เส้นทางเที่ยวตะวันออกผจญภัย นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว

ใกล้กรุงเทพฯทางฝั่งตะวันออกของไทยเรื่อยไปจนถึงชายแดนบ้านคลองลึกหรือตลาดโรงเกลือ เป็นเส้นทางเที่ยวที่เราสะดุดตาจะขอมาแนะนำกันในวันนี้ ทั้งสนุก และออกรสชาติการผจญภัย ได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำจริงๆ เริ่มกันตั้งแต่ กิจกรรมในโรงเรียนนายร้อย จปร. แล้วไปเยี่ยมชมตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศ นอนนวดแผนไทย จากนั้นไปเที่ยวถ้ำเพชร ที่จังหวัดสระแก้ว พร้อมกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาสูง เสียว แล้วไปผจยภัยแบบลุยๆกันต่อที่ ถ้ำน้ำเขาศิวะ พิสูจน์ความสวยงามของถ้ำน้ำ และจากนั้น ไปแอบถ่ายผีเสื้อกันที่ปางสีดา ก่อนจะไปแวะชม ปราสาทสด๊อกก๊อกธม แล้วจบที่การช้อปปิ้งตลาดโรงเกลือ ทั้งหมดใช้เวลาไป 3 วัน 2คืน 



ทริปนี้ทำให้ผมรู้จักสระแก้วมากขึ้นจริงๆ ไม่คิดว่าทางฝั่งตะวันออกของประเทศเรา ในเส้นทางนครนายกเรื่อยไปจนถึงสระแก้ว จะมีความน่าสนใจมากกว่าที่เคยนึกถึง มีกิจกรรมมันส์ๆให้ทำกันหลายอย่างโดยเฉพาะที่จังหวัดสระแก้ว มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวมากมายจริงๆ ทั้งประวัติศาสตร์ การผจญภัย และก็การช้อปปิ้ง 

ไหนๆก็มาเที่ยวกันแล้ว เราจะพาไปชมทั้งเส้นทางกันก่อนเลยว่า เวลา 3วัน 2คืนที่เรามาเที่ยวครั้งนี้ จะมันส์ขนาดไหน 

เราออกจากกรุงเทพฯในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครนายก เพื่อไปที่จุดหมายแรกนั้นคือ โรงเรียนนายร้อย จปร. จังหวัดนครนายก เป็นกิจกรรมก่อนเที่ยง ก่อนเข้าไปด้านใน ต้องขอแนะนำให้รู้จัก ศาลเจ้าพ่อขุนด่านกันก่อน เพราะตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. ใครไปใครมาก็มักจะมาแวะกันที่ ศาลแห่งนี้เกิดขึ้นจากประวัติความดี ความรักชาติ ของท่านขุนด่าน ซึ่งเป็นเหมือนพ่อเมืองหน้าด่านนครนายกในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นเอง


ภาพ : ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ เดินขึ้นไปได้ครับ รอบบริเวณเราจะเห็ฯมีคนเอา ตุ๊กตาม้าลาย ไก่ มาตั้งไว้จำนวนมาก 


เจ้าหน้าที่ของ จปร. บอกเราว่า ที่คนนิยมใช้มาลายมาแก้บน แล้วเอามาตั้งแบบนี้เพราะ ความจริงแล้วเขาจะใช้ม้าศึกมาถวาย แต่ด้วย มาลายนั้นหาง่ายราคาไม่แพง จึงเป็นที่นิยม ต่างจากคนทำหุ่นม้าศึกซึ่งมักจะมีขนาดใหญ่ และราคาแพงจึงไม่เป็นที่นิยมนัก เราเลยเห็นมาลายเต็มไปหมดที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่านแบบนี้ 

เมื่อเราเข้าไปเที่ยวที่ โรงเรียนายร้อย จปร. อยากขอแนะนำให้ไปที่อาคาร100ปี พิพิธภัณฑ์โรงเรียนนายร้อยด้วย เราจะได้เห็น ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนนายร้อยที่น่าสนใจมาก พร้อมกับสิ่งของเครื่องใช้ในการเรียนนายร้อยในอดีต ที่สะดุดตามากๆสำหรับผมคือชุดนายร้อยในสมัยก่อนนั้น หลายชุดได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก ทำให้บางชุดเหมือนชุดของชาวสก๊อต ใช่กระโปรงแดง ถุงเท้าแดง ถ้าเป็นสมัยนี้ ดูจะน่ารักน่าชังไม่น้อย ยังมีอาวุธสมัยอดีตจัดแสดงอีกด้วย ภายในอาคารที่จัดแสดงทั้งหมด 3ชั้น 


ภาพ : ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ อาคารจปร. 100 ปี


ภาพ : ภายในพิพิธภัณฑ์ อาคารจปร. 100 ปี


อาคารเรียนโรงเรียนายร้อย จปร. ใครแวะมาก็มักจะมาถ่ายรูปอาคารนี้ เพราะเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนว่าที่นี่โรงเรียนนายร้อย เขาชะโงก จังหวัดนครนายก แน่นอน

ภายในโรงเรียนายร้อย จปร. ยังมีจุดทำกิจกรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ทุกวัน หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกิจกรรม เลื่อนข้ามน้ำ กิจกรรมยิงธนู พายเรือคยัค หรือ การฝึกยิงปืนจริงๆ ที่สนามยิงปืนของโรงเรียน ในราคาที่ไม่แพง 


ภาพ : การสอนยิงปืนลูกโม่ ของจริง กระสุนจริง นักท่องเที่ยวสามารถมาเรียนยิงปืนที่นี้ได้ ตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด เพียง 180 บาทเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีปืนมาเองทางสนามมีให้ และสอนให้ด้วย


ยังมีกิจกรรมเลื่อนข้ามลำน้ำแบบนี้ให้เล่นกันด้วย 


อีกกิจกรรมได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คือการเรียยิงธนู ด้วยอุปกรณ์ยิงธนูมาตรฐาน กับการยิงด้วยท่ามาตรฐานสากล มีครูฝึกคอยแนะนำท่ายิงที่ถูกต้องสำหรับการแข่งขันยิงธนูจริงๆให้กับนักท่องเที่ยวด้วย 

หลังจากทำกิจกรรมกันมาเหนื่อยๆแล้ววันนี้เอาเบาๆกันก่อน ...เราจะไปพักกันที่ จังหวัดปราจีนบุรี แล้วก็เดินทางไปสระแก้ว 

สำหรับปราจีนบุรี มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ใครผ่านไปผ่านมา ก็จะต้องแวะเวียนไปใช้บริการกัน หรือซื้อของฝากคุณภาพ ด้านสมุนไพรไทย ต้องยกให้ที่นี่เลยครับ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี 

ช่วงบ่ายๆเราก็มาถึงตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกันแล้ว ซึ่งภายในตึกปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร และเรื่องราวของท่านเจ้าพระอภัยภูเบศร สินค้าและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพรของที่นี้มีชื่อเสียงอย่างมาก แน่นอนว่าไหนๆก็มาแล้วก็ไม่พลาดที่จะซื้อเป็นของฝาก ยังมีการนวแผนไทยที่ขึ้นชื่ออีกด้วย เหนื่อยกันมาทั้งวัน ก่อนเข้าที่พักวันนี้พวกเราเลย ขอนวดแผนไทยกันก่อนเข้าที่พัก 


ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในสมัยก่อนเคยถูกใช้เป็นโรงพยาบาล ซึ่งในสมัยนั้นน่าจะเป็นโรงพยาบาลชายแดนที่สวยที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันใชเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทย และเรื่องราวของท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 


มีการจัดแสดงสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน และมีจำหน่ายให้ด้วย


ห้องนี้ เป็นห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางโรงพยาบายเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากสมุนไพรไทย


แล้วก็มานอนนวดเท้ากันสักชั่วโมง สดชื่นแจ่มใส

วันนี้เราพักกันที่ รีสอร์ทใกล้ๆนี้เอง อรุณสวัสดิ์รีสอร์ท ปราจีนบุรี อยู่ติดแม่น้ำด้วย 


วันที่ 2 ของการเดินทาง

วันนี้เราจะพจญภัยกันสุดๆ เตรียมชุดเปียกน้ำ ใส่กางเกงขาสั้นกันมาเลย พร้อมลุย เพราะโปรแกรมวันนี้ ผจญภัยทั้งวัน ช่วงเช้าเราจะอกเดินทางจากปราจีนบุรี ไปจังหวัดสระแก้วกันเลย ไปกันที่ ถ้ำเพชรเขาโพธิ์ทอง และถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันนี้แหละครับ จุดแรก จะพาไปเดินเที่ยวในถ้ำชมความสวยงามอลังการธรรมชาติกันก่อน แล้วหลังจากนั้น ไปโรยตัวจากหน้าผาสูงหน้าถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว จุดนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าสูง 25 เมตร เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมกันมาก ใครสนใจติดต่อล่วงหน้า3วัน เขาจะเตรียมเจ้าหน้าที่ เตรียมอุปกรณ์มาให้ คนล่ะ 200 บาทเท่านั้นเอง มี5 คนขึ้นไป ก็ลุยเลยครับ 

การเข้ามาเที่ยวถ้ำเพชรเขาโพธิ์ทองเสียค่าเข้า 20 บาท ดูแลโดยกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เอง 


ถ้ำเพชรเขาโพธิ์ทอง จังหวัดสระแก้ว เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสามารถ เดินเข้าเที่ยวชมได้ด้วยตัวเอง ภายในถ้ำ มีการติดตั้งไฟให้ความสว่างไว้เป็นระยะ และมีความลึกไม่มากนัก เดินไปกลับได้แบบไม่เหนื่อยมาก 


ภายในถ้ำเพชรโพธิ์ทอง จะมีป้านแนะนำจุดน่าสนใจต่างๆไว้ให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน แบ่งเป็นห้องต่างๆ และมีไฟแสงสีติดประดับไว้ด้วย


ความงามที่สุดของถ้ำเพชรโพธิ์ทองคือ พื้นผิวของพนังถ้ำที่สะดุดตาเห็นว่าแปลกตาและมีเสน่ห์สวยงามอย่างประหลาด ด้วยทรงสูงของถ้ำก็ทำให้ถ้ำดูสง่ามาก และยังมีพื้นผิวที่สวยงามเมื่อแสงไฟส่องจะเห็นความโค้งเว้าที่สวยงามมาก 

จากจุดนี้ เมื่อทีมโรยตัวพร้อม เราก็ออกไปทำกิจกรรมเสียวๆกันต่อเลย ด้วยการโรยตัวลงมาจากหน้าผา ลงมาตรงหน้าถ้ำเพชรหาดทรายแก้วพอดี 


ภาพ : เตรียมพร้อมโรยตัวจากหน้าผาถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว บ้านเขาเลื่อม ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว


กิจกรรมโรยตัวนี้ทางเจ้าหน้าที่บอกมาว่าใครอยากเล่นติดต่อล่วงหน้าสัก 3 วัน จะได้เตรียมอุปกรณืกับทีมมาsetting ไว้ให้ ดดยรับ 5คนขึ้นไป คิดคนล่ะ 200 โดยที่จุดโดรยตัวไม่ได้มีเพียงจุดนี้จุดเดียว ยังมีให้เลือกโรยตัวอีก 1 ป่อง 2 ถ้ำ 3 หน้าผา ก็เลือกเอาตามชอบใจ เพราะคิดจุดล่ะ 200 ต่อคน ติดต่อได้ที่ โทร. 037 445108-9, 089 9363880 

แค่เราโรยตัวจุดเดียวก็ทั้งเหนื่อยทั้งเสียวแล้วครับ เที่ยงพอดี หมดเวลา ขอกินข้าวก่อน แล้วเดี่ยวไปเที่ยวผจญภัยที่ถ้ำน้ำเขาศิวะกันต่อ จุดนี้ Amazing มาก 

ถ้ำน้ำเขาศิวะ จังหวัดสระแก้ว เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนรักการผจญภัยต้องไม่พลาด ช่วงบ่ายนี้เรายกให้ถ้ำน้ำกันทั้งบ่ายไปเลย เมื่อมาถึง การเตรียมตัวก็คือต้องเปลี่ยนชุดที่พร้อมเปียกทั้งตัว ใส่เสื้อชูชีพ ร้องเท้าหุ้มส้นพร้อมเปียกน้ำได้ใครไม่มี ทางเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลถ้ำน้ำเขาจัดเตรียมไว้ให้ทั้งชูชีพและร้องเท้า พวกเรายังเตรียมไฟฉาย และถุงกันน้ำมาใส่อุปกรณ์พวกกล้องถ่ายรูปด้วย เปลี่ยนชุดพร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ ไปพร้อมกันที่หน้าถ้ำน้ำ 

บางช่วงของถ้ำน้ำจะสูงมิดหัวก็มีนะครับ จะสูงเป็นจุดๆ บางจุดก็ยืนได้สบาย ใครที่จะถ่ายรูป เขาจะมีห่วงยางใส่กาละมังไว้เป็นอุปกรณ์ลอยน้ำ เอากระเป๋ากล้องใส่ไว้แล้วลุยถ้ำเข้าไปได้ครับ 


ภาพ : เขาศิวะ มองจากภายนอกจะเห็นมีแท่งหิน ทีมีลักษณะคล้ายศิวลึงค์ จึงเรียกภูเขานี้ว่าเขาศิวะ

 
การเข้าเที่ยวชมถ้ำน้ำเขาศิวะ จะต้องลุยน้ำเข้าไปแบบนี้ บางช่วงต้องลอยคอเข้าไป มีห่วงยางไว้ใส่อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่นำด้วยแสงไฟจากสปอตไลท์พ่วงแบตเตอรี่ การเดินก็ต้องระวังหินทั้งใต้น้ำ และบนหัว 


ภายในถ้ำน้ำเขาศิวะเป็น้ำผุดขึ้นมา ทำให้น้ำใสมาก จุดที่เห็นภาพนี้ คือ น้ำตกทรายแก้ว เพราะเป็นลักษณะของหินย้อยที่ไหลลงมาเหมือนน้ำตก ระยิบระยับเหมือนหาดทราย น่าจะมีอายุมากกว่า 200ล้านปี ตามสันนิษฐาน

ปกตินักท่องเที่ยวจะใช้เวลาเที่ยวในถ้ำน้ำประมาณ 45นาที -1ชั่วโมง แต่พวกเราถ่ายรูปกันไปด้วย ปาเข้าไปเกือบ 2ชั่วโมง จะเอากล้องออกมาแต่ล่ะที่ ก็กลัวกล้องตกน้ำ ลื่นหกล้ม เปียกซะ อะไรประมาณนั้น แต่ก็สนุก ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามที่ได้พบ โดยเฉพาะด้านในสุด ที่เป็นโพรงลึก 7-10 เมตร เป็นจุดที่เราไม่สามารถเดินต่อได้แล้ว น้ำยิ่งใสมากในบริเวณนั้น คาดว่าน้ำคงผุดขึ้นจากโพร่งดังกล่าว 

ออกจากถ้ำมาก็เกือบจะเย็นแล้ว ล่างตัวเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เข้าโรงแรมพักผ่อนวันนี้นอนที่ตัวเมือง สระแก้ว โรงแรม River 

ภาพ : โรงแรม River ที่พวกเรามานอน

วันที่ 3 ของการเดินทาง
วันนี้โปรแกรมเบาๆไม่มากมาย ไปถ่ายภาพผีเสื้อกันที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา แล้วก็ไปเที่ยวชมปราสาทหินสด๊อกก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว แล้วก่อนกลับกรุงเทพฯ ไปช้อปปิ้งที่ตลาดโรงเกลือก่อนกลับ 


คลานต่ำถ่ายภาพ ทุ่มสุดตัวถ่ายผีเสื้ออุทยานแห่งชาติปางสีดา


กลุ่มผีเสื้อบนดินโป่ง อุทยานแห่งชาติปางสีดา


พาเที่ยวชมปราสาทสด๊อกก๊อกธม ชื่อปราสาทนั้มีที่มาจากชื่อที่ชาวบุรีรัมย์เรียกพื้นที่บริเวณนี้ คำว่า "สด๊อก" หมายถึง สระ คำว่า "ก๊อก" หมายถึง ต้นกก และคำว่า "ธม" หมายถึง ใหญ่ คำว่า สด๊อกก๊อกธม จึงหมายถึงพื้นที่ ที่มีสระน้ำเต็มไปด้วยต้นกกนั้นเอง


ปราสาทสด๊อกก๊อกธม กำลังได้รับการบูระณจากทางกรมศิลป์

แล้วจุดสุดทางในเส้นทางนี้เราก็ขับรถกันไปถึงชายแดน บ้านคลองลึก หรือตลาดโรงเกลือ ช้อปปิ้งกันก่อนกลับบ้าน 

จบทริป ผจญภัยมันส์ๆ 3วันผ่านไป ได้ครบทุกรสชาติ ทั้งการผจญภัย ความรู้ในการยิงปืน เจอรูปนายร้อยในอดีตใส่กระโปร่ง ถ่ายรูปผีเสื้อ เที่ยวชมประวัติศาสตร์ แล้วก็ผ่อนคลายด้วยนวดแผนไทย ถือว่าทริปนี้ครบรสครับ 

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ 



 



ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,