ศาลารอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ศาลารอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
รอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย ณ บนดอยโหยด ศาลารอยพระบาท ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย เกิดขึ้นในสมัยที่เราทำสงครามกับคอมมิวนิสต์ ในช่วงปี พ.ศ. 2525 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารหาญ 

บนดอยโหยดแห่งนี้ ยังเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงรายที่สวยงาม นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานรอยพระบาท และอาคารทรงงานเฉลิมพระเกียรติที่สง่างาม และสมพระเกียรติแล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้สนใจทั่วไป ได้เข้ามาเยี่ยมชม และศึกษาประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งที่กองพันทหารราบที่ 473 ได้นำกำลังทหารเข้าปฏิบัติการพื้นที่ดอยยาว - ดอยผาหม่น อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ตามแผนการต่อสู้ และสามารถกำชัยชนะเหนือพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ 

ปัจจุบันนี้รอยพระบาทบนปูนปลาสเตอร์นั้น ได้ถูกนำมาเก็บไว้ที่ศาลารอยพระบาท ณ ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย



ประวัติความเป็นมาของรอยพระบาทในหลวง

ปี พ.ศ.2497 เริ่มสถานการณ์การก่อการร้ายในจังหวัดเชียงราย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน เป็นชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จ.เชียงราย ,ชายแดน จ.พะเยา ในปัจจุบัน หลังจากได้ปลุกระดมชาวไทยภูเขาบางพื้นที่ประสบผลสำเร็จ

ปี พ.ศ. 2497 เริ่มสถานการณ์การก่อการร้ายในจังหวัดเชียงราย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน เป็นชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จ.เชียงราย ,ชายแดน จ.พะเยา ในปัจจุบัน หลังจากได้ปลุกระดมชาวไทยภูเขาบางพื้นที่ประสบผลสำเร็จ

ปี พ.ศ.2507 ได้คัดเลือกแนวร่วมบางส่วนเพื่อส่งไปอบรมวิชาการเมืองและการทหารรุ่นแรกที่ เมืองฮัวมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม เพื่อกลับมาเตรียมปฏิบัติงานในพื้นที่ไว้รอรับสมาชิก พคท. ซึ่งได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย  ปี พ.ศ. 2509 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการชี้นำ ด้านการเมืองและการทหาร เมื่อสามารถขยายผลงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พคท.จึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรก ที่บ้านน้ำปาน ตำบลนาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จว.น่าน เมื่อ วันที่ 26 ก.พ.2510 ซึ่งถือว่าเป็นวัน "เสียงปืนแตก" ของ พคท.ในเขตภาคเหนือ ต่อจากนั้นได้มีการต่อสู้เรื่อยมา โดยในวันที่ 10 พ.ค.2510 ได้มีการต่อสู้กับหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล ที่บ้านห้วยชมภู  ต.ยางฮอม  อ.เทิง  จ.เชียงราย (เป็นครั้งแรกในเขตพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น)

เมื่อ ปี พ.ศ. 2521 พคท. สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง 9 แห่ง และฐานที่มั่นที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ "ฐานที่มั่นดอยยาว-ดอยผาหม่น" จ.เชียงราย พคท.ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการจังหวัดเชียงราย" แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 เขตงาน คือ เขตงาน 52  , เขตงาน 9  , เขตงาน 7  และ เขตงาน 8

สำหรับพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น เป็นพื้นที่ควบคุมของ เขตงาน 8 ในเขต อ.เทิง และ  อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.ขุนตาล ในปัจจุบันด้วย กองกำลังติดอาวุธของ พคท.ในขณะนั้นมีประมาณ 600 คน   มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่ชาวเขาเผ่าม้ง ประมาณ 2,300 คน ความเคลื่อนไหวที่สำคัญ  คือ ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการสร้างทาง และ การพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง  การสู้รบ  ณ  สมรภูมิแห่งนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น ยุทธการอิทธิพลชัย (วีรกรรมดอยม่อนเคอ) , ยุทธการขุนน้ำโป่ง และยุทธการเกรียงไกร (วีรกรรม ณ เนิน 1188 ดอยพญาพิภักดิ์) 

โดยใช้กำลังทหารในพื้นที่ จว.เชียงราย  เข้าปฏิบัติการกวาดล้าง และปราบปราม พคท. ตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 3 และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 จนถึงปี พ.ศ.2525 จึงสามารถกำชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือ พคท.

เมื่อ ปี พ.ศ. 2524  กองพันทหารราบที่ 473  ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์  ทองมิตร เป็นผู้บังคับหน่วย (ตำแหน่ง ปกติ  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17) ได้นำกำลังทหารเข้าปฏิบัติการพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น  ตามแผนการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ จนเกิดยุทธการยึด เนิน 1188 บนดอยพญาพิภักดิ์  ได้

เมื่อ วันที่ 27 ก.พ.2525  ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์จอมทัพไทย , สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ , สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ได้เสด็จฯ เพื่อเยี่ยมเยือนทหารหาญและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการ ดอยพญาพิภักดิ์ บนดอยยาว เขต อ.เทิง จว.เชียงราย (ปัจจุบันเป็นเขต  อ.ขุนตาล) และในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ประทับรอยพระบาทของพระองค์ ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารกล้าทั้งปวง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบัน รอยพระบาท ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ ณ ศาลารอยพระบาท บริเวณด้านหน้า กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพลคู่กับอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ และให้สาธารณชน เยาวชนคนรุ่นปัจจุบัน รวมถึงนักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสืบต่อไป และ ปัจจุบันได้มีการสร้างศาลาเพื่อประดิษฐาน รอยพระบาท ไว้บนดอยโหยด ค่ายเม็งรายมหาราชเสร็จเรียบร้อยแล้ว


ศาลารอยพระบาท


ภาพยในศาลารอยพระบาท


ภาพ : รอยพระบาทในหลวง ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี


การเดินทาง
ค่ายเม็งรายมหาราช อยู่บนถนนหน้าค่าย ทางไปหาดเชียงรายและไร่แม่ฟ้าหลวง ขับผ่านสนามกอล์ฟ เข้าไปจะเห็นป้าย ขับขึ้นเขาไปนิดเดียวเท่านั้น เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะรอยพระบาท ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 - 16.30 น. โปรดแต่งกายสุภาพ 




ภาพที่เกี่ยวข้อง: 
ติดต่อ: 

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 โทรศัพท์ 0 537 1205 หรือ จังหวัดทหารบกเชียงราย โทรศัพท์ 0 5371 1202

สถานที่ตั้ง: 

ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย 57000

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::19.91270698437522,99.80870318414418 |zoom=17 |center=19.912755404317988,99.80942845344543 |width=400px |height=650px |control=Micro |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel