเลย  คิดว่าเด็กๆ ที่มาเที่ยวที่นี่ก็คงถูกใจเช่นกันค่ะ  ก่อนจะลาเมืองของแก่นไปก็แวะระหว่างทางเก็บภาพอุทยานไดโนเสาร์มาฝากนะคะ ท้องฟ้าสีสวยกำลังดีเลยค่ะ  


พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง



เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 059 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 061 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 058
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง


ภาพ : อุทยานไดโนเสาร์

เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 068 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 064 เที่ยวอีสาน หนึ่งในเส้นทางพอเพียง ภาพที่ 063
ภาพ : อุทยานไดโนเสาร์




ขอบคุณการเดินทางโดย : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel