นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบ ชมเมืองตรัง

พาเที่ยวตรัง ด้วยรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ รถที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองตรัง ในประเทศไทยมีแค่ที่อยุธยาและตรังเท่านั้น แต่ล่ะคันอายุน่าจะประมาณ 40-60 ปีได้ล่ะ เริ่มจากสถานีรถไฟตรัง แล้วพาไปชมเมืองตรัง ไปศาลเจ้า ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย จากนั้นไปชมโบสถ์คริสเก่าแก่อายุเกือยร้อยปี ที่คริสตจักรตรัง ต่อด้วยไปชม อาคารสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส และไปหาหมูย่างเมืองตรัง ซื้อเป็นของฝากกันที่ ตลาดสดเทศบาลจังหวัดตรัง

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 02นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 04นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 01

เริ่มที่สถานีรถไฟตรัง

เราเดินทางมาที่ตัวเมืองตรังกันตั้งแต่เช้า เพื่อมาขึ้นเจ้ารถตุ๊กตุ๊กหัวกบ รถโบราณอายุเก่าแก่พอๆกับคนขับเลยล่ะ หรืออาจจะมากกว่าซะด้วยซ้ำ จำได้ว่ารถโบราณรุ่นนี้ เมื่อในอดีตเป็นรถนำเข้่าจากญี่ปุ่น (ประมาณ 50ปีมาแล้ว) ของบริษัท ไดฮัทสุ ซึ่งผลิตรถรุ่นนี้มาขายเฉพาะที่เมืองไทยเท่านั้น เราจึงเป็นประเทศเดียวที่มีรถรุ่นนี้ใช่มาจนทุกวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ที่ จังหวัดอยุธยา และที่จังหวัดตรังนี้แหละที่ยังใช่กันอยู่ และเป็นรถรับจ้างที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดตรังไปแล้ว ที่ใครมาเที่ยวก็มักจะหาโอกาสนั่งชมเมือง ดื่มดำ่บรรยากาศเก่าๆในเมืองตรังด้วยรถตุ๊กตุ๊กหัวกบนี้แหละ

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 05นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 03นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 06

ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย
นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 08เป็นจุดแรกที่เรามาแวะชม ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย เป็นศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งในภาคใต้ และเป็นศาลเจ้าแห่งแรกของจังหวัดตรังเก่าแก่ที่สุด ถ้าพูดถึงเรื่องการกินเจ หรือถือศิลกินผักแล้ว ศาลเจ้านี้ถือว่าคงไว้ซึ่งประเพณี และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประะเทศ มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด แม้คนภูเก็ตเองเมื่อในอดีตก็ต้องเดินทางมากินเจกันที่นี่ มีการลงทะเบียนเพื่อกินเจ และมากินอาหารเจที่นี่ได้ตลอด9วัน ซึ่งทุกวันที่คุณมากินตามประเพณี จะมีเสมียนอารักคอยเขียนชื่อคุณเป็นภาษาจีนลงในใบฏีกาสีเหลือง พอตกกลางคืนเขาก็จะเอามาอ่านที่หน้าศาลเพื่อส่ง คืนหนึ่ง5,000 รายชื่อ ดังนั้นรายชื่อจะยาวมากๆ แต่เขาก็จะอ่านกันทุกวัน เขียนทุกวัน ทรงทุกวัน สุดท้ายก็ส่งฏีกาเหล่านี้ให้พระยานาคราช ด้วยการลอยเรือไปที่แม่น้ำตรังในวันสุดท้ายของการกินเจ เพื่อลอยไปสู่มหาสมุทรอินเดีย เป็นการสิ้นสุดการกินเจ นี้คือประเพณีถือศีลกินผัก ที่ชาวตรังทำกันมาอย่างเคร่งครัด

สิ่งสะดุดตาอย่างหนึ่งคือ มีกระถางธูปเก่าที่เป็นไม้แกะสลัก อย่างสวยงามมากเป็นสมบัติที่มีค่ามากของศาลเจ้า

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 07และมีสเหรี่ยงไม้เก่าแก่ฝีมือปราณีตมากๆ อายุประมาณ 50ปี  ซึ่งทุกปีในช่วงเทศกาลกินเจ ขึ้น6ค่ำของเทศกาลกินเจจะมีการอันเชิญเทพองค์หนึ่งในเก้า ประทับเสหรี่ยงเพื่อออกโปรดสาธุชน ขบวนแห่แต่งชุดขาวกันหมด มากันมากมาย ซึ่งชาวตรังอยากให้ขบวนนี้ผ่านชายคาบ้านตัวเองกันทั้งนั้น ซึ่งสเหรี่ยงนี้จะหามด้วยชายชราผู้สูงอายุ 8 คน หามจากด้านในศาลเจ้าออกไปด้านนอกแล้วส่งต่อให้คนหนุ่มหามต่อ เดินรอบตลาด14กิโลเมตร ที่สะดุดตาคือสเหรี่ยงนี้ไม่มีตะปู สร้างตามความรู้ที่ถือว่าตรงและถูกต้องที่สุด การเข้าไม้ถือว่าสุดยอดเพราะไม่มีตะปูเลย  

ถ้ามาดูใกล้ๆ จะสังเกตุเห็นบางจุดที่ยังไม่ทาสี เป็นการถือตามเคล้ด ที่จะไม่ทำให้เสร็จ เพราะนั้นหมายความว่าภาระกิจเสร็จเขาก็จะต้องตาย ปัจจุบันเพื่อเป็นการอนุรักษ์จึงเก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้า แล้วจำลองขึ้นมาใหม่อีกอันเพื่อใช้งานในพิธีโดยเฉพาะ แะเก้บรักษาไว้อย่างดีเป็นสมบัติที่มีค่ามาก เพราะคงหาช่างที่จะสร้างแบบนี้ึ้ขึ้นมาอีกได้ไม่มีอีกแล้ว

อีกอย่างที่ผมเพิ่งรู้คือ ศาลเจ้าทุกแห่งจะมีผู้ดูแลซึ่งแต่งตั้งโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีชื่อตำแหน่งให้2ตำแหน่ง 1.ผู้จัดการปกครอง 2.ผู้ตรวตราสอดส่อง คนหนึ่งทำงาน อีกคนหนึ่งคอยดูแลสอดส่อง นี้เป็นตำแหน่งที่เขาตั้งมาให้สำหรับศาลเจ้าที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เราจะเห็นภาพของผู้ดำรงตำแหน่งในอดีตที่ศาลเจ้าแห่งนี้้ด้วย

ที่ตั้ง ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย : 169 ถ.ท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง
โทรศัพท์ : 075 - 210 - 701

โบสถ์คริสต์เก่าแก่ อายุเกือบร้อยปี ที่คริสตจักรตรัง
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1915 มีอักษรจารึกไว้เหนือบันไดทางเข้าข้างหน้าว่า   “วิหารคริสตศาสนา สร้าง  ค.ศ. 1915” แต่เดิมนั้นหอระฆังเป็นเพียงดาดฟ้า มีลักษณะคล้ายกับป้อมทหารสมัยโบราณ หลังจากนั้นมีปรับปรุงใหม่  เนื่องจากระฆังที่อยู่ในหอระฆังชั้นที่สอง ดังก้องมากเกินไป จึงเพิ่มชั้นบนขึ้นเช่นที่เห็นในปัจจุบัน

วิหารหลังนี้ เปลี่ยน หลังคาจากกระเบื้องซีเมนต์แบบเก่าทรงสี่เหลี่ยม กลายเป็นกระเบื้องใยสังเคราะห์ยางอัลฟัลทาสีภายนอกและภายใน เพดานบุกระเบื้องยิบซัม พื้นปูคอมปานาสีขาวครีม ซ่อมแซมเมื่อ  กันยายน – ตุลาคม  ค.ศ. 1985 ต่อมา  เมื่อเริ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่ จึงเปลี่ยนกระเบื้องใยสังเคราะห์เป็นแผ่นไลสาด  เพราะกระเบื้องใยสังเคราะห์เมื่อโดนแดดมาก ๆ จะบิดเสียรูปทำให้น้ำรั่วหน้าฝน และทำเวทีใหม่ลดต่ำลงมา และหลังจากนั้น ได้มีการบูรณะฯใหม่ทั้งหลัง เมื่อปี 2007 จนถึงปัจจุบัน

ที่อยู่ : คริสตจักรตรัง : 24 ถ.ห้วยยอด ต.ทับเที่ยง เมือง ตรัง ไทย 92000

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 10นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 09นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 11

อาคารสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส
จากนั้นเราก็ไปชมสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ที่ยังพอหลงเหลืออยู่ในเมืองตรังกัน ใกล้ๆกับตลาดเทศบาล ซึ่งโดยรวมของเมืองก็จะมีอาคารเก่าแก่แบบนี้ ตั้งอยู่กันแบบกระจัดกระจายทั่วทั้งเมือง ลองมองหาดูก็จะเห็นได้โดยทั่วไป เป็นความงามที่ยังพอให้เห็น

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 13นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 12นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 14
นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 22นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 23นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 18

หมูย่างเมืองตรัง ที่ตลาดสดเทศบาลตรัง  
และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือของฝากที่มาเมืองตรังทุกคนต้องคิดถึงและอยากจะกิน หมูย่างเมืองตรังที่ขึ้นชื่ออย่างแน่นอน เพราะหมูย่างตรัง เป็นอาหารที่ใครมาก็ชอบซื้อเป็นของฝากกัน หมูย่างที่อร่อยที่สุดในประเทศเลยล่ะมั้ง หาซื้อได้ไม่ยาก โดยเฉพาะที่ตลาดทเศบาลมีร้านขายหมูย่างเมืองตรังตั้งอยู่หลายร้าน เลือกกันเองตามสบายใจชอบ ส่วนผมก็เดินดูรอบๆตลาดเราก็ยังเห็นอาคารสวยๆแบบเก่าๆ ชิโนโปรตุกีส ได้อยู่ทั่วไปจริงๆ เดินไปกินหมูย่างไป ...สะดุดตาสุดๆ

นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 17นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 15นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวตรัง ภาพที่ 16



ทริปนี้ ต้องขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองการตลาดภาคใต้ , กองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรัง ด้วยครับ


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel