พาหัวใจไปพักผ่อนที่ "ทุ่งโนนสน" ยลดอกไม้งาม (ผู้หญิงเที่ยวป่า)

ธรรมชาติมักจะทำให้เรามีความสุขและตื่นตาตื่นใจ เกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ กับการจินตนาการถึงภาพทุ่งโนนสน ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกนั้น มันดูธรรมดาไปเลย เมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเอง ป่าสนแห่งนี้สวยงามกว่าที่คิดไว้ค่ะ ด้วยภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า เป็นทุ่งหญ้าที่พริ้วยามต้องสายลม สนสองใบยืนต้นตระหง่านกลางทุ่งหญ้าแซ่ม้าฮ่อ และบางจุดก็เป็นลานหินกว้าง มีดอกไม้ ดอกหญ้า สีสวยขึ้นอยู่เต็มไปหมด  ทุกสิ่งอย่างที่เป็นทุ่งโนนสน สร้างความประทับใจให้เรามากมายและรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากนี้ (แต่ยังไม่มากเท่าโมโกจูหรือภูสอยดาว ตามคำล่ำลือที่ได้ยินมานะคะ) 

จากหน่วยพิทักษ์ฯ ที่เราพักนั้น เราต้องนั่งรถเข้าไปอีก 8 กิโลเมตร จนถึงบ้านฐานแตก จุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังทุ่งโนนสน  สำหรับใครที่ไม่อยากแบกสัมภาระเองละก็เค้ามีบริการลูกหาบนะคะ แต่ว่าสำหรับเราแล้ว เตรียมตัวมาพอสมควรจึงขอแบกขึ้นเอง ด้วยน้ำหนักสัมภาระรวมน้ำดื่ม ที่ต้องขนขึ้นไปนั้นก็ประมาณ 9 กิโลกรัม กว่า ค่ะ  



เราเริ่มเดินจากบ้านฐานแตก โดยการนำทางของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พี่ประดิษฐ์และพี่มะขามป้อม  ช่วงแรกที่เริ่มเดินเป็นที่โล่ง  ดังนั้นจึงร้อนมาก เราเดินผ่านทุ่งหญ้าเนเปีย เป็นหญ้าพันธุ์เดียวกับที่เค้าเอามาเลี้ยงแกะตามแหล่งท่องเที่ยวนั่นแหละค่ะ แต่ที่นี่เค้าปลูกไว้ให้ช้างกินค่ะ เพื่อที่ช้างจะได้ไม่มากินสัปปะรดของชาวบ้าน ซึ่งพี่มะขามป้อมบอกว่า ช้างเค้าจะชอบสัปปะรดมากเพราะมันมีรสหวาน  

จากทุ่งหญ้าโล่ง เริ่มเข้าสู่ป่า เดินข้ามเขาไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านจุดแวะพักแรกของเรา ลานหินลาด  จากจุดนี้เราเริ่มเดินเจอทางชันบ้าง เนินเขาบ้าง เริ่มเหนื่อยมากแล้วค่ะ จนต้องหยุดแวะพักบ่อยขึ้น  เหงื่อที่ไหลออกมาอย่างกับไปกระโจนลงน้ำมา น้ำดื่มที่แบกมา 6 ขวด สำหรับใช้ดื่มตลอด 3 วัน 2 คืน หมดไปขวดกว่าๆ แล้ว และแล้วก็ใกล้จะถึงจุดแวะพักทานข้าวกลางวันที่ห่อมาแล้วค่ะ แต่จุดแวะทานข้าวนี้ เป็นจุดยากสุดของการเดินเลยค่ะ เพราะทางชันมาก ยังดีที่มีการทำราวไม้ไม้ไว้ให้ยึดเหนี่ยวเป็นบางระยะ และทางก็ค่อนข้างลื่นพอสมควรค่ะ จุดนี้เรียกว่าเนินป่าซาง 


ภาพ : ลานหินลาด ไปจนถึง ป่าซาง แล้วก็ พักที่จุดชมวิว


ภาพ: ระหว่างทางเจอผีเสื้อบินมาเกาะด้วยล่ะ

เนินป่าซาง เป็นบริเวณที่มีกอไผ่ซางขึ้นอยู่หนาแน่นค่ะ  แวะทานกลางวันเรียบร้อยแล้วแล้วก็ออกเดินทางกันต่อค่ะ ต้องบอกก่อนว่าระหว่างการเดิน เมื่อเหนื่อยมากๆ ก็หยุดแวะพักเป็นระยะคะ เนื่องด้วยน้ำหนัก 9 กิโลที่แบกอยู่นี่แหล่ะค่ะ  จึงต้องเดินไปเรื่อยๆ ถ้าเมื่อยก็หยุด บางจุดระหว่างทางก็จะเจอผีเสื้อ หลากหลายพันธุ์ หลากหลายสี บางตัวก็บินมาเกาะ ตามตัว สงสัยว่าอาจจะมากินเกลือเค็มๆ ที่มาจากเหงื่อเราละมั้ง 

เดินลัดเลาะกันไปเรื่อยๆ จนถึงจุดชมวิวค่ะ การมาถึงจุดชมวิวนี้ก็เท่ากับว่าเราใกล้จะถึงจุดกางเต้นท์ ทุ่งโนนสนแล้วละคะ  นั่งพักชมวิวสวยๆ เพิ่มพลังความสดชื่น ด้วยภาพทิวเขาที่อยู่เบื้องหน้า อย่างกับภาพวาดพร้อมกับดื่มน้ำเกลือแร่ ช่วยทำให้หายเหนื่อยได้มากเลยละคะ  

จากจุดชมวิวเราเดินอีกไม่ถึง 20 นาที ก็จะเจอกับภาพสวยงามที่ทำให้เราลืมความเหนื่อยไปได้เลยละคะ ก็ภาพที่เห็นมันคือ ป่าสนสองใบ ในทุ่งหญ้าโล่ง กว้าง  ที่โดนลมพัดไปมาในบางครั้ง จากจุดนี้เดินนิดเดียวก็ถึงที่กางเต้นท์แล้ว เราจึงไม่รีบมากนัก ใช้เวลาถ่ายรูปที่จุดนี้อยู่นานพอสมควรเลยทีเดียว ต้นหญ้าสูงเกือบเท่าอก(ก็เรามันเตี้ยนี่หน่า) โอนเอนโดนลมพัดเข้ามาหาเรา เสมือนเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน  เมื่อทักทายและถ่ายรูปด้วยกันกับเพื่อนใหม่ ที่เหมือนรู้จักกันมานานอย่างทุ่งหญ้ากว้างนี้แล้ว เราก็เดินต่อเพื่อไปยังจุดกางเต้นท์ ก่อนจะถึงจุดกางเต้นท์ก็เจอกับเหล่าดอกไม้ที่ขึ้นบนลานหิน อีกหลายชนิด ทำให้เราต้องแวะถ่ายรูปกันอีก  กว่าจะถึงจุดกางเต้นท์ก็ทำเอาใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงเลย ทั้งๆ ที่เดินจริงๆ แค่แป๊บเดียวก็ถึง


ภาพ : ถึงแล้วทุ่งโนนสน นี้แหละป่าสนสองใบ

พอเริ่มค่ำเสียงจักจั่น เรไร ร้องเสียงดังมากขึ้นอย่างกับมีใครตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้อย่างนั้นแหล่ะ ฟังไปฟังมาก็เหมือนเสียงดนตรีขับกล่อม ให้เรานอนหลับไหลไปด้วยความเหนื่อยล้า ที่เต็มล้นไปด้วยความสุขจากภาพสวย ติดตา ตรึงใจของทุ่งโนนสน  

เช้าวันใหม่ สดใสกว่าเดิม เนื่องจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในบรรยากาศดีๆ และอากาศบริสุทธ์อย่างนี้ บางคนตื่นมาแต่เช้าเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น ที่บริเวณลานหินกว้าง ที่เต็มไปด้วยดอกเหลืองพิศมร ดอกไม้ขึ้นชื่อของทุ่งโนนสน บางคนตื่นมาทำอาหารเช้ากินกัน บางคนก็ยังนอนอยู่ อย่างเราเป็นต้น 


ภาพ : ดอกไม้ยามเช้าที่ "ทุ่งโนนสน"


ภาพ : ทุ่งดอกเหลืองพิศมร ยามเช้า พระอาทิตย์กำลังขึ้น


ภาพ : กินอาหารเช้ากันแบบนี้แหละง่ายๆๆๆๆ

เช้าวันนี้เราเริ่มโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้ และชมความงดงามของธรรมชาติ ด้วยการนำทางของพี่ๆ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่จะคอยแนะนำให้เรารู้จักดอกไม้และต้นไม้ชนิดต่างๆ ไปตลอดทาง ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ไปเรื่อย มีจุดหนึ่งน่าสนใจและถ่ายรูปออกมาสวย แปลกตาดี พี่เค้าบอกว่าบริเวณช่องแคบๆ ที่มีหินก้อนใหญ่อยู่สองข้างที่เต็มไปด้วยมอส และเฟิร์น สีเขียวนั้น คือ ช่องแคบกำแพงเมือง 


ภาพ : ออกไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ "ทุ่งโนนสน"


ภาพ : ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ "ทุ่งโนนสน" 

มื้อเที่ยงเราไปกินกันที่น้ำตกกุหลาบแดง ที่น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากจุดที่เรากางเต้นท์ซัก กิโลกว่าๆได้ ที่นี่เป็นที่ที่เรามาอาบน้ำกันเมื่อวานเย็นค่ะ หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อกลางวันที่บรรยากาศธรรมชาติสุดๆ ไปแล้ว ก็เริ่มเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานค่ะ น้ำตกนี้เป็นน้ำตกเล็กๆ และบางจุดก็เป็นบ่อหินที่เราสามารถลงไปแช่ได้ทั้งตัวเลยละคะ น้ำก็เย็นมากๆ เราเล่นน้ำกันอยู่นานเลยทีเดียว ระหว่างทางเดินกลับที่กางเต้นท์ก็พบเจอดอกไม้มากมาย แวะถ่ายรูปกันจนเมมโมรี่เต็ม แบตเตอรี่หมดกันเลยทีเดียวค่ะ

ภาพ : กินข้าว อาบน้ำ เล่นน้ำที่น้ำตกกุหลาบแดงแล้วก็เดินกลับแคมป์

ก่อนตะวันจะลาลับไป ก็ยังพอมีเวลาว่าง และแสงสว่างให้หลายๆ คนที่วางกล้องถ่ายรูปหันมาจับภู่กัน ป้ายระบายบนกระดาษ วาดรูปดอกไม้บนทุ่งโนนสนนี้ บางคนก็ถ่ายรูปสัตว์เล็กๆ แมลงต่างๆ ที่บินมาอวดโฉม ท้าทายการกดชัตเตอร์ของช่างภาพ  ณ อารมณ์แบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ให้นานๆ จังเลยค่ะ


ภาพ : ยามเย็นที่แคมป์

การเดินลงจากทุ่งโนนสนนั้นรวดเร็วและไม่เหนื่อยค่ะ เหมือนจะง่ายกว่าตอนมาซะด้วย แต่ที่ทำเอาท้อก็ตรงที่โล่งกว้างก่อนจะถึงจุดที่รถมารอรับ ตรงบ้านฐานแตกนั่นแหล่ะคะ แดดมันช่างร้อนซะเหลือเกิน 


ภาพ : วันกลับ ...วันนี้เราจะต้องเดินลงเขากันแล้ว


ภาพ: แรงเหลือ

สำหรับการมาที่ทุ่งโนนสนนี้ สำหรับเรา เมื่อเทียบความยากลำบากของทางในการเดินนั้น เราว่าที่นี่เส้นทางไม่ลำบากเท่าภูกระดึงนะ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ลำบากกว่าภูกระดึงก็ตรงที่ มันไม่มีอะไรขายนี่แหล่ะค่ะ แม้กระทั่งน้ำดื่มก็ต้องเอาขึ้นไปเอง ไม่มีไฟฟ้า ฉะนั้นการมาเที่ยวที่นี่นั้นก็ทำให้เราได้รับประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างออกไป ให้เราได้สัมผัสธรรมชาติอีกแบบหนึ่งที่ท้าทายไม่น้อยเลยละคะ


ภาพ: วันเดินทางกลับ กว่าจะมาถึง...เหนื่อยมาก

ภาพความทรงจำของทุ่งโนนสนที่ติดตาก็คือทุ่งหญ้า ป่าสน และดอกไม้ป่า นี่แหล่ะคะ มันคือความเป็นทุ่งโนนสนเลยก็ว่าได้ การมาเที่ยวในแหล่งทองเที่ยวทางธรรมชาตินั้นก็เพื่อให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และได้เก็บภาพความทรงจำกลับไป สิ่งที่ไม่ควรทำคือการนำสิ่งที่อยู่ในป่า ติดไม้ ติดมือกลับไป  พี่มะขามป้อมบอกกับเราว่า ของที่อยู่ในป่า เค้าก็ควรอยู่ในป่า อย่างพวกดอกไม้ป่า เอาไปปลูกนอกป่า ตอนแรกๆ เค้าก็จะอยู่ได้ นานๆ ไป ก็จะตาย เพราะฉะนั้นไม่เอาไปจะดีกว่า และเมื่อยากมาชมความงดงามของดอกไม้ป่า เราก็จะเข้ามาชมได้ในอุทยานฯ แห่งนี้ 
"มนุษย์ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายที่ต้องปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ ไม่ใช่ปรับธรรมชาติให้เป็นไปตามใจมนุษย์"


-Enjoyable-

ทริปนี้ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก , พี่(มะขามป้อม) ปัญญา จันทร์มา และ พี่ประดิษฐ์ ธงยี่สิบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มากนะคะสำหรับการให้ความรู้และการดูแลตลอดทริป 

เที่ยวทุ่งโนนสน สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สำนักงาน) โทร. 0 5526 8019
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3, 0 5525 9907
ชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน โทร. 089 856 4491
ผู้ใหญ่แดง (ประธานชมรม) โทร. 086 210 3315 


จังหวัด: 
คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel