กรมพัฒนาชุมชน พาเที่ยว 3 หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP ภาคใต้

ทริปนี้ทีมงานสะดุดตามีโอกาสร่วมเดินทางท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP ในเส้นทางภาคใต้ "ล่องคลองสู่ท้องอันดามัน" ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งทางกรมพัฒนาชุมชนได้คัดเลือกสุดยอดเส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว  ซึี่งมีทั้งหมด 15 เส้นทาง 15 จังหวัด ในทุกภาคของประเทศ โดยในทริปภาคใต้นี้ประกอบไปด้วย จังหวัดกระบี่ พังงาและภูเก็ต 



สำหรับทั้ง 3 จังหวัด กระบี่ พังงาและภูเก็ตนั้นเป็นที่รู้จักและนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปอยู่แล้วกับการเที่ยวทะเล ดำน้ำดูปะการัง แต่สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวที่สะดุดตาจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักในทริปนี้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ  แปลกใหม่จากภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดนี้ เป็นการเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงาม รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาชุมชน และความน่ารัก อัธยาศรัยไมตรีของคนในพื้นที่ ซึ่ง 3 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวที่สะดุดตาจะแนะนำ คือ บ้านถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ ,บ้านโคกไคร จังหวัดพังงา และบ้านบางโรง จังหวัดภูเก็ต

เริ่มกันที่หมู่บ้านแรกคือ "บ้านถ้ำเสือ" ต.ถ้ำเสือใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่  หมู่บ้านเก่าแก่หมู่บ้านหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต ชื่อเรียกหมู่บ้านนั้นเนื่องด้วยในอดีตมีเสือชุกชุม ตั้งอยู่ตอนเหนือของกระบี่ ติดทะเลอันดามัน มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีแนวรอยเลื่อนมะรุ่ยพาดผ่าน ทำให้มีแหล่งน้ำร้อนซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจในพื้นที่นี้ สะดุดตาจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบ้านถ้ำเสือไว้เป็นข้อมูลสำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนจะไปเที่ยวภูเก็ตและกำลังมองหาที่เที่ยวอื่นๆ นอกเหนือไปจากการดำน้ำและดูปะการัง 

ถ้ำคลัง เป็นอีกถ้ำที่น่าสนใจ ใครที่ชื่นชอบการเที่ยวถ้ำ ชมหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาเป็นจำนวนมาก ภายในมีหินควอทซ์ ลักษณะเหมือนหลอดกาแฟนับพันแท่ง และหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาอื่นๆ อีกมากมาย การเข้าไปเที่ยวในถ้ำควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของชุมชนเพื่อนำทาง ภายในถ้ำไม่มีไฟต้องใช้ไฟฉาย ซึ่งทางชุมชนได้จัดเตรียมเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว

ภาพ : ภายในถ้ำคลัง

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี   ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีสภาพป่าที่หลากหลายให้ได้พบเห็นทั้งป่าพรุ(ป่าที่มีน้ำขัง) ป่าชายหาด ป่าชายเลน ป่าดงดิบ แน่นอนว่าด้วยความหลากหลายของสภาพป่า ทำให้ที่นี่มีพันธุ์ไม้ที่หลากหลายด้วยเช่นกัน  นอกจากนั้นแล้วภายในอุทยานฯ ยังมีย้ำตกธารโบกขรณี ซึ่งในช่วงที่ฝนไม่ตก น้ำจะมีสีเขียวใส 


ภาพ : อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ในวันที่ฝนตกน้ำสีขุ่น หากฝนไม่ตกน้ำจะใสเป็นสีเขียวเลยทีเดียว

ถ้ำผีหัวโต เป็นถ้ำที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมพายเรือคายัคและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมนั่งเรือหัวโทง ไปชมภาพเขียนสีก่อนสมัยประวัติศาสตร์ เขียนเป็นลายเส้นและแต้มสีตกแต่งลวดลายด้วยสีแดง สีดำ สีเหลือง สีน้ำตาล มีทั้งภาพคน ภาพสัตว์ และภาพเรขาคณิต  มีหลายตำรากล่าวถึงถ้ำนี้บ้างก็ว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในอดีต แต่บางตำราก็บอกว่าอาจจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ไม่ได้อู่อาศัยเนื่องจากไม่พบหลักฐานเป็นเครื่องมือเครื่องใช้อย่างอื่นในถ้ำแต่กลับพบในถ้ำอื่นๆ ใกล้เคียงแทนซึ่งในถ้ำนั้นไม่มีภาพเขียนสี  ในถ้ำนอกจากภาพเขียนสีแล้วก็ยังมีหินรูปร่างต่างๆ ให้จินตนาการกันไปอีกด้วย ทั้งหินรูปหัวกระโหลก หินรูปปากฉลาม 

ภาพ : นักท่องเที่ยวกำลังเที่ยวชมถ้ำผีหัวโต

สปาโคลนร้อน โคลนร้อนอยู่ระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ที่เกิดจากรอยเลื่อนมะรุ่ย ที่ส่งความร้อนตามรอยแยกของเปลือกโลก ส่งผ่านมายังเลนและหาดของคลองปันแดน  นักท่องเที่ยวนิยมมาพอกโคลนร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุกัน

วัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำ มีถ้ำธรรมชาติมากมาย เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำลูกธนู วัดถ้ำเสือถูกล้อมรอบไปด้วยเขาและต้นไม้มากมาย นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งโบราณคดีอีกด้วย เนื่องจากมีการขุดพบ เครื่องมือ เศษภาชนะดินเผา รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม  อีกทั้งยังมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ได้รอบทิศ 

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือ : นายนันทพงศ์ นาคฤทธิ์ เลาขาเครื่อข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่  เบอร์โทร 098-8675031

สำหรับหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวหมู่บ้านที่สองที่จะแนะนำให้รู้จักนั้นคือ "หมู่บ้านโคกไคร" ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา กับหมู่บ้านที่เป็นแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีการส่งออกพันธุ์หอนางรมไปเลี้ยงยังพื้นที่อื่นๆ และส่งขายหอยนางรมไปยังร้านอาหารต่างๆ ทั่วภูเก็ต  แน่นอนว่าหากใครไปที่ที่หมู่บ้านนี้จะได้กินหอยนางรมสดๆ จากทะเลเลยทีเดียว นอกจากหอยนางรมแล้วที่นี่ก็ยัมมีสินค้า OTOP อื่นๆ ให้ได้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก เช่น กะปิตำมือ กุ้งย่างตราทรัพย์สมุทร กุนเชียงปลา  ประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้นับถือศาสนาอิสลาม  ซึ่งมีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดเรื่องการดื่มสุรา หากเพื่อนๆ ไปเที่ยวยังหมู่บ้านนี้หรือหมู่บ้านอื่นๆ ที่มีพี่น้องชาวมุลลิมก็ไม่ควรนำสุราเข้าไปในพื้นที่ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของบ้านโคกไคร ได้แก่ 


ภาพ : ฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยนางรมที่บ้านโคกไคร


ภาพ : หอยนางรมสดๆ ที่บ้านโคกไคร

หาดทรายร้อน  หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่าหาดน้ำร้อน ในช่วงที่น้ำทะเลลดระดับในบริเวณดังกล่าวจะกลายเป็นน้ำทะเลร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน ซึ่งเกิดจากรอยแยกของเปลือกโลกจากรอยเลื่อนมะรุ่ย   ซึ่งทั้งหาดทรายร้อนและโคลนร้อนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการและสัมผัสความน่าสนใจนี้เพียงแค่เดือนละ 6 วันเท่านั้น ในช่วงแรมหรือขึ้น 3-5 ค่ำ  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำลงนั่นเอง หากมาตอนช่วงเช้าๆ จะได้เห็นหมอกควันสีขาวลอยอยู่เหนือหาดทราย การไปเที่ยวยังหาดทรายร้อนต้องนั่งเรือเข้าไปซึ่งระหว่างทางจะผ่านป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ตอลดทาง และฟาร์มหอยนางรมของชาวบ้าน  การเข้าไปเที่ยวที่หาดทรายร้อนแห่งนี้จึงควรติดต่อกับผู้ประสานงานของทางหมู่บ้านก่อน 


ภาพ : ควันสีขาวๆ ในภาพนั่นเกิดจากหาดทรายที่ร้อน


ภาพ : วิถีชีวิตชาวประมงบ้านโคกไคร 

ปูมดแดงที่หาดตั้งเลน  หรือเขาตั้งเลน เป็นหาดทรายขาวที่จะพบเห็นได้เฉพาะช่วงที่น้ำลดเท่านั้น ซึ่งบริเวณนี้นักท่องเที่ยวนิยมไปดูปูมดแดงนับหมื่นๆ ตัว ซึ่งการเข้าไปดูปมดแดงนั้นจะต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย ต้องเป็นช่วงที่น้ำลดและมีแดดออกด้วย ซึ่งในจะเห็นได้ไม่กี่วันในหนึ่งเดือน นักท่องเที่ยวทั่วไปที่จะเข้าไปชมปูมดแดงควรติดต่อเจ้าหน้าที่ประสานงานการท่องเที่ยวของหมู่บ้านก่อนเพื่อตรวจสอบระดับน้ำอีกทั้งยังต้องเช่าเรือของชาวบ้านเข้าไปชมด้วย

ดอนหอยตลับ หรือหอยปากหนาที่ชาวบ้านเรียกกัน ด้วยอาชีพเลี้ยงหอยตลับเป็นอาชีพที่คนบ้านโคกไครทำกันมานาน ที่ดอนหอยตลับที่ชาวบ้านใช้ในการเลี้ยงหอยจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่สนใจการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงสามารถมาสัมผัสได้ ด้วยการลงมือเก็บหอยตลับได้ด้วยตัวเอง เป็นอีกกิจกรรมน่าสนใจของบ้านโคกไครแห่งนี้

 สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวบ้านโคกไคร : นายสมพร สาระกาน ประสานงานหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวบ้านโคกไคร เบอร์โทร 087-8860465 
E-mail : somporn_kct@hotmail.com

และหมู่บ้านสุดท้ายที่สะดุดตาจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักคือ "บ้านบางโรง" ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  เชื่อว่าหลายๆ คนที่มาเที่ยวภูเก็ตคงเคยเห็นแต่ภาพทะเลอันดามันสวยๆ ดำน้ำดูปะการัง ปลาทะเลสีสันสวยงาม นักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่จะได้เห็นภาพของป่าชายเลนของจังหวัดภูเก็ต ที่บ้านบางโรงนี้มีป่าโกงกางที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดภูเก็ตเลยก็ว่าได้เพราะมีพื้นที่กว่า 3000 ไร่ การมาเที่ยวที่บ้านบางโรงนี้จึงเน้นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อย่างการพายคายัคเที่ยวชมป่าโกงกางและชมวิถีชีวิตชาวบ้านบางโรงกับการประกอบอาชีพประมง เพาะเลี้ยงปลาในกระชัง และนอกจากนั้นก็มีการผลิตสินค้าที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ อย่างการเพ้นท์ลายผ้าปาเต๊ะ ผ้านุ่งที่ชาวบ้านสวมใส่กัน ไว้ขายนักท่องเที่ยว บ้sานบางโรงเป็นหมู่บ้านที่มีทั้งชาวพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันโดยส่วนใหญ่ประมาณ 75% เป็นชางมุสลิม การมาเที่ยวยังบ้านบางโรงจึงไม่ควรนำสุราเข้ามาในพื้นที่ซึ่งจะผิดต่อหลักศาสนาอิสลาม  


ภาพ : นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ นั่งเรือคายัตชมป่าโกงกางที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดภูเก็ตที่บ้านบางโรง


ภาพ : ป่าโกงกางบ้านบางโรง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นอกจากป่าโกงกางและวิถีชาวบ้านแล้ว ที่บ้านบางโรงยังมีน้ำตกบางแปที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ตลอดระยะทางไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรสู่น้ำตกบางแปจะมีต้นไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะปาล์มหลังขาวซึ่งเป็นการค้นพบปาล์มพันธุ์ใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขึ้นบริเวณริมรำธาร  เดินลัดเลาะทางชันของเขาไปเรื่อยๆ จะพบกับน้ำตกบางแป น้ำตกสายเล็กๆ ไหลลงในช่องหินสู่ธารน้ำซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยในพื้นที่และชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกัน  นอกจากนั้นในพื้นที่เดียวกันนี้ยังเป็นสถานอนุบาลชะนีเจ็บป่วยก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ป่า กับโครงการคืนชะนีสู่ป่าอีกด้วย 


ธารน้ำที่ไหลจากน้ำตกบางแป จ.ภูเก็ต


ภาพ : ชะนี ในโครงการคืนชะนีสู่ป่าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว จ.ภูเก็ต

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวบ้านบางโรง : นายเสบ เกิดทรัพย์ ประธานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านบางโรง เบอร์โทร 087-8981775 


คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel