วัดมิ่งเมือง และเสาหลักเมืองน่าน

วัดมิ่งเมือง และเสาหลักเมืองน่าน
วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็น เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัดใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน


เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 21เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 20เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 25เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 36


ภาพ : ภายในอุโบสถวัดมิ่งเมือง

เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 41เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 39เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 35เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 32

จารึกการสร้างอุโบสถล้านนาวัดมิ่งเมือง
สาธุเจ้าท่านพระครูสิริธรรมภาณี (เสน่ห์ ฐานสิริ) เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง รองเจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เป็นองค์ประธานสร้างอุโบสถหลังนี้ โดยได้รื้อถอนอุโบสถหลังเก่า และสร้างหลังใหม่นี้ขึ้นในที่เดิม ประกอบ พิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ.2529 (ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 เหนือ) เวลา 13.19 น. โดยมีท่านพีรพล จันทร์สว่าง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน เป็นประธานวางศิลาฤกษ์

อุโบสถนี้ออกแบบสร้างตามจินตนาการของท่านเจ้าอาวาส การก่อสร้างตัวอาคารฝีมือสล่า (ช่าง) พื้นบ้านเมืองน่าน ลวดลายปฏิมกรรม ปูนปั้น โดย สล่าเสาร์แก้ว เลาดี (สกุลช่างเชียงแสนโบราณ) ภาพวาดจิตรกรรมฝาพนังในอุโบสถ เป็นภาพตำนานประวัติเมืองน่าน โดยคุณสุรเดช กาละเสน (จิตรกรพรสวรรค์พื้นบ้านเมืองน่าน)

พระประธานในอุโบสถเป็นองค์เดิมคู่มากับวัด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 เแพาะงานปฏิมากรรมปูนปั้นใช้เวลาปั้นประมาณ 5 ปี และสร้าเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2540 (ใช้เวลาสร้าง 12 ปี) ประกอบพิธีฝังลูกนิมิตผูกพันธสีมาเมื่อ พ.ศ.2519 และฉลองสมโภชถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จหระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี เมื่อ พ.ศ. 2540

อุโบสถล้านนาหลังนี้ สิ้นค่าสร้างประมาณ 18,000,000 บาท

ลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูลช่าง เชียงแสน มีความวิจิตรงดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่าง ท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน เสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลัก เป็นรูป พรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 02เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 10เสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมือง ภาพที่ 13

เสาหลักเมืองน่าน
ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า “เสามิ่งเมือง” เดิมเป็น ไม้สักทองขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๓ ฟุต สูง ประมาณ ๓ เมตร ลักษณะเป็นเสาทรงกลมส่วนหัวเสาเกลาเป็น ดอกบัวตูมฝังไว้กับพื้นที่ดินโดยตรง ไม่มีศาลหรืออาคารครอบ แต่อย่างใด สันนิษฐานว่าอาจจะสร้างขึ้นในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน เหตุเพราะแต่ก่อนมานั้นเมืองน่านไม่มีคติ การสร้างเสาหลักเมือง



ประวัติ เสาหลักเมืองน่าน และศาลหลักเมืองน่าน

เสาหลักเมืองน่าน สร้างขึ้นโดย สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าครองนครน่าน องค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาหลักเมือง ณ วัดมิ่งเมือง แห่งนี้ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2333 เดิมมีลักษณะเป้นเสาไม้สักทองขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตร สูงประมาณ 3 เมตร ทรงกลม หัวเสาเกลาเป็นรูปดอกบัวตูม ตัวเสาฝังลงกับดินโดยตรงไม่มีศาลครอบ

ในปี พ.ศ.2506 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ กระแสน้ำในแม่น้ำน่าน ได้ไหลบ่าทะลักเข้าท่วมถึงตัวเสาหลักเมือง ทำให้เสาหลักเมืองโค่นล้มลง เพราะรากเสาผุกร่อนมาก เนื่องจาก ฝังกับพื้นดินมานานกว่าร้อยปี ต่อมาทางวัดมิ่งเมือง พร้อมด้วยคณะศรัทธาชาวบ้านมิ่งเมือง ได้ร่วมกันก่อเสาหลักเมืองน่านจำลอง ด้วยอิฐถือปูนขึ้นในสถานที่เดิม

ถึงปีพุทธศักราช 2514 ดร.สุกิจ จุลละนันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน คนที่ 27 ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวน่านทั้งปวง ร่วมกันสร้างเสาหลักเมืองน่าน และสร้างศาลไทยจัตุรมุขครอบเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ โดยได้นำเอาเสาหลักเมืองน่านต้นเดิมที่โค่นล้มลงนั้น มาเกลาแต่งใหม่และสลักหัวเสาเป็นพรหมสี่หน้า



สถานที่ตั้ง: 

วัดมิ่งเมือง อ.เมืองน่าน จ.น่าน

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::18.774924000640787,100.76921135187149 |zoom=18 |center=18.77481768065251,100.76934814453125 |width=400px |height=400px |control=Large |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel