ปราสาทหินพนมรุ้ง เทวลัยบนภูเขาปราสาทแห่งผู้สร้างโลก

เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญ และรู้จักกันดีของคนไทย ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นอุทยานประวัตศาสตร์ ที่อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทกินพนมรุ้งนั้นเป็นหนึ่งใน 2ปราสาทหินศิลปะเขมรที่ถือได้ว่าเป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง อีกที่หนึ่งคือ ปราสาทพระวิหาร 



ถึงแม้ตัวประสาททั้งสองจะไม่ได้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเทียมฟ้า แต่ก็สูงกว่าปราสาทหินทั่วไปของเขมรที่สร้างกันในพื้นราบเป็นส่วนใหญ่ ปราสาทหินพนมรุ้งจึงมีความหมายที่สำคัญอย่างมาก ยิ่งน่าอัศจรรย์ขึ้นไปอีกเมื่อมีปรากฏการ พระอาทิตย์ขึ้นลอดช่องประตูทั้ง15 ช่อง 2ครั้งใน1ปี และ พระอาทิตย์ตกลอดช่องประตูทั้ง15 อีก 2 ครั้งใน1ปี 

โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ช่องชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน โดยจะมีการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปี ในวันที่ 2 - 4 เมษายน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมความงามของปรากฏการณ์นี้ด้วย



ปราสาทหินพนมรุ้งยังเป็นเทวสถานที่มีความสมบูรณ์และงดงามอย่างมากอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมไม่ควรพลาดที่จะไปชมความงามของทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์อันเลื่องชื่อ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน ว่าไปอยุ่ที่ต่างประเทสกว่าจะนำกลับมาให้คนไทยชื่นชมได้ก็นานหลายปี 

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ วิษณุอนันตศายินปัทมนาคิน เป็นภาพแกะสลักแสดงภาระกิตพระวิษณุเกี่ยวกับการกำเนิดของโลกและจักรวาล พระวิษณุประทับนิทราบนพระยานาคในเกษียรสมุทร (ทะเลน้ำนม) หลังจากที่โลกถูกทำลายลงเมื่อสิ้นกัลป์ พระลักษมีประทับอยู่ที่เบื้องพระบาท มีดอกบัวผุดขึ้นมาจากพระนาภี (สะดือ) ของพระนารายณ์มีพระพรหม ผู้สร้างโลกและสรรพชีวิตประทับอยู่


ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และ วามนาวตาร

และที่ด้านข้างทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ จะมี วามนาวตาร หรือ นารายณ์ตรีวิกรม อวตารพระวิษณุเพื่อปลดปล่อยโลกทั้งสามจากอำนาจของอสูรพลี พระวิษณุอวตารเป็นพราหม์ชื่อ วามน เข้าร่วมพิธีบูชายัญม้าของอสูรพลีและร่ายมนต์สะกดอสูรพลีไว้ อสูรพลีสัญญาจะให้ทุกสิ่งที่ต้องการพราหมณ์วามนได้ของแผ่นดินเพียงสามก้าวย่างและเนรมิตร่างกายจนใหญ่โต ก้าวย่างเพียงสามก้าวก็ได้อาณาเขตโลกทั้งสาม


ภาพ : ศิวนาฏราช

ส่วนด้านบนของ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์  จะมี ศิวนาฏราช คือ พระศิวะทรงฟ้อนรำเชื่อกันว่าการฟ้อนรำของพระองค์เป็นการสร้าการทำลายโบกไปพร้อมกันหากพระองค์ ฟ้อนรำด้วยท่วงทำนองที่พอดีโลกก็จะอยู่ด้วยความสงบสุข แต่หากทรงฟ้อนรำด้วยจังหวะที่ร้อนแรงก็จำทำให้โลกต้องพบกับภัยพิบัติถึงขั้นทำลายโลกให้พินาศลงได้ ในภาพนี้เป็นการฟ้อนรำบนเขาไกรลาส พระศิวะมีสิบกรฟ้อนรำอยู่บนแท่น เหล่าเทพที่แวดล้อมอยู่เบื้องหน้าประกอบด้วยพระกเณศ พระพรหม พระวิษณุ และหญิงหน้าตาดุร้ายทางเบื้องขวาน่าจะหมายถึงนางอุมา อีกคนหนึ่งน่าจะหมายถึง นางกาไลกา ลัมไมยาร์ สาวภผู้ภักดี

ด้านสถาปัตยกรรม ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ ออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง  สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู  ปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก 


บันไดนาคพาเราขึ้นสู่ยอดปราสาท ภาพนี้มองย้อนกลับไปเห็นทางที่เดินมา ไกลเหมือนกันนะ








ที่หน้าปราสาทมีสระบัวอยู่


ทางเข้าปราสาทชั้นใน


ทับหลังโยคีห้าตน เป็นภาพแกะสลักเกี่ยวกับพระศิวะ ในนิกายปศุปตะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิไศวนิกาย โยคีตนกลางน่าจะ หมายถึง พระศิวะอวตารมาเป็นนาคุลิสะ ผู้ก่อตั้งนิกายปศุปตะ และอาจหมายถึง ท่านนเรนทราทิตย์ ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้งด้วย โยคีส่วนที่เหลือคือศิษย์ทั้งสี่ในนิกายปศุปตะ


โคนนทิ พาหนะของพระศิวะ โคนนทิเป็นบุตรของพระกัศยปกับโคสุรภี พระศิวะเห็นโคสุรภีก็อยากจะได้เป็นบริวาร แต่รังเกียจว่าเป็นเพศเมีย พระกัศยปจึงอาสาผสมพันธุ์ กับโคสุรภี เกิดเป็นวัวเพศผู้ชื่อว่า "นนทิ" แล้วถวายเป็นบริวารของพระศิวะ ทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้า ประตูวิมานบนเขาไกรลาสด้านทิศจะวันออก คู่กับมหากาล และทำหน้าที่เป็นเทพพาหนะเมื่อพระศิวะเสด็จออกภายนอก





ความน่าสนใจอื่นๆ
• ปราสาทหินพนมรุ้งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2475 
• ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 
• ที่มาของชื่อ ปราสาทพนมรุ้งนั้นเป็นชื่อดั้งเดิมของตัวปราสาท คำว่า พนมรุ้งปรากฏอยู่ในศิลาจารึก ที่พบที่ปราสาทแห่งนี้ คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่
• ปราสาทแห่งนี้รู้จักกันครั้งแรกตามที่มีเอกสารที่มีการกล่าวถึงปราสาทพนมรุ้งเป็นครั้งแรกคือ บันทึก ของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ (Etienne Aymonier) ชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2428 ตีพิมพ์เป็นบทความใน พ.ศ. 2445


ปราสาทหินพนมรุ้งอยู่บนยอดเขาสูงมองลงไปเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม


ด้านหลังตัวปราสาท มีลานจอดรถ ห้องน้ำ และ ร้านค้าสวีสดิการ ขายน้ำและขนม ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง

เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 08.00 - 16.30 น.
ค่าเข้า ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท 
ที่ตั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์

การเดินทาง
สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทาง จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร
• เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

• เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

แผนที่ 
จุด B แสดงที่ตั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง 
จุด A คือ ปราสาทเมืองต่ำ

สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 044-782715, 0 44-78 2717 



จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel