Coro Field(โคโร่ ฟิลด์) ฟาร์มผักน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น ที่สวนผึ้ง ราชบุรี

ถ้าใครไปเที่ยวสวนผึ้งในช่วงเวลานี้ สะดุดตาขอบอกเลยว่าควรต้องแวะที่นี่ Coro Field(โคโร่ ฟิลด์) ที่นี่เป็นทั้งฟาร์มและร้านอาหาร ซึ่งมีความมุ้งมิ้งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนที่ไหนในเมืองไทย เป็นเสมือนที่เที่ยวที่ใหม่ในเส้นทางสู่สวนผึ้งเลยก็ว่าได้ 



ถึงแม้เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นานนัก แต่ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาอยู่พอสมควร ด้วยป้ายใหญ่โตสะดุดตาอยู่บริเวณด้านหน้าฟาร์ม แต่หากใครได้ลองเดินเข้าไปด้านในฟาร์มแล้วละก็ เชื่อว่าจะพบกับความน่าสนใจยิ่งกว่าที่มองเห็นจากด้านหน้าฟาร์ม  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบที่เที่ยวแบบเรียบง่าย สบายตา แต่แฝงไปด้วยความน่ารัก มุ้งมิ้ง และมุมถ่ายภาพฮิปๆ มากมาย ที่สำคัญที่สุดคือที่นี่มีเมล่อนและมะเขือเทศที่อร่อยมากๆ 

คลิปวีดีโอ
พาเดินชม Coro Field(โคโร่ ฟิลด์) ฟาร์มผักน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น ที่สวนผึ้ง 

โคโร่ ฟิลด์(Coro Field) เป็นไลฟ์สไตล์ฟาร์มมิ่ง ที่นี่เป็นฟาร์มที่ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกให้เติบโตไว้ขายและกินแบบที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นฟาร์ม ที่เป็นการทำการเกษตรอีกรูปแบบหนึ่ง ที่นอกจากจะเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ปลูกแล้ว ก็ยังเพิ่มความน่ารัก มุ้งมิ้ง ด้วยไลฟ์สไตล์และความสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้งฟาร์มแห่งนี้ คุณพอทและคุณพีท สองพี่น้องตระกูลสถาวรมณี ที่เรียกตัวเองว่า Coro Brother  กับความตั้งใจที่จะพัฒนารูปแบบทางการเกษตรที่เราคุ้นตากันแบบเดิมๆ มาเป็นการนำสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์การเกษตร เป็นการเกษตรที่รวมเอาความสร้างสรรค์ที่ดึงดูดและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้พบเห็น ในรูปแบบใหม่ๆ ตามเทรนด์ของคนสมัยใหม่


ภาพ : สองพี่น้อง Coro Brother 

c
ภาพ : Coro Me 



ก่อนไปแอบคิดไว้ในใจ ว่าที่นี่ก็คงจะคล้ายๆ กับ ที่อื่นๆ  ในเมืองไทย ที่เคยไป ตามฟาร์มที่ขายสินค้าทางการเกษตรต่างๆ แต่ต้องยอมรับเลยว่า โคโร่ ฟิลด์(Coro Field)  น่ารัก มุ้งมุ้ง เกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้มากๆ  อาจจะด้วยหลายๆ องค์ประกอบของความรู้สึกที่สัมผัสได้  อย่างแรกคือความตั้งใจของผู้ก่อตั้งไลฟ์สไตล์ฟาร์มมิ่งแห่งนี้ สะดุดตาแอบเห็นความน่ารักและตั้งใจของทั้งสองพี่น้องอย่างชัดเจน เวลาเค้าบอกเล่าเรื่องราวของฟาร์มแห่งนี้ให้กับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามาฟัง มันดูภูมิใจเอามากๆ  ทำให้คนฟังก็รู้สึกดีไปด้วย   และผักผลไม้ที่ปลูกไว้ด้านในนั้นก็มีคุณภาพมากๆ เอาซะด้วย ทำเอาสะดุดตาประทับใจไปเลย โดยเฉพาะเมล่อนที่หวานเจี๊ยบ และมะเขือเทศพันธุ์จากฮอลแลนด์ที่เนื้อแน่นและรสชาติเข้มข้น 


ภาพ : ลูกเมล่อนที่ต้นใน Coro House


ภาพ : มะเขือเทศพันธุ์ฮอลแลนด์ 


ภาพ : มะเขือเทศสีแดงและสีส้ม 

เอาจริงๆ ถ้านึกถึง โคโร่ ฟิลด์ แล้ว สิ่งที่นึกถึงนอกจากความเป็นไลฟ์สไตล์ฟาร์มมิ่ง ที่น่ารัก มุ้งมิ้ง  มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง พร้อมกับมุมถ่ายรูปน่ารักๆ มากมายแล้ว  สิ่งที่สะดุดตาคิดว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ เลย ก็คือ เมล่อนและมะเขือเทศของที่นี่  ได้ชิมแล้วติดใจมากๆ เลยละ  ที่นี่เค้าปลูกเมล่อนเองละ เป็นเมล่อนสายพันธุ์สายพันธุ์ญี่ปุ่น แต่มีการนำมาเพาะพันธุ์ใหม่ จนได้สายพันธุ์เป็นของตัวเองและตั้งชื่อว่า "โทมิเมล่อน" เป็นเมล่อนที่เปลือกเป็นสีเหลืองทอง ส่วนเนื้อด้านในนั้นเป็นสีเขียว รสสัมผัส นุ่มนวล หวานสดชื่น และที่สำคัญคือกลิ่มหอมมากๆ ปลูกกันในฟาร์มแห่งนี้แหล่ะให้ได้แสดงไล ด้วยระบบการปลูกที่นำเข้ามาจากอิสราเอล เพื่อควบคุมอากาศและแมลง ด้วยการปลูกในกรีนเฮาส์ และยังใช้น้ำแร่ในการปลูกอีกด้วย  นอกจากเมล่อนหวานๆ แล้ว  มะเขือเทศสายพันธุ์ฮอลแลนด์ ก็ถูกนำมาปลูกที่นี่เช่นกัน  เจ้ามะเขือเทศ ลูกสีแดงๆ กลมๆ เนื้อแน่นๆ รสชาติโดดเด่นไปทางหวาน แบบนั้นนั่นแหล่ะ มีปลูกกันที่ฟาร์มแห่งนี้ด้วย  หรือใครชอบมะเขือเทศสีส้มๆ เหลืองๆ เนื้อแน่นๆ รสชาติค่อนไปทางเปรี้ยว ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์ฮอลแลนด์เช่นกัน ก็มีปลูกที่ฟาร์มนี้ด้วย   


ภาพ : โทมิเมล่อน ของ โคโร่ ฟิลด์ 


ภาพ  : Coro Market


ภาพ : สินค้าทางการเกษตรที่ชาวบ้านฝากมาวางขาย


ภาพ : มะเขือเทศสีเหลือง 






ถ้าไปเที่ยวที่ โคโร่ ฟิลด์(Coro Field) แล้ว มีอะไรให้ทำบ้าง? เชื่อว่า มีหลายคนคิดแบบที่สะดุดตาคิด ที่นี่ไม่ได้มีแค่ฟาร์มให้เดินเที่ยวชมและเลือกซื้อเมล่อนหรือมะเขือเทศกลับบ้าน ถ่ายรูปฟุ้งฟริ้ง เท่านั้น  จริงๆ ในบริเวณของโคโร่ฟิลด์นี้ แบ่งเป็นส่วนต่างๆ ไว้สำหรับรองรับความต้องการของแต่ละคน ซึ่งก็จะเป็นคอนเซ็ปแบบน่ารักๆ  ชิลๆ ฮิปๆ  ส่วนแรกเมื่อจอดรถและเดินเข้าไปเป็นห้องกระจกที่ออกแบบมาให้เปิดหลังคาได้ ส่วนนั้นคือ Coro Cafe'  และ Coro Market   ซึ่งจะเป็นโซนที่มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งส่วนมากใช้วัตถุดิบที่ปลูกในฟาร์ม และส่วนของมาร์เกตที่ขายเมล่อน มะเขือเทศ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล่อนและมะเขือเทศด้วย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีสินค้าทางการเกษตรบางชนิดที่ทางฟาร์มรับจากชาวบ้านในแถบนี้มาช่วยขายอีกด้วย ด้านในนี้เป็นห้องแอร์ ชุดโต๊ะและเก้าอี้ ถูกออกแบบและจัดเรียงแบบง่ายๆ ดูสบายๆ  ใครที่แวะมาที่นี่ ยังไม่รู้จะทำอะไรแนะนำให้นั่งชิลๆ สั่งเครื่องดื่มเมล่อนครีมชีส มาดื่มกัน เราว่าเมนูนี้ดีงามมากๆ  


ภาพ  :  ภายในโรงเรือนที่ปลูกเมล่อน


ภาพ : แปลงผัก 


ภาพ : ถั่วญี่ปุ่น 


ภาพ : กิจกรรมเก็บมะเขือเทศ 


ภาพ : ภายใน Coro Cafe'








ภาพ : เมล่อนครีมชีส


ภาพ : วิวด้านบน Coro Me

นอกจากแวะชิมและซื้อของแล้ว ก็มีกิจกรรมเก๋ๆ อย่าง Grow&Harvest ด้วย กิจกรรมนี้เราชอบมากๆ เลยล่ะ เป็นการปลูกผักและเก็บมะเขือเทศ  ในชุดผ้ากันเปื้อนเก๋ไก๋ มุ้งมิ้ง  ปลูกผักกันคนละต้น และเก็บมะเขือเทศใส่ในชะลอมน้อยๆ ใครชอบมะเขือเทศสีอะไรก็เลือกได้ตามสบาย เอาจริงๆ แล้ว กิจกรรมนี้ทำแค่เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นแหล่ะ  แต่เราก็ถ่ายรูปเล่นกันซะเป็นส่วนใหญ่ ก็แหม !! พร๊อพมันน่ารัก นี่หน่า  และสำหรับใครที่ชอบกระบองเพชร แคดตัส หรือพวกต้นไม้เล็กๆ น่ารัก บอนไซ หรือพวกสวนขวด ก็เดินไปท้ายสุดของฟาร์มในเฟสแรกกันเลยค่ะ มีมุมชิลๆ ฮิปๆ ให้นั่งเพ้อกันได้ Coro Me มุมนี้เป็นมุมสำหรับแสดงไลฟ์สไตล์ผ่านการออกแบบต้นไม้ต้นน้อยๆ ที่ถูกเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้แล้วจนครบ นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์น่ารัก เก๋ไก๋ จำหน่ายที่บริเวณนี้ด้วย  




ภาพ : ตกแต่งต้นไม้เป็นของตัวเอง


ภาพ : ภายใน Coro Me




ภาพ : กิจกรรมปลูกผัก









โคโร่ ฟิลด์(Coro Field)
ที่อยู่ : 117 ถนนราชบุรี - ผาปก ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี  70180
เบอร์โทรศัพท์ : 092-5694791
เวลาเปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.
ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าเข้าชม  
กิจกรรม Grow&Harvest  ราคา 180/คน 


 

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel