บ้านวงศ์บุรี

บ้านวงศ์บุรี
บ้านวงศ์บุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450 โดยเจ้าพรหม(พลวงพงษ์พิบูลย์) และ เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) ช่างที่สร้างบ้านหลังนี้มาจากเมืองกวางตุ้งประเทศจีน และใช้ช่างไม้พื้นถิ่น เป็นบ้านไม้สักสองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ ฐานเป็นอิฐและซีเมนต์สูงจากพื้น 1 เมตร หลังคาสองชั้นมีช่องระบายลมระหว่างชั้นทั้งสอง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ เนื่องจากบ้านหันหน้าเข้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงมีลมพัดเย็นในฤดูร้อน

บ้านทรงปั้นหยา 2 ชั้น มีเพดานสูง หลังคาสูง จุดเด่นของอาคารนี้คือ ลวดลายไม้แกะสลักที่หน้าจั่ว ชายคา ระเบียง ช่องลม ชายน้ำ หน้าต่าง และประตู ที่ประตูด้านหน้าเป็นปูนปั้นรูปแพะ ซึ่งเป็นตัวแทนของหลวงพงษ์พิบูลย์และแม่ เจ้าสุนันทาซึ่งเกิดในปีแพะ ต่อมาได้มีการซ่อมแซม แต่ลวดลายแกะสลักยังคงเป็นของเดิม ภายในบ้านตกแต่งด้วยสิ่งของ เครื่องใช้เก่าแก่ของตระกูล ที่ถ่ายทอดกันมาหลาย ชั่วอายุ ได้แก่ เครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา เอกสารที่สำคัญ เช่น เอกสารการซื้อขายทาส



บ้านวงศ์บุรีได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี 2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง และตีพิมพ์ในหนังสือต่าง ๆ นอกจากนี้บ้านวงศ์บุรีได้จัดกิจกรรมเสริม คือการจัดขันโตกสำหรับชาวไทยและต่างประเทศที่มาเป็นคณะ โดยต้องติดต่อล่วงหน้า

จังหวัดแพร่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไม้สักทอง เพราะนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านเรามักรู้จัก ชื่อของเมืองแพร่ ในฐานะเป็นเมืองที่ มีการทำไม้สักมากที่สุดของประเทศ พื้นที่ต่าง ๆของจังหวัดแพร่ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เต็มไปด้วยไม้สัก ตั้งแต่ขุนขอดยอดดอยไปจนถึงลุ่มแม่น้ำยม แม่น้ำแม่งาว แม่สอง แม่หลาย ตลอดจนถึงแม่พวก แม่ป่านจนสุดเขตแคว้นแดนจังหวัด นับได้ว่าเป็นแผ่นดินแห่งไม้สักจริงๆ ย้อนหลังไปประมาณสัก 50 - 60 ปีเมื่อยังมีการทำไม้สัก เมื่อใครสามารถนำขอนไม้สักในป่าเมืองแพร่ ล่องแม่น้ำยมลงไปขายที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ได้ บรรดาพ่อค้าไม้ที่ไปรอรับซื้อไม้ เป็นได้แย่งกันซื้อก่อนไม้สักที่ล่องไป

คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 02คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 07คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 12
คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 24คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 19คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 23

จากการที่จังหวัดแพร่เป็นเมืองไม้สักดังกล่าว จึงเป็นที่สนใจของบริษัททำป่าไม้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะของบริษัท Bombay Burma & Trading Co.,Ltd ของชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับสัมปทานทำไม้จากรัฐบาลไทย ในบริเวณป่าแม่ยมตะวันตกทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีบริษัท East Asiatic & Co.,Ltd ซึ่งเป็นของชาวเดนมาร์ค ก็ได้รับสัมปทานทำไม้สัก ทางฝั่งแม่ยมตะวันออกอีกด้วย ปัจจุบันที่ทำการของบริษัท East Asiatic นั้นได้กลายเป็นโรงเรียนป่าไม้แพร่ เปิดทำการสอนวิชาว่าด้วยการป่าไม้ ตอนหลังได้โอนหลักสูตรให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไป

เมืองแพร่ก็เหมือนกับหัวเมืองต่าง ๆ ในเขตแคว้นแดนล้านนา สิทธิและอำนาจการปกครอง และการบริหารบ้านเมืองทั้งหมดตกอยู่กับเจ้าผู้ครอง นครแต่ผู้เดียว มีขุนนางระดับพญา หรือ แสนหลวง เป็นผู้กำกับดูแล โดยขึ้นตรงต่ออัครมหาเสนา ซึ่งมีบรรดาศักดิ์ในทำเนียบว่า พญาปื้น หรือ พญาจ่าแสนบดี ที่ว่าการของเสนาบดีนั้นเรียกว่า เค้าสนามหลวง พญาปื้นเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ขึ้นตรงต่อเจ้าหลวงหรือเจ้าครองนครแต่เพียงผู้เดียว การสืบสันติวงศ์ของเจ้าผู้ครองนครนั้น ให้เป็นไปตามสายเลือดลดหลั่นกันไปตาม อาวุโส คือรองจากเจ้าหลวงก็จะมี เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าบุรีรัตน์ เจ้าสุริยวงศ์ เจ้าราชภาคิวงศ์ เจ้าราชภาคินัย เจ้าราชดนัย เจ้าราชสัมพันธ์วงศ์และเจ้าราชบุตร

คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 29คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 26คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 35
คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 32คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 33คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 50

ปัจจุบันเมืองแพร่แม้ว่า จะไม่ได้เป็นเมืองที่การท่องเที่ยวคึกคักมากนัก แต่ด้วยเป็นเมืองที่มีธรรมชาติขุนเขาป่าไม้เขียวขจี เมื่อรวมกับศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ ที่คนเมืองแพร่ยึดถือปฏิบัติจนกลายเป็น เอกลักษณ์เฉพาะแบบแล้วจึงเป็นสิ่งดึงดูด ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน เมืองแห่งนี้มักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ในเมืองแพร่ ยังมีศิลปกรรมแบบกึ่งคลาสสิคที่สร้างเมื่อราวร้อย กว่านี่เองก็คือ "บ้านวงศ์บุรี" เป็นบ้านของเจ้าพรหมสุนันตา วงศ์บุรี (หลวงพงษ์พิบูลย์) ผู้สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองแพร่ บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2440 โดยช่างชาวจีนมาจากมณฑลกวางตุ้ง เป็นบ้านแบบยุโรปประยุกต์หลังคาสูงทรงปันหยา 2 ชั้น มีลวดลายเถาไม้แกะสลักประดับตัวบ้าน เช่นที่หน้าจั่ว ช่องลม ชายน้ำ ประตู หน้าต่างเป็นต้น ภายในบ้านตกแต่งด้วยสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ของตระกูล ที่ตกทอดสืบต่อมาหลาย ชั่วอายุ



บ้านวงศ์บุรีเป็นบ้านไม้ขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีลวดลายไม้แกะสลักเป็นส่วนประกอบ ลวดลายส่วนใหญ่เป็นลายเครือเถาว์ที่เรียกว่า ทรงขนมปังขิง ซึ่งได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 บ้านวงศ์บุรีหลังนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 3 ปี ในสมัยของแม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย และเป็นพี่สาวของพระยาบุรีรัตน์ ภายในบ้านมีการจัดแสดงให้ชมสิ่งของเครื่องใช้ในอดีต เช่น เตียงนอน ตู้ โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องเงินต่าง ๆ ถ้วยชาม คนโท กำปั่นเหล็ก แหย่งช้าง อาวุธโบราณ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนและสุโขทัย รวมถึงเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น สัญญาบัตรที่ได้รับการโปรดเกล้าฯจากรัชกาลที่ 5 เอกสารการซื้อขายทาสอายุกว่า 100 ปี เอกสารการสัมปทานป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้าง วัว เป็นต้น


คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 38คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 42คุ้มวงศ์บุรี ภาพที่ 49


ภาพ : เอกสารซื้อขายทาส ของบ้านวงศ์บุรี



ความโดดเด่นของบ้านวงศ์บุรี ที่สวยงามด้วยศิลปกรรมและมีอายุเก่าแก่ ทำให้บ้านหลังนี้ได้รับรางวัล บ้านอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2536 จากสมาคมสถาปนิคสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมทั้งยังมีการเผยแพร่บ้านวงศ์บุรีในหนังสือต่าง ๆ จำนวนมาก อาทิ หนังสือบ้านมรดกไทย ,อนุสาร อ.ส.ท.ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2535 ,นิตยสารลลนา ,ผู้หญิง, แพรว

เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.30 - 17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียน นักศึกษาตามจิตศรัทธา

การเดินทาง
บ้านวงศ์บุรี ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนคำลือ (ถนนหลังจวนผู้ว่า สี่แยกพระนอนเหนือ ใกล้กับวัดพงษ์สุนันท์ ) อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นบ้านของเจ้าพรหม(หลวงพงษ์พิบูลย์) ผู้สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองแพร่ และ เจ้าสุนันทา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2440




สถานที่ตั้ง: 

ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนคำลือ (ถนนหลังจวนผู้ว่า สี่แยกพระนอนเหนือ ใกล้กับวัดพงษ์สุนันท์ ) อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::18.143790533478395,100.13652920722961 |zoom=17 |center=18.143751536188315,100.1367437839508 |width=400px |height=400px |control=Large |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel