เสาเฉลียง อุปสรรค์นับล้านปี กว่าจะเคียงคู่กันช่างโรแมนติกนัก

มาเที่ยวโขงเจียมแล้วก็คงต้องไม่พลาดที่จะเข้ามาเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติผาแต้มด้วยนะครับ ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวจุดหนึ่งที่มีความน่าสนใจมาก คือ "เสาเฉลียง" ทั้งในแง่มุมของธรณีวิทยา หรือความงามตามธรรมชาติ แต่ประวัติของเสาเฉลียงนี้ซิครับสะดุดตาอ่านแล้วรับรู้ถึงความโรมแนติกจริงๆที่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว แดด ฝน ลม กัดเซาะมานานนับล้านปี กว่าที่หินสองก้อนที่เกิดกันคนละยุคสมัยจะได้มายืนเคียงคู่กันให้เราได้เห็นอย่างนี้ 



เสาเฉลียงมีหลัษณะคล้ายกับดอกเห็ดขนาดยักษ์ หรือมีใครมองเป็นอย่างอื่นบ้าง อันนี้คงแล้วแต่จินตนาการนะครับ เพราะถ้าให้ผมมองเป็นอย่างอื่น ลองเดินไปที่ฐานของเสาเฉลียงต้นกลางดูนะครับ จุดนี้ผมมองว่า มันทำให้ผมมองเสาเฉลียงเหมือนรูปหัวใจที่โดนเสียบปักอยู่อย่างนั้นล่ะ หรือว่าจะเป็นจุดจอดยานบินได้มั๊ย คือทำเสาไว้แล้วทำฐานไว้เพื่อรองรับอะไรสักอย่าง …เริ่มเรื่อยเปื่อยแล้ว 





ตามคู่มือแล้วเขาบอกว่า เสาเฉลียงมีจุดกำเนิด และวิวัฒนาการมาจากหินทราย 2 ยุค คือ หินทรายยุคไดโนเสาร์ (Jurassic Period) มีอายุประมาณ 180 ล้านปี และหินทรายยุคครีเตเชียส (Cretacecus Period) เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ลม และแสงแดด ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายล้านปี ประกอบกับการเปลี่ยนแปลง (ยุบและยกตัว) ของเปลือกโลก และในขณะเดียวกัน ตะกอนของเนินหินทรายที่เหลือจากการชะล้างพังทลาย ก็เริ่มแข็งตัวขึ้นโดยลำดับ ซึ่งเรียกว่า ขบวนการสึกกร่อนและต้านทานทางธรรมชาติ 

ส่วนต้นของเสาหิน มีวิวัฒนาการมาจาก การสะสมตะกอนของหินทราย ในยุคไดโนเสาร์ โดยในยุคนั้น สภาพลมฟ้าอากาศ ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อความแข็งและยึดตัวของเม็ดหินทราย 

(อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็สงสัยเลยว่า เจ้าหินสองก้อนเกิดกันคนละยุคแต่ก็มาอยู่ด้วยกันได้ นี้มันพรหมลิขิตชัดๆ )



ยุคถัดมาคือ หินทรายยุคครีเตเชียส อันเป็นหินที่ทับอยู่ส่วนบนซึ่งแข็งแรง ทนต่อการสึกกร่อนได้ดีกว่าส่วนที่เป็นเสาหินท่อนล่าง ดังนั้น เมื่อถูกกัดกร่อนทีละเล็กละน้อยนานๆ เข้า ส่วนต้นของเสาหินจึงมีลักษณะสูงชะลูดคล้ายโคนเห็ด 

แต่หินส่วนที่ทับ หรือเกยทับอยู่ข้างบน จะไม่ติดเป็นเนื้อเดียวกับเสาหิน เพราะเกิดต่างยุคและต่างเงื่อนไขของสภาพแวดล้อม เป็นผลให้สามารถคงรูปใกล้เคียงสภาพเดิม ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ยื่นคลุมเลยส่วนที่เป็นต้นเสาหินออกไปคล้ายดอกเห็ด นับเป็นประติมากรรมทางธรรมชาติชิ้นเอกร่วมกันของหินทรายทั้ง 2 ชุด ซึ่งก่อให้เกิดเสาหินกระจายอยู่มากกว่า 10 แห่ง โดยเฉพาะบริเวณภูกระบอ มีอยู่มากมายคล้ายสวนหิน



ชาวท้องถิ่นเรียกเสาหินที่คล้ายดอกเห็ดนี้ว่า "เสาเฉลียง" ซึ่งแผลงมาจากคำว่า "สะเลียง" เป็นภาษาส่วยที่หมายถึง "เสาหิน"

หินทรายสองยุค ที่เกิดจากการกัดกร่อนแตกต่างกัน ในที่สุดหินสองยุคก็ได้มาอยู่ด้วยกัน ช่างโรแมนติกนัก 

ใครสนใจยังไม่เคยมาเที่ยวต้องแวะมาชม เสาเฉลียงบ้างแล้วนะครับ ความรักจะได้ยืนยาว 

แผนที่
จุด A แสดงที่ตั้งของเสาเฉลียง
ตำแหน่ง GPS คือ 15.404536, 105.502198

จังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel