เส้นทางเก็บแต้มเสบียงบุญ ณ​ เมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี บ้านกรูด

เส้นทางเก็บแต้มเสบียงบุญ หรือเส้นทางท่องเที่ยวแบบเที่ยวไปด้วย ทำบุญไปด้วย จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ พาสะดุดตาไปสัมผัส ในพื้นที่ เมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี แล้วก็บ้านกรูด ขอบอกว่าพื้นที่จุดท่องเที่ยวให้ได้สะดุตากันหลายจุดทีเดียวครับ 



จากที่เมื่อวานเราเที่ยวกันในหัวหิน วันนี้ย้ายมานอนกันที่ริมชายหาดกุยบุรี ใช้เป็นเซ็นเตอร์ในการเที่ยวซะเลย เพราะแผนการเดินทางคือเราจะนอนกุยบุรี 2คืนครับ แล้วเที่ยวกันละแวกนี้ก่อนกลับกรุงเทพฯ 

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยววันแรก ขอแนะนำจุดเที่ยวในส่วนเมืองประจวบฯกันก่อนนะครับ เพราะว่าบริเวณนี้ มีความน่าสนใจหลายอย่างครับ ขอแนะนำกัน6จุด หลักๆครับ

ศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์
แต่เดิมเมืองประจวบฯไม่มีศาลหลักเมืองครับ เพิ่งจะมีการสร้างขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมีนี้เองครับประมาณปี พ.ศ.2536 ในสมัยที่ ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมสมัยลพบุรี ส่วนไม้ที่นำมาทำเสาหลักเมืองนั้น นำมาจากเทือกเขาเขตบ้านย่านซื่อ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีขนาดความสูง 2.74 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง0.37 เมตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิด ศาลหลักเมืองนี้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2537 


ภาพ : มองภายนอก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยลพบุรี 


ภาพ : มองภายนอก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยลพบุรี 


ภาพ : ศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์


หอพระอุปคุต ริมทะเลประจวบคีรีขันธ์
จุดนี้ก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย ที่ชาวประจวบฯช่วยกันสร้าง หอพระอุปคุต ไว้ที่ริมทะเลประจวบฯ ผมเองก็พึ่งเคยได้ฟังเรื่องราวของพระอุปคุตเต็มๆก็วันนี้เอง และที่มาตั้งบริเวณริมทะเลนี้ก็เพราะว่า พระอุปคุตนี้เปรียบเหมือนผู้พิทักษ์ ที่อยู่ใต้ทะเลลึก และเป็นพระอรหันตร์ในสมัยพุทธกาลที่ยังมีชีวิตอยู่ตามความเชื่อชาวพุทธ ว่าท่านมีอายุ5,000 ปี อยู่เพื่อรักษาพระพุทธศาสนา เมื่อเกิดภัยพิบัติท่านจะขึ้นมาช่วยเหลือ

หอพระอุปคุต แห่งนี้ ชาวประจวบฯเขามีการจัดตั้งกลุ่มเพ็ญพุธ เพื่อดูแลหอแห่งนี้ด้วย จัดกิจกรรมนั่งสมาธิกันทุกวันพุทธ​ 6โมงเย็นด้วยนะครับ นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมกิจกรรมได้ 


ภาพ : หอพระอุปคุต ริมทะเลประจวบคีรีขันธ์


ภาพ : หอพระอุปคุต ริมทะเลประจวบคีรีขันธ์


ภาพ : ชมรมเพ็ญพุธ ชวนนั่งสมาธิทุกเย็นวันพุทธ

วัดอ่าวน้อย ประจวบคีรีขันธ์
วัดอ่าวน้อยเป็นวัดที่มีพระอุโบสถสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่นอกเมืองประจวบไปนิดเดียว ไม่ได้สวยงามแค่ภายนอกพระอุโบสถเท่านั้น ลองเข้าไปชมภายในจะเห็นผลงานไม้แกะสลักที่สวยสะดุดตาน่าทึ่งอีกด้วย เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ และเรื่องรามเกียรติ์ และใครไปเที่ยวที่วัดอ่าวน้อย ยังมีความน่าสนใจอีกที่พลาดไม่ได้คือ วัดนี้ติดทะเลชายหาดสวยมากครับ และติดภูเขาที่เราสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวได้ ภายในมีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่มากอยุ่ภายในด้วย


ภาพ : วัดอ่าวน้อย อุโบสถไม้สักใหญ่ที่สุดในประเทศ


ภาพ : มีภาพแกสลักลงสีสวยงามมาก


ภาพ : ภายในก็งานไม้สวยมาก

วัดเกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์
เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นมาพร้อมกับเมืองประจวบคีรีขันธ์เลยทีเดียวครับ สันนิษฐานว่าสร้างประมาณปี พ.ศ.2300 ถือว่าเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในเมืองประจวบที่พลาดไม่ได้ ที่สะดุดตาของผมมากที่สุดคือจะมีตัวอาคารสวยมากครับวัดนี้ มองขึ้นไปที่อาคารเก่าเห็นการสลักไม้ เกี่ยวกับดวงพระพุทธเจ้าไว้ที่หน้าจั๋วของอาคารสะดุดตามากครับ เพิ่งเคยเห็นการเขียนดวงพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับ ประสูตร ตรัสรูและปรินิพพาน ก็คราวนี้ละครับ


ภาพ : วัดเกาะหลัก


ภาพ : ดวงพระพุทธเจ้า ประสูตร ตรัสรู้ ปรินิพพาน วัดเกาะหลัก

วัดคลองวาฬ 
วัดคลองวาฬไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างแน่ชัดว่าสร้างสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนที่จะเป็นเมืองคลองวาฬ ซึ่งชื่อเมืองคลองวาฬได้ปรากฏอยู่ในบันทึกการเดินเรือของชาวจีนโบราณ 


ภาพ : วัดคลองวาฬ


ภาพ : พระพิฆเนตรที่สวยงามที่สุดในภาคใต้


ภาพ : ในอุโบสถวัดคลองวาฬ มีภาพจิตกรรมที่สวยมาก


ภาพ : มีภาพในหลวงติดเต็มพนังอุโบสถวัดคลองวาฬ


ภาพ : มีภาพในหลวงติดเต็มพนังอุโบสถวัดคลองวาฬ

วัดตาลเจ็ดยอด 
วัดตาลเจ็ดยอด เป็นวัดที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวเพราะมีรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่ตั้งอยู่ ชื่อวัดตาลเจ็ดยอด มาจากชื่อชุมชนบ้านตาลเจ็ดยอด ตั้งตามลักษณะของต้นตาลที่เคยมีในหมู่บ้านซึ่งมีถึงเจ็ดยอดในต้นเดียว ปัจจุบันต้นตาลต้นนี้ไม่มีแล้ว ถูกตัดไปเมื่อสมัยสร้างทางรถไฟสายใต้ 


ภาพ : วิวที่วัดเจ็ดยอด


ภาพ : หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่วัดตาลเจ็ดยอด

อีกวันเราเดินทางไปเที่ยวที่บ้านกรูดกัน แล้วค่อยขับรถกลับขึ้นกรุงเทพฯ ซึ่งแวะเที่ยวที่วัดกุยบุรีด้วย วันกลับเลยเที่ยวกันเบาๆ แค่2จุด

พระมหาเจดีย์ภักดีย์ประกาศ
ตั้งอยู่เขาธงชัย บ้านกรูด ประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นเพื่อน้อมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองราชครบ 50ปี สร้างในรุปแบบสถาปัตยกรรมไทยกรุงรัตนโกสินทร์ ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตตุรัสกว้างด้านละ50เมตร สูง 50เมตร มีหมู่เจดีย์9องค์ หมายถึงรัชกาลที่9 ชาวบ้านจึงเรียกว่า เจดีย์เก้ายอด ตัวพื้นที่มีทั้งหมด5 ชั้น ในชั้นที่4 เป็นชั้นอุโบสถ มีพระพุทธรูปปางลีลาเป็นองค์ประธาน และมีงานกระจกสีที่สวยงามเรื่องพระมหาชนกอีกด้วย ส่วนชั้นที่5เปิดเพียงปีละครั้ง ในวันวิสาขบูชาเท่านั้น ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การเข้าชมพระมหาเจดีย์ภักดีย์ประกาศ เปิดให้ชมช่วง 8.00-17.00น. 
 

ภาพ : พระมหาเจดีย์ภักดีย์ประกาศ


ภาพ : วิวที่มองจากชั้น4 พระมหาเจดีย์ภักดีย์ประกาศ




ภาพ : พระพุทธรูปปางลีลา ที่ให้ความหมายถึงการก้าวไปข้างหน้า


ภาพ : กระจกสีเรื่องพระมาหชนก ในชั้น4พระมหาเจดีย์ภักดีย์ประกาศ

วัดกุยบุรี
วัดกุยบุรีมีพระสำคัญคือ หลวงพ่อในกุฏิ ชาวเมืองกุยบุรีเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่มาก ทุกวันนี้ยังรักษากุฏิของหลวงพ่อในกุฏิไว้ให้ได้เยี่ยมชมกัน ซึ่งตั้งอยู่ข้างอุโบสถ ภายในพื้นที่วัดยังมีความน่าสนใจอยู่อีกอย่าง คือ ซากโบราณสถาน กำแพงเมืองยันทัพพม่า สมัยอยุธยา เหลืออยู่เป็นประวัติศาสตร์ ตอนนี้มีการทำจำลองกำแพงเมืองขึ้น มีรูปปั้นทหารไทยเฝ้ากำแพงอยู่ด้วย 


ภาพ : หลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี


ภาพ : ในอุโบสถวัดกุยบุรี


ภาพ : กุฏิเก่าโบราณที่มีการบูรณะใหม่ ของหลวงพ่อในกุฏิ ที่วัดกุยบุรี


ภาพ : ภายในกุฏิ หลวงพ่อในกุฏิ


ภาพ : ป้อมยันทัพพม่า กุยบุรี

สำหรับเส้นทางเก็บแต้มเสบียงบุญ ณ​ ประจวบคีรีขันธ์ ก้ขอแนะนไว้ประมาณนี้นะครับ ตะเห็นได้ว่าแต่ละที่มีความสำคัญทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาตร์กันที่สถานที่ที่เลย เพราะแต่ละทีก็เกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตชาวประจวบคีรีขันธ์อยู่แล้วมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลองมาเที่ยวกันดูนะครับ 


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel