พระราชวังสนามจันทร์ งามโรแมนติก

พระราชวังสนามจันทร์ งามโรแมนติก
พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระองค์สวรรคต พระราชวังสนามจันทร์ใช้เป็นที่ทำการของส่วนราชการต่าง ๆ ของจังหวัดนครปฐม รวมทั้ง เป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบัน พระราชวังสนามจันทร์อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง

พระราชวังสนามจันทร์มีประวัติเก่าแก่มาแต่โบราณกาล เพราะสถานที่ที่สร้างพระราชวังสนามจันทร์นี้คือ สถานที่ที่สมัยโบราณเรียกว่า " เนินปราสาท" เคยเป็นที่ตั้งของ วังโบราณ และยังมีสระน้ำที่อยู่ด้านหน้าและปัจจุบันก็ยังอยู่คือ " สระน้ำจันทร์" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพระราชวังสนามจันทร์

พระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกางที่ ๖ อยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๑ กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ๘๘๘ ไร่ ๓ งาน ๔ ตารางวา

พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า เนินปราสาท เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต

พระราชวังใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี โดยมี หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลป์) ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรม ศิลปประสิทธิ์ เป็นแม่งาน และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2450 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า "พระราชวังสนามจันทร์" ตามชื่อสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) สระน้ำจันทร์ หรือ สระบัว


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชพินัยกรรมแสดงพระราชประสงค์ยกพระราชวังสนามจันทร์ให้เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยทหารบก โดยมีใจความว่า" บรรดาที่ดินตึกรามทั้งใหญ่ น้อย ที่รวมอยู่ในเขตซึ่งเรียกว่า "พระราชวังสนามจันทร์" เป็นสมบัติส่วนตัวของข้าพเจ้าโดยแท้ไม่ได้รับมฤดกมาจากสมเด็จพระบรมชนกนารถมิได้ ข้าพเจ้าได้เก็บทุนในตำแหน่งหน้าที่พระยุพราชและทุนอื่น ๆ สร้างที่สนามจันทร์ และสร้างพระที่นั่งซึ่งเรียกว่า พระพิมานประฐม นั้นขึ้นก่อน ต่อมาเมื่อข้าพเจ้าได้ราชสมบัติแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เอาเงินพระคลังข้างที่ทำนุบำรุงที่นี้ตลอดมาเป็นส่วนตัวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะเอาที่พระราชวังสนามจันทร์ไปรวมเข้ากับกองมฤดกใหญ่นั้นหาควรไม่ ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ตามกฎหมายเหมือนสามัญชน ที่จะยกที่นี้ให้แก่ผู้ใดก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อสิ้นตัวข้าพเจ้าไปแล้ว ข้าพเจ้าขอยกที่นี้ให้แก่รัฐบาลสยามเป็นสิทธิขาด เพื่อทำเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารบก"

ในปัจจุบัน พระราชวังสนามจันทร์อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง โดยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2546 คณะกรรมการอำนวยการบูรณะพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งมีสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นองค์ประธาน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นายนาวิน ขันธหิรัญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ลิขิต กาญจนาภรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายคืนพระราชวังสนามจันทร์แก่สำนักพระราชวัง

ในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์ มีพระที่นั่ง พระตำหนักต่าง ๆ ที่โปรดให้สร้างขึ้น และพระราชทานนามไว้คล้องจองกันดังนี้ 

พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 22พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 16พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 38
พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 40พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 53พระราชวังสนามจันทร์ ภาพที่ 51

พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นพระที่นั่งองค์แรก สร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น แบบตะวันตก แต่ได้ดัดแปลงแบบให้เหมาะสมกับเมืองร้อน มีช่องระบายลมและระเบียงลูกกรงโดยรอบฉลุสลักลวดลายอย่างประณีตงดงาม พระที่นั่งชั้นบนประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ซึ่งยังมีป้ายชื่อปรากฎอยู่ คือ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม ห้องภูษา ห้องเสวย และห้องพระเจ้า (หรือห้องตัดผม) ซึ่งมีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาและเป็นที่ประดิษฐานเศวตฉัตร มีบานไม้แกะสลักเป็นรูปพานพุ่มเทพพนม และมีจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือของพระยาอนุศาสน์จิตรกร พระที่นั่งองค์นี้เป็นศาลากลางจังหวัด นานหลายสิบปี

พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี คือพระที่นั่งหลังย่อมอยู่ติดต่อกับพระที่นั่งพิมานปฐมทางด้านทิศใต้ มีลักษณะเป็นตึกสองชั้นรูปตัวแอล เคยเป็นสำนักงานของอัยการจังหวัดนครปฐม

พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งองค์นี้สร้างขึ้นทีหลัง สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นพระที่นั้งทรงไทยสองชั้น หลังคามีลักษณะเป็น ๒ ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบทำนองเดียวกับหลังคาพระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง มีคันทวย ช่อฟ้า ใบระกา นาคสดุ้ง และหางหงส์งดงามมาก ทางทิศใต้มีมุขเด็ดแกะสลักเป็นเข็มวชิราวุธอยู่ภายในวงรัศมีเปลวเพลิง มีลายกนกลงรักปิดทอง พื้นประดับกระจกสีน้ำเงิน ล้อมรอบระหว่างเสาหน้ามุข มีสาหร่ายรวงผึ้งห้อยลงมา หน้าบันทิศตะวันออกเป็นรูปช้างเอราวัณ มีสัปคัปลายทองตามแบบช้างทรงของกษัตราธิราช ข้างในสัปคัปช้างเป็นเข็มวชิราวุธ หน้าบันด้านตะวันตกเหมือนหน้าบันด้านมุขเด็ด



พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ (สา มัค คี มุข ขะ มาตย์) เป็นพระที่นั่งโถงใหญ่ เชื่อมต่อกับพระที่นั่งวัชรีรมยา หลังคาเชื่อมติดต่อกัน เครื่องประดับตกแต่งเหมือนกัน หน้าบันทิศเหนือเป็นรูปจำหลักท้าวอมรินทราธิราชประทานพร ประทับอยู่ในพิมานสามยอด ท้องพระโรงพระที่นั่งยกสูง ๑ เมตร ตรงกลางยกพื้นรอบ อีก ๓ ด้านลดชั้นต่ำลงมา ๕๐ เซนติมตร และมีอัฒจันทร์สองข้าง มีประตูติดต่อกับพระที่นั่งวัชรีรมยา

พระที่นั่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดใช้เป็นที่ออกงานสันนิบาต ใช้เพื่อเสด็จออกขุนนางเพื่อปรึกษาข้อราชการ เป็นที่ฝึกอบรมเสือป่า และใช้เป็นที่แสดงโขนละครต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะบรรจุคนได้มาก ชาวบ้านเรียกติดปากกันว่า "โรงโขน"

เทวาลัยคเณศร์ เป็นที่ประดิษฐานพระคเณศหรือพระพิฆเศวร เทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง เป็นเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ และเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งมวล เทวาลัยคเณศร์ตั้งอยู่ที่สนามหน้าพระที่นั่ง ผู้คนไปไหว้กราบนำช้างไปถวายแก้บนกันไว้มากมาย

ศาลาธรรมเทศน์โอฬาร เป็นศาลาแสดงธรรม โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประชุมและอบรมเสือป่า และยังมีปราสาทศรีวิชัย ที่โปรด ฯ เกล้าให้สร้างขึ้นแต่ยังไม่ทันได้สร้างขึ้นก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน

พระที่นั่งปาฎิหารย์ทัศไนย เป็นพระที่นั่งองค์เล็ก ตั้งอยู่บนชานชั้นบนระหว่าง พระที่นั่งพิมานปฐม กับพระที่นั่งวัชรีรมยา ใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรองค์พระปฐมเจดีย์ และทรงทอดพระเนตรเห็นปาฎิหารย์ขององค์พระปฐมเจดีย์ แต่ในปัจจุบันตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๐ เมื่อรัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคตแล้วกระทรวงวัง ได้ให้รื้อไปปลูกไว้บนชานชลาพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ ได้มีการสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ ประทับนั่งที่ริมสนามด้านทิศเหนือ อยู่ไม่ไกลกันนักกับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์

กลุ่มพระตำหนัก

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เป็นสถาปัตยกรรมลักษณะแบบผสมผสานระหว่างอิทธิพลของปราสาทแบบเรอเนซองส์ ของฝรั่งเศสกับแบบอังกฤษ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามใหญ่ ด้านหน้าของพระตำหนักองค์นี้มี อนุสาวรีย์ "ย่าเหล" พระตำหนักชาลี ฯ มี ๒ ชั้น ทาสีไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง ชั้นบนมี ๒ ห้อง ทั้งชั้นบนและชั้นล่างมีระเบียงโดยรอบทั้ง ๓ ด้าน



ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดประทับที่พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์เป็่นประจำ ทรงประกอบพระราชกรณีกิจเช่น ให้ราชฑูตต่างประเทศเข้าเฝ้า และบางครั้งประทับทอดพระเนตรฟุตบอลระหว่างกรมเสือป่าม้าหลวงกับกรมเสือป่าพรานหลวง ณ สนามหน้าพระตำหนัก

พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ ก่อนที่จะบรรยายลักษณะของพระตำหนักแห่งนี้ขอเล่าถึงที่มาของชื่อพระตำหนัก ชาลีมงคลอาสน์ และชื่อของพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ให้ทราบไว้ด้วย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเอกศิลปินรักในวรรณกรรมและการละคร ซึ่งได้ทรงนิพนธ์ไว้เป็นจำนวนมาก พระองค์รักผูกพันกับสุนัขตัวโปรดที่แสนรู้คือ ย่าเหล เมื่อย่าเหลถูกคนร้ายยิงตาย จึงสร้างอนุสาวรีย์ให้และพระราชทานชื่อตำหนักชาลีมงคลอาสน์ว่า "ตำหนักเหล" ต่อมาเปลี่ยนเป็นชาลีมงคลอาสน์ เพราะได้นิพนธ์เรื่อง "มิตรแท้" ซึ่งเป็นบทละครที่แปลจากเรื่อง MY FRIEND JARLET ซึ่งประพันธ์โดย A. GOLS WDRTHY และ E.B. NARMAN ทรงประทับใจในบุคคลิกของตัวเอกของเรื่องนี้คือ JARLET หรือชาลี ซึ่งเป็นผู้เสียสละชีวิตเพื่อเพื่อน และลูกสาวที่ชื่อ มารี ได้นิพนธ์บทละครนี้ขึ้น และจัดแสดงละครนี้ถึงสามครั้ง สองครั้งแรกน่าจะแสดงก่อนที่จะขึ้นครองราชสมบัติ และก่อนที่จะเลี้ยงย่าเหล เพราะครั้งแรกแสดงที่ริมทะเลสาปเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งที่สองแสดงที่กรุงเซ็นปิเตอร์สเบิกร์ก ประเทศรัสเซีย และครั้งที่ ๓ ที่พระราชวังสนามจันทร์และทรงร่วมแสดงด้วยทั้งสามครั้ง
  • ชื่อตัวเอกคือ ชาลี จึงกลายมาเป็นชื่อ ชาลีมงคลอาสน์ 
  • ชื่อลูกสาวมาลี จึงมาเป็นชื่อ พระตำหนักมารีราชรัตนบัลลังก์ 


พระตำหนักมารีราชรัตนบัลลังก์
เป็นพระตำหนักไม้สองชั้นแบบตะวันตก มีเสาไม้กลม และสลักเป็นแบบนีโอ - คลาสสิก ทาสีแดง สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ มีสะพานเชื่อมจากชั้นบนของพระตำหนักทั้งสองข้ามคูน้ำทำให้งดงามยิ่ง สะพานดังกล่าวยังมีหลังคา ติดหน้าต่างกระจกทั้งสองด้านตลอดแนวความยาวของสะพาน พระตำหนักนี้เป็นที่พำนักของพระยาอนิรุทธเทวา หัวหน้ามหาดเล็กห้องพระบรรทม

พระตำหนักทับแก้ว เป็นตึกสองชั้นขนาดกระทัดรัด อยู่เชิงสะพานสุนทรถวาย ภายในทับมีเตาผิงและหลังคา มีปล่องไฟตามแบบตะวันตก เหนือเตาผิงมีภาพฝีพระหัตถ์ สีถ่าน รูปพระบาทสมเด็จพระจุมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทับแก้วเป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่า กองร้อยเสนาน้อยราบเบารักษาพระองค์ ในเวลาที่มีการซ้อมรบเสือป่า

พระตำหนักทับขวัญ เป็นหมู่เรือนไทย มีชานแล่นเชื่อมถึงกัน เป็นเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบ สร้างคู่กับพระตำหนักทับแก้ว ประกอบด้วยกลุ่มเรือน ๘ หลัง หลังใหญ่ ๔ หลัง หันหน้าเข้าหากันทั้ง ๔ ทิศ หอนอน ๒ หอ เรือนโถง และเรือนครัวกับหลังเล็ก ๔ หลัง อยู่ที่มุมทั้ง ๔ มุม 



ตัวเรือนทุกหลังรวมทั้งพื้นนอกชานทำด้วยไม้สัก เข้าไม้ตามแบบฉบับของไทยโบราณ ในระหว่างมีการซ้อมรบเสือป่า ทับขวัญเป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่า กองร้อยเสนาน้อยราบหนักรักษาพระองค์

ในพระราชวังสนามจันทร์ นอกจากจะมีพระที่นั่งและพระตำหนักแล้วยังมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเรือนพักของข้าราชบริพาร ได้แก่

  • เรือนพระยานนทิการ เดิมเป็นบ้านของเจ้าพระยาธรรมาธิกรทาธิบดี 
  • เรือนพระธเนศวร บูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ 
  • เรือนทับเจริญ เดิมเป็นที่พักของเจ้าพระยารามราฆพ อธิบดีกรมมหาดเล็ก ปัจจุบันหลังจากที่มีการบูรณะแล้วเป็นที่ตั้งของ สถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก เรือนหลังนี้สร้างขึ้นปลายรัชกาลแล้ว คือเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ เป็นอาคารไม้ทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องว่าว ชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูง ภายในแบ่งออกเป็น ๑๐ ห้อง ตรงกลางเป็นห้องโถงใหญ่ ทางขึ้นอยู่ด้านหน้า 
  • สถาบันนี้แสดงผลงานทางด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัด ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ 
  • มีห้องจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในแถบตะวันตก เช่น มอญ ลาวครั่ง ลาวโซ่ง ละว้า กวย ลาวเวียง 
  • มีห้องแสดงหุ่นกระบอกไทย ส่วนใต้ถุนมีเครื่องมือกสิกรรมที่ใช้กันในภาคตะวันตก จัดแสดงไว้ให้ชมเช่น ไถ คราด เรือ เครื่องสีข้าว 

ย่าเหล เป็นชื่อสุนัขตัวโปรดที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นพิเศษ เป็นสุนัขพันทาง ขนยาวปุกปุย สีขาว สลับน้ำตาล ทรงเสด็จไปพบเมื่อคราวเสด็จไปตรวจเรือนจำ จังหวัดนครปฐม ทรงพอพระทัยในความเฉลียวฉลาดของสุนัข จึงมีรับสั่งขอจากรองอำมาตย์เอกพระพุทธเกษตรานุรักษ์ แล้วทรงนำไปเลี่ยงไว้ในราชสำนัก พระราชทานชื่อ "ย่าเหล" ซึ่งน่าจะมาจากชื่อ "JARLET" ในหนังสือเรื่อง MY FRIEND JALLET ซึ่งพระองค์ทรงโปรดและได้นิพนธ์เป็นบทละคร ทรงถือว่าย่าเหลเป็นเพื่อน เพราะย่าเหลฉลาด แสนรู้ และจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุให้มีผู้อิจฉาริษยาสุนัข และถูกยิงด้วยปืนจนตาย ได้มีผู้พบศพย่าเหลอยู่ข้างกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

  

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอาลัยรักในย่าเหลมากและจัดพิธีศพให้ โลงศพ (น่าจะเป็นชั้นนอก) ยังเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภันณ์วัดพระปฐมเจดีย์ และได้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลไว้ที่ด้านหน้าของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ด้วยโลหะรมดำ ตั้งบนแท่นสูง และยังทรงบทกลอนไว้อาลัยด้วย

พระราชวังสนามจันทร์ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. โปรดแต่งกายสุภาพ เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมถึงเวลา 15.30 น.

อัตราค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 30 บาท
เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ 50 บาท




การเดินทาง
ตั้งอยู่ในตัวเมือง ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร

โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 ถึง จ.นครปฐม แยกขวาเข้า พระราชวัง

โดยสารสาธารณะ
- จากสายใต้ใหม่ นั่งรถปรับอากาศไปดำเนินสะดวกชั้น 2 (ป2) (สาย 78 รถน้ำเงินคาดส้ม) ซึ่งเป็นรถที่วิ่งผ่าน

พระราชวังสนามจันทร์ลงแยกสนามจันทร์ ค่ารถ 36 บาทครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง - อีกวิธีขึ้นรถตู้ไปทับ แก้ว(ม.ศิลปากร สนามจันทร์)จากปิ่นเกล้า คิวรถตู้จอดอยู่ในซอยข้างศาลพระพรหมณ์ตรงใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เดินเข้าไปในซอย ข้ามสะพานข้ามคลอง มองไปด้านซ้ายมือจะมีคิวรถตู้ ค่ารถ 40 บาท บอกคนขับว่าลงแยก สนามจันทร์และ จากแยกสนามจันทร์ก็ข้ามฝากไป ม.ศิลปากร เดินตรงเข้าถนนราชมรรคาใน สัก 200 เมตร ก็ถึงจุดขายตั๋วเข้าชม

ขากลับขึ้นรถดำเนินป.2(สาย78) ได้ที่แยกสนามจันทร์กลับเข้ากทมได้เลย(ไม่ต้องข้ามถนน) หรือเดินขึ้นไป อีกนิด ไปทางด้านประตูใหญ่ ม.ศิลปากร คิวรถตู้ไปปิ่นเกล้าจอดอยู่ตรงก่อนถึงป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย ศิลปากร นอกจาก นั้นยังมีอีกคิวไปอนุสาวรีชัย-หมอชิด อยู่ฝั่งตรงข้าม มหาวิทยาลัย




ภาพที่เกี่ยวข้อง: 
ติดต่อ: 

พระราชวังสนามจันทร์ โทรศัพท์ 0 3424 4236-9

สถานที่ตั้ง: 

อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::13.819682014906695,100.04549503326416 |zoom=16 |center=13.818890225744301,100.04592418670654 |width=400px |height=400px |control=Large |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel