ไปเที่ยวหมู่บ้านมอแกน อ่าวบอนใหญ่ หมู่เกาะสุรินทร์

นอกเหนือจากการดำน้ำดูความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเล เล่นน้ำ นอนชิลๆ ริมชายหาด แล้วหมู่บ้านมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางหนึ่งของการมาเที่ยวที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ในแพ็คเก็จเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์นั้น นอกจากดำน้ำแล้วก็จะรวมเอาการท่องเที่ยวหมู่บ้านมอแกนไว้ด้วย 



หากใครที่เคยไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ก่อนหน้าจะมีเหตุการณ์สึนามิ ก็คงทราบดีว่าสมัยนั้นหากเราจะไปเที่ยวชมที่หมฝุ่บ้านมอร์แกนนั้น มีอยู่ 2 ที่ คือที่ไทรเอน และอ่าวบอนเล็ก และสมัยก่อนนั้นเราก็มักจะไปเที่ยวกันที่ไทรเอนเพราะมันไม่ไกลมากนัก จากจุดทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุริทร์ที่พวกเราพักกัน แต่หลังจากเหตุการณ์สึนามิผ่านไป ชาวมอแกนทั้งสองที่ได้ย้ายมารวมกันอยู่ที่อ่าวบอนใหญ่เพียงทีเดียว (แต่เดิมเลยไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง)





เรือสปีทโบทและเรือหางยาวจะนำนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา มายังเกาะบอนใหญ่ ที่อยู่แห่งใหม่ของชาวมอร์แกน ชาวมอแกนที่อ่าวบอนใหญ่นี้ ทุกคนมีบัตรประชาชน และเป็นประชากรชาวไทยคนหนึ่ง ทุกคนบนเกาะได้รับนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จย่า ว่า "กล้าทะเล" เพียงได้ยินนามสกุลของชาวมอแกนที่นี่ ก็คงพอเดาออกแล้วว่าชาวมอแกนนั้นว่ายน้ำเก่งขนาดไหน ก็แหม ชาวมอแกนเค้าเป็นลูกน้ำเค็มอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เกิด 





เพราะงั้นจึงไม่แปลกเลยที่เรามักจะเห็นเด็กๆ ตัวเล็กๆ เล่นน้ำ ว่ายน้ำ  แบบไม่เกรงกลัวอะไร และเราแทบไม่เห็นมีผู้ใหญ่คอยมาเฝ้าดูด้วยซ้ำไป  เด็กๆ ที่นี่ เล่นน้ำกันสนุกสนานจนนักท่องเที่ยวแบบพวกเราก็อดไม่ได้ที่อยากจะไปเล่นด้วย หรือไปยืนเก็บภาพน่ารักๆ ของเด็กๆ มาไว้อัลบั้มภาพของพวกเรา

ที่สะดุดตาตั้งแต่ที่หน้าเกาะเลยเห็นจะเป็น "หล่อโบง" หรือเสาวิญญาณบรรพบุรุษที่เป็นไม้แกะสลักเป็นรูปชายหญิง นั่นแหล่ะค่ะ สีสันสดใสสะดุดตาสุดๆ ใครไปก็มักไปถ่ายรูปที่เสานี้ ดูๆ ไปแอบนึกถึงชาวอินคาขึ้นมาเลยทีเดียว หล่อโบง หรือเสาบรรพบุรุษของชาวมอแกนนี้ ในทุกๆ ปีจะมีงานฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ หรือที่ชาวมอแกนเรียกกันว่า "เหนียะอินหล่อโบง" ถือเป็นงานสำคัญของชาวมอแกนเลยละค่ะ 



ว่าด้วยเรื่องของเรือ หรือ"ก่าบาง" ของชาวมอแกนนั้นก็เป็นอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เพราะก่าบางของชาวมอร์แกนนั้นมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ท้องเรือเป็นรูปจะงอย เพื่อให้สามารถขึ้นไปบนเรือได้ง่าย แบบดั้งเดิมนั้นจะไม่ใช้ตะปูเลยซักตัวเดียว แต่จะใช้ไม้หมากผ่าแหลมๆ และเถาวัลล์เป็นตัวยึดเอาไว้ ส่วนรอบๆ เรือ ก็มีไม้ระกำช่วยพยุงให้เรือลอยตัวได้ดียิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันชาวมอแกนเปลี่ยนมาใช้เรือหางยาวแทนเพราะก่าบางนั้นมีวิธีทำที่ค่อนข้างยากใช้เวลาถึง 2-3 เดือน แต่หากเพื่อนๆ  ไปเที่ยวที่อ่าวบอนใหญ่ก็ยังคงพอมีให้เห็นที่ใช้งานจริงอยู่ลำนึง 





มาเที่ยวหมู่บ้านของชาวมอแกนทั้งที ก็ต้องขอเดินให้ทั่วหมู่บ้านกันหน่อย ชาวมอร์แกนสมัยนี้เค้าคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี การต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นเหมือนอีกหนึ่งอาชีพของชาวมอแกนไปซะแล้ว นอกจากเป็นแบบให้พวกเราได้ถ่ายภาพเก็บบันทึกความทรงจำแล้ว พวกเค้าก็ยังทำของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยวอีกด้วย   







ของที่ระลึกมีขายอยู่หลายจุดพอสมควร กระจายไปในหมู่บ้าน ขายกันใต้ถุนบ้านบ้าง หน้าเกาะบ้าง มีทั้งเรือจำลองขนาดเล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอร์แกนที่เรียกว่า "ก่าบาง" ซึ่งในปัจจุบันก็มีเรือจริงๆ ให้เห็นเพียงไม่กี่ลำแล้ว นอกจากก่าบางแล้วก็มีพวกผลิตภัณฑ์จากเตยทะเล สานเป็นกล่องใส่ของบ้าง แหวนบ้าง ที่คาดผมบ้าง ขายกันอัน 10-20 บาท เท่านั้น และสำหรับใครที่ชอบส่งโปสการ์ดละก็มีโปสการ์ดจากฝีมือเด็กๆ ชาวมอร์แกนขายด้วย อันละ 10 บาท  นักท่องเที่ยวมักซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกโดยเฉพาะก่าบางลำน้อยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก





เดินเล่นถ่ายภาพเดินคุยกับเด็กๆ ชาวมอแกน ดูบ้านเรือนที่ทำด้วยใบจากทั้งหลังคาและฝาบ้าน ยกพื้นสูงๆ เอาไว้นั่งพักยามกลางวันและช่วงกลางคืนที่น้ำท่วมก็จะไม่ถึงที่นอน เป็นแบบนี้เหมือนกันแทบทุกหลัง เดินไปเรื่อยๆ ไปจนถึงโรงเรียนซึ่งมีครูชาวมอแกนกำลังสอนเด็กๆ อยู่ เหมือนว่าใช้เวลาไปแป๊บเดียวเท่านั้นเองก็ถึงเวลาต้องลาเด็กๆ ชาวมอแกนไปซะแล้ว ไว้โอกาสหน้าคงได้มาเที่ยวที่หมู่บ้านมอแกน อ่าวบอนใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์นี้อีก  ก่อนกลับซื้อโปสการ์ดฝือมือวาดของเด็กน้อยตระกูลกล้าทะเล เอาไปส่งกลับกรุงเทพฯ กันซะหน่อยเป็นที่ระลึกถึงเด็กๆ ชาวมอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์แห่งนี้ 



แผนที่
จุด A แสดงที่ตั้ง หมู่บ้านมอแกน ในอช.หมู่เกาะสุรินทร์
GPS 9.404807, 97.862651

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น


ขอขอบคุณ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel