เที่ยวเมืองวิเศษฯ ตลาด 100 ปี ศาลเจ้าโรงทอง

เที่ยวเมืองวิเศษฯ ตลาด 100 ปี ศาลเจ้าโรงทอง
พาเที่ยวเมืองวิเศษฯ มันไม่ใช่มีแต่ในนิยาย แต่อยู่ที่อ่างทอง ตลาดศาลเจ้าโรงทอง ไปกินขนม-อาหารอร่อย ชมสถาปัตยกรรม อาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2550 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังสะดุดตาด้วย เรือข้ามฝากที่ใช้พลังงานน้ำของก๋งเล็ก ที่ใช้งานมากว่า 20 ปี และ บ้านทรงนิมิต ขนมไทยที่ตบแต่งภายในบ้านได้อย่างตื่นตาตื่นใจมาก

ชุมชนตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เติบโตตามลำแม่น้ำน้อย ถูกจับจองทำการค้า โดยชุมชนชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ ปลูกสร้างอาคารเรือนแถวปลูกชิดติดกัน  ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นตลาดขึ้น  ชุมชนเริ่มมีการเติบโตเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เป็นองค์ ประกอบทางภูมิทัศน์  มีความสำคัญเหมาะสมกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชนชาวจีนมีมาร้อยกว่าปี



เลือกซื้อ ขนมไทย ทองโบราณ วัตถุโบราณ ดูบ้านโบราณตึกไม้ พ่อค้าคหบดีดั้งเดิม ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป ศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดวาอาราม และโบราณสถานต่าง ๆ โดยหลังเกิดอัคคีภัย จังหวัดอ่างทอง มอบให้ วิศวกร สถาปนิคร่วมออกแบบ วางผังตลาดใหม่ให้สวยงาม และก่อสร้างบ้านเรือน ตลาดศาลเจ้าโรงทอง แบบคงอนุรักษ์รูปทรงวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน ชาวตลาดโบราณไว้ และ ปี 2550 ก็ได้รับพระราชทานรางวัล “อนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2550 ” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บ้านที่อยากแนะนำให้เข้าชม คือ บ้านขนมไทย “ทรงนิมิต” เจ้าของอนุญาติให้เยี่ยมชมได้ เป็นบ้านที่เจ้าของบ้านตบแต่งไว้อยู่เองด้วย แม้การตบแต่งจะดูหรูหร่าอย่างมาก แต่ก็อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้ ...เป็นไปได้ขออนุญาติก่อนนะครับ ก็ที่ร้านนั้นแหละครับ ด้านล่างเขาขายขนมไทย


ภาพ : ร้านขนม ทรงนิมิต




ตลาดศาลเจ้าโรงทองมี ประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับร้อยปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ครั้งที่จังหวัดอ่างทองถูกเรียกขานว่าเป็นแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองที่เป็นทั้งสนามรบ ทางเดินทัพและแหล่งเสบียงอาหาร อดีตเป็นเมืองหน้าด่าน ซึ่งบรรพบุรุษเคยต่อสู้พลีชีพบนผืนดินแห่งนี้ ตั้งแต่ปู่ดอก ปู่ทองแก้ว และวีรบุรุษบางระจัน ได้รวบรวมไพร่พลต่อสู้กับอริราชปกป้องธานี ก่อนถอยร่นไปตั้งที่มั่น ณ ค่ายบางระจัน

ตามคำบอกเล่าและอ้างอิงประวัติศาสตร์กล่าวว่า เดิมตลาดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “บ้านไผ่จำศีล” แขวงเมืองวิเศษชัยชาญมาก่อน ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” ช่วงปี 2420 ตรงกับปีฉลู คณะอั้งยี่โดยนายสิ่งอะ แซ่ฉั่ว หัวหน้าคณะและชาวจีนอพยพที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ก่อสร้างศาลเจ้าไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นสถานที่สักการะภายในชุมชน โดยนำต้นรงค์ทองล่องชาดมาสร้างด้วยศิลปะสวยงาม ต่อมากรมการเมืองได้มาตรวจ เยี่ยมและพบเห็นผู้คนจำนวนมาก สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้า จึงเรียกขานชุมชนแห่งนี้ใหม่ว่า “ศาลเจ้าโรงทอง”


ภาพ: บ้านเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เข้าชมได้แต่ห้ามเดินเข้าไปเกรงว่าบ้านจะชำรุด ระวังด้วยนะครับ

ภายหลังสิ้นสุดการสู้รบ ชาวบ้านเห็นว่าทำเลที่ตั้งชุมชนไม่เหมาะสม จึงมีการย้ายที่ตั้งเมืองใหม่ จากริมแม่น้ำน้อยมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กระทั่ง รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาเป็นจังหวัดอ่างทองในปัจจุบัน  ในสมัยในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นรุ่งเรืองมาก ยังเป็นศูนย์กลางการค้าขายของจังหวัดอ่างทอง เนื่องจากเป็นท่าเรือ และทางผ่านของการคมนาคมทางน้ำ ผู้คนใช้ขึ้น - ล่อง ไปมาระหว่างภาคเหนือและกรุงเทพฯ

ส่วนตลาดศาลเจ้าโรงทอง ริมฝั่งแม่น้ำน้อย ก็คงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งตัวอาคารบ้านเรือนทรงเก่า โบราณสถานและโบราณวัตถุ ตลอดจนวิถีที่สืบต่อกันมาของชุมชนดั้งเดิมแห่งนี้ คือเสน่ห์ที่ยังคงเหลือของวันวาน โดยเฉพาะตลาดเก่า ศูนย์กลางธุรกิจการค้าแต่เก่าก่อน ภายในแบ่งเป็นตลาดเหนือ ตลาดกลาง และตลาดใต้ ยังคงมีร้านค้าบางแห่งซึ่งตั้งอยู่ภายใน เปิดดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา เครื่องจักสาน ร้านขนนไทยโบราณ ฯลฯ

ตลาด ศาลเจ้าโรงทอง ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อปี 2548 ตลาดเกือบทั้งหมดถูกเพลิงเผาผลาญไป ทำให้วัฒนธรรมเก่าๆ เกือบสูญสิ้นไปทั้งหมด แต่ด้วยความเข้มแข็ง และความรักที่มีต่อถิ่นเกิดของชาวตลาดศาลเจ้าโรงทอง จึงรวมตัวกัน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆ โดยแสดงออกถึงความเจริญทางวัฒนธรรมดั้งเดิม ของชาวตลาดศาลเจ้าโรงทองให้คงไว้




ภาพ: บรรยากาศโดยรวม ของที่ระลึก ของตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ในปัจจุบันสภาพอาคารภายในตลาดเป็นอาคารไม้โบราณ ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะงานไม้มากมาย วัตถุโบราณ และของตกแต่งที่สั่งสมกันมาเป็นเวลายาวนาน ด้วยเหตุนี้ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จึงได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดอ่างทอง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ภายใต้ในชื่อ “ตลาด 100 ปี ศาลเจ้าโรงทอง” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของตลาดศาลเจ้าโรงทอง และเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว ของจังหวัดอ่างทอง ให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มมากยิ่งขึ้น
    

สิ่งสะดุดตาที่ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง



ศาลเจ้าพ่อกวนอู
...ศาลเจ้าพ่อกวนอู ถูกสร้างขึ้นจากแรงศรัทราของชุมชนชาวจีน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเพื่อเคารพกราบ ไหว้ในงานเทศกาลต่างๆ รวมทั้งได้ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาเรื่อยมาให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง...ในปี พุทธศักราช 2547 คณะกรรมการและชาวตลาดศาลเจ้าโรงทอง ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอาคารศาลเจ้าพ่อ กวนอูใหม่ทั้งหมด เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่จำเป็น ควบคู่วิถีชีวิตของชุมชนมาแต่ดั้งเดิม และได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปีพุทธศักราช 2550 ...การก่อสร้างศาลเจ้าพ่อกวนอู องค์เจ้าพ่อกวนอู เสาที่ กง เต็ง และการจัดภูมิทัศน์วัฒนธรรมบริเวณศาลเจ้าพ่อกวนอู ประสบผลสำเร็จได้นั้น เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ และความศรัทราจากทุกฝ่ายที่ผนึกกำลังช่วยกัน สร้างสรรค์งานสำคัญนี้ไว้เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นสัญลักษณ์ของตลาดศาลเจ้า โรงทอง

ศาลจ้าแม่แก่นจันทน์ ศาลเจ้าพ่อเล้ง (เจ้าพ่อโรงกระเบื้อง) และศาลเจ้าตี่จู๋เอี๊ย..มหัศจรรย์หลังควันไฟ หลังเพลิงเผาผลาญตลาดนานกว่า 5 ชั่วโมง

ตำนานที่น่าสนใจ ... อากง อาม่าสั่งไว้ว่า “ถ้าลูกหลานย้ายไปหาที่ทำกินที่ไหน ให้นำห่อดินของตลาดศาลเจ้าโรงทองไปด้วย จะได้มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า”





ภาพ: ก๋งเล็ก (แม้น จันทร์เจริญ) กับเรือจำลองที่ถอดแบบมาจากชีวิตในสายน้ำของก๋งเล็กเอง 


ภาพ : เรือพลัังงานน้ำ สะดุดตาที่สุด ฝีมือสร้างโดยก๋งเล็ก
เรือข้ามฟากพลังงานน้ำ
ความคงอยู่ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น...พบกับเรือข้ามฟากพลังงานน้ำของก๋งเล็ก ที่ใช้งานมากว่า 20 ปี เมื่อข้ามฝั่งไปนักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมดู เรือโมเดลจำลอง ที่อีกฝั่งซึ่งเรือพลังงานน้ำ ลำที่เราข้ามฝั่งมาก็เป็นฝีมือเดียวกันกับ เรือจำลองที่เราเห็นอยู่ตรงนี้ ด้วยความรักในการต่อเรือ ของก๋งเล็ก (แม้น จันทร์เจริญ) จึงทำไว้ให้ชมกันฟรีๆ  สะดุดตาจริงๆครับ
 

ขนมและอาหารน่าสนใจ ...ตลาดศาลเจ้าโรงทองกาแฟโบราณ ขนมกล้วยรังผึ้ง กล้วยปิ้ง ขนมครก กุยช่ายทอด ข้าวเหนียวมูน กระหรี่พั๊ฟ ปลาริวกิวปิ้ง ขนมเกสรลำเจียก ขนมจุ๊ก้วย บะจ่างข้าวเหนียวดำ ข้าวต้มห่อ ขนมหวานไทยๆ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนเผือก สัมปันนี ลูกชุบ หมี่กรอบ ขนมกง ขนมไข่ปลา ขนมสามเกลอ ก๋วยเตี๋ยวฟืน ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวใส้เนื้อ ข้าวห่อใบบัว ยำเตี๋ยวบก (วันหยุดดูจะคึกคักกว่าวันธรรมดา และไม่ควรไปเย็นนักเดี๋ยวตลาดวาย)



การเดินทาง
รถโดยสารประจำทาง
สาย 951 เส้นทางกรุงเทพฯ (หมอชิต) - วิเศษชัยชาญ - สุพรรณบุรี (สถานีขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี)

รถตู้ปรับอากาศ
1. เส้นทางกรุงเทพฯ (ข้างโลตัสปิ่นเกล้าฯ) - วิเศษชัยชาญ โทร. 035 - 622879, 086 - 6143840
2. เส้นทางกรุงเทพฯ (หน้าร้านกุ้งหลวงปิ่นเกล้าฯ) - วิเศษชัยชาญ โทร. 035 - 631479, 02 - 8848869
3. เส้นทางกรุงเทพฯ (สาย 951 / ขนส่งหมอชิต) - วิเศษชัยชาญ - สุพรรณบุรี (สถานีขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี) โทร. 089 - 8944738, 089 - 4960765

รถยนต์ส่วนตัว
1. ใช้เส้นทางสายพหลโยธิน (32) จากกรุงเทพฯ แยกเข้าเส้นทางสายเอเซีย ผ่านอยุธยา - อ่างทอง - วิเศษชัยชาญ รวมระยะทาง 118 กิโลเมตร
2. ใช้เส้นทาง 340 (กรุงเทพฯ - สุพรรณบุรี - ชัยนาท) ผ่านสุพรรณบุรีเลี้ยวขวาไปอำเภอวิเศษชัยชาญ รวมระยะทาง 163 กิโลเมตร


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.sanjaorongthong.go.th


สถานที่ตั้ง: 

อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::14.594734694632608,100.35463035106659 |zoom=17 |center=14.59458933760322,100.35491466522217 |width=600px |height=400px |control=Large |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel