พาเที่ยวตลาดเก่า 3จังหวัด “เที่ยวตลาดน้ำ..ย่ำตลาดบก”

ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวแบบถวิลหาอดีต และความนิยมในแหล่งท่องเที่ยวตลาดในการมาเลือกซื้อ สรรหาของกินของใช้ มาเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศแบบวันวาน หรือมารู้จักกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในแต่ละชุมชน ซึ่งมีอยู่จำนวนมากและหลากหลายในจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม และสมุทรสาคร ทั้งตลาดน้ำ ตลาดบก (ตลาดเก่า) จึงจัดโครงการ “เที่ยวตลาดน้ำ..ย่ำตลาดบก” ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ตลาดน้ำอัมพวาที่เราคุ้นเคยเท่านั้นนะคะ เค้ายังมีอีกหลายตลาดที่น่าสนใจและบรรยากาศดี ๆ กระจายตัวอยู่รอบ ๆ ทั้ง 3 จังหวัดค่ะ ส่วนในวันนี้เราจะพาไปชม ชิมลางกัน 3 ตลาดก่อนละกันนะคะ

เริ่มกันที่ตลาดเก่าบางหลวง รศ.122 ในจังหวัดนครปฐม ซึ่งเค้ามีชื่อเรียกเก๋ ๆ อีกชื่อว่า “ตลาดบ้านเก่าเหล่าเต๊งไม้” ด้วยค่าที่เป็นชุมชนชาวจีนที่มาปักหลักอยู่กันมากกว่า 130 ครัวเรือนตั้งแต่ปี พ.ศ.2446 ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่หันหน้าเข้าหากันยาวไปจนสุดแม่น้ำท่าจีนเลยเชียวค่ะ ในอดีตตลาดเก่าบางหลวงเป็นแหล่งค้าขาย ทางน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางเลน เพราะมีท่าเรือสะดวกในการขนถ่ายสินค้า และเดินทางระหว่างหมู่บ้านหรือเข้ากรุงเทพฯ



แต่เมื่อมีการสร้างถนน รถยนต์ก็เข้ามาแทนที่เรือ ทำให้การค้าขายทางน้ำเริ่มซบเซาลง แต่การค้าขายของชาวบางหลวงก็ยังคงอยู่ ปัจจุบันตลาดแห่งนี้ยังคงสภาพบรรยากาศในอดีตไว้ ทั้งรูปแบบ วิถีชีวิต การค้าขาย ประเพณีวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกลมกลืนในความเป็นไทย – จีน ที่สืบทอดกันมากกว่า 100 ปีเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของชาวบางหลวงต่อไปค่ะ



และเป็นที่น่ายินดีว่าตลาดเก่าแก่แห่งนี้ ได้กลับมาคึกคักอีกครั้งจากละครเรื่องดัง “คมแฝก” ที่มาปักหลักถ่ายทำกันที่นี่จนกระทั่งถึงวันก่อนปิดกล้อง ได้มีรายการทีวีสัมภาษณ์นักแสดงในเรื่อง จนประชาชนรู้จักว่าเป็นที่นี่ ประชาชนจึงตามมาให้กำลังใจนักแสดงในวันรุ่งขึ้น กันอย่างคับคั่งเชียวค่ะ



ตลาดแห่งนี้ยังคงมีสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศในอดีตได้ดีนั่นคือ “วิกหนังสมัยโบราณ” ที่มีเครื่องฉายหนังโบราณ 16 มม. และ 35 มม. “ร้านหมอฟันโบราณ” “ร้านถ่ายรูปโบราณ” จนถึงพิพิธภัณฑ์ “บ้านเก่าเล่าเรื่อง” ที่เป็นแหล่งข้อมูลและจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ เช่น จักรยาน แตรโบราณ รถเจ๊ก หรือรถลาก สำหรับให้นั่งเที่ยวตลาดด้วย “บ้านตีเหล็ก” ที่ยังคงเปิดบริการ โดยในสมัยก่อนคนที่มาจ้างตีจะนำของมาแลกแทนเงินกันค่ะ ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นเรื่องราวในอดีตที่จับต้องได้ในปัจจุบันค่ะ






และเมื่อมาถึงตลาดบางหลวงกันแล้วก็ไม่ควรพลาดชิมขนม “ชุนเปียะ” แสนอร่อย เก่าแก่ ทำมาจากแป้งแผ่นบาง ๆ นำมาม้วนใส่ไส้กุ่ยช่าย ผัดกุ้งแห้ง แล้วนำไปทอดให้กรอบ กินได้เลยไม่ต้องมีน้ำจิ้ม เป็นสูตรของอาม่าเคยทำขายที่เมืองจีนเลยนะคะ “ข้าวเกรียบปากหม้อไส้ผัก” ร้านเจ้สมนึก ต้นตำรับมากว่า 40 ปี ความพิเศษอยู่ที่ไส้ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งไส้หมู-ไชโป้ว ไส้หน่อไม้-กุ้งแห้ง ไส้กุ่ยช่าย ไส้ถั่วฝักยาว และที่ขายดีมากๆ ก็คือไส้ผักระเฉดค่ะ กินกับน้ำจิ้มรสแซ่บสามรส “ขนมจีบ” สูตรเฉพาะไม่เหมือนใครของที่นี่ เป็นแบบแป้งเหนียวนุ่มใสจนเห็นไส้ข้างใน นี่ก็เป็นสูตรอาม่าเก่าแก่เหมือนกันค่ะ



ทุกท่านสามารถสั่งอาหารมาแล้วมานั่งทานเพลิน ๆ ชมทัศนียภาพของแม่น้ำท่าจีนไปด้วย ฟังเพลงเก่าที่ร้องกันสด ๆ จากคนในชุมชนไปด้วย เพลินดีค่ะ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศ จากนั่งอยู่ริมฝั่งไปล่องเรือชมแม่น้ำเค้าก็มีค่ะ ค่าบริการแค่คนละ 30 บาท ออกไปชมนกปากห่างที่มาวางไข่ในช่วงหน้าหนาว ไหว้หลวงปู่คล้าย วัดศิลามูล หรือขี่จักรยานน้ำชมสวนก็มีค่ะ ของฝากติดมือกลับบ้านนอกจากขนมอร่อย ๆ ที่กล่าวมาก็มี “ไม้คมแฝก” ของที่ระลึกจากละครเรื่องดังสร้างชื่อให้ตลาดบางหลวง เสื้อทีเชิ้ต มะกอกเชื่อมน้ำผึ้งสูตรเก่าแก่จริงค่ะ



การเดินทางก็ง่ายดายจากจังหวัดนครปฐมใช้เส้นทางสายมาลัยแมน (นครปฐม-สุพรรณบุรี) ผ่านอำเภอกำแพงแสน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรฯ วิทยาเขนกำแพงแสน ผ่านทางเข้าโรงเรียนการบินกำแพงแสน กลับรถที่แยกเข้าท่าเสา เข้าถนนกระตีบ-บางหลวง (สาย3231) อีก 15 กม.ก็ถึงแล้วค่ะ หรือจะมาด้วยรถตู้จากสนามหลวง ค่าโดยสารเพียงท่านละ 80 บาท มีรถออกทุก 45 นาที คันแรกออกจากสนามหลวงเวลา 06.40 น.และคันสุดท้ายออกจากตลาดเก่าบางหลวงเวลา 16.45 น.ค่ะ โดยทุกท่านสามารถมาเที่ยวที่ตลาดเก่าบางหลวงได้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.นะคะ


ภาพ: ทางเข้าตลาดน้ำบางน้อย


ที่ต่อไปที่จะพาทุกคนไปย่ำกันอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึง ตลาดน้ำบางน้อย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำอัมพวาเลยค่ะ ตลาดน้ำบางน้อย เดิมในอดีตกว่า 100 ปีก่อนทุก ๆ วันขึ้นและแรม 3 ค่ำ 8 ค่ำ และ 13 ค่ำ ในช่วงค่ำคืน เรือพายจำนวนนับร้อยลำ ต่างทยอยกันออกมาเพื่อมาติดนัดที่ตลาด ที่ตลาดน้ำคลองบางน้อยกันอย่างคึกคัก

ที่นี่ก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของอดีตไว้ได้อย่างดี โดยท่านสามารถเข้าชมโรงพิมพ์ ส.วิจิตรวัฒนา โรงพิมพ์ขนาดเล็กที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ยังคงใช้แท่นพิมพ์แบบมือโยกอายุกว่า 50 ปีที่ยังใช้ได้จริง ๆ ซึ่งปัจจุบันก็ยังรับพิมพ์การ์ดงานต่าง ๆ ให้กับชาวตลาดน้ำบางน้อยได้เป็นอย่างดีค่ะ




ภาพ: ร้านบางน้อยคอยรัก

บรรยากาศที่นี่สบาย ๆ ค่ะ คนไม่มากไม่น้อยกำลังพอดี มีบ้านพักน่ารัก ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ร้านบางน้อยคอยรัก เค้าจะมีที่พัก 2 ห้องมองเห็นวิวคลองบางน้อยมาจรดแม่น้ำแม่กลอง และถ้าวันไหนอากาศดีฟ้าโปร่ง เราจะได้เห็นดวงอาทิตย์ตก หลังต้นมะพร้าวที่อีกฟากของวัดเกาะแก้วสวยงามจริง ๆ ค่ะ แต่คงต้องโทรจองกันล่วงหน้านะคะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะพบความผิดหวัง เนื่องจากเค้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั่นเองค่ะ



อาหารการกินที่นี่ก็มีชื่อไม่แพ้ที่อื่น ที่พลาดไม่ได้ก็เห็นจะเป็น “โรตีแต้จิ๋ว ร้านสมัยศิลป์” ที่แป้งเหนียวนุ่ม ใส่ไส้ถั่ว งา โรยน้ำตาลทรายแดง อร่อยนุ่มลิ้นทีเดียว พอเดินข้ามสะพานไม้ไปทางปากคลอง เราจะได้ชิมก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงและกาแฟโบราณ “ร้านสิงห์ทอง (เจ๊ติ๋ม)” ส่วนตรงหน้าวัดมี “หอยทอดร้านป้านงค์” สูตรเด็ดอยู่ที่แป้งกรอบนอกนุ่มใน นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำเผา ขนมโบราณต่าง ๆ อีกมากมายรอให้คุณไปลิ้มลองค่ะ

ของฝากติดมือก็มีกะปิคลองโคน กะปิเคยแท้สีม่วงสวยแสนอร่อย มะนาวดองสูตรคุณย่า ที่อร่อยและสะอาด นำมาปรุงอาหาร หรือจะนำไปชงเป็นชามะนาวดองดื่มให้ชุ่มคอชื่นใจก็ได้นะคะ

การเดินทางด้วยรถส่วนตัวใช้ทางหลวงพระราม 2 สาย35 พอถึงกิโลเมตรที่ 63 ผ่านเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม แล้วเข้าทางหลวง 325 (สมุทรสงคราม – บางแพ) ประมาณ 6 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอัมพวา – บางนกแขวก อีกประมาณ 5 กม.จะถึงสี่แยกจะพบวัดเกาะแก้วอยู่ทางซ้ายมือ สามารถจอดรถได้ที่วัดเกาะแก้ว หรือจะขึ้นรถตู้ได้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ , หมอชิต, ปิ่นเกล้า, ตลาดบางปะแก้ว และบางนา ไปลงที่แม่กลองต่อรถสาย 333 (แม่กลอง-บางนกแขวก) ก็มาถึงตลาดน้ำบางน้อยแล้วค่ะ แต่หากใครอยากจะชิลนั่งรถไฟก็สามารถค่ะ นั่งที่สถานีวงเวียนใหญ่ ลงสถานีมหาชัยนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งท่าฉลอม ขึ้นรถไฟที่สถานีบ้านแหลมลงสถานีแม่กลองแล้วต่อรถสาย 333 อีกเช่นกันค่ะ ตลาดน้ำบางน้อยเปิดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.ค่ะ



ปิดท้ายทริปในวันนี้ด้วยตลาดมหาชัย ในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นศูนย์การค้าสำคัญของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเลทั้งสด และแปรรูปแล้วที่ท่านสามารถซื้อหาไปฝาก คนที่บ้านกันได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพเลยนะคะ บรรยากาศตลาดดูคึกคักไปด้วยผู้คน ที่มาจับจ่ายซื้อของสดที่เพิ่งขึ้นมาจากทะเลกันเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง ส่วนของขึ้นชื่อก็มี หอยพิมพ์ที่สดและพบได้มากที่สุดในอ่าวมหาชัยค่ะ ในบริเวณตลาดนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น คือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร เป็นอาคารเก๋งแบบจีนตกแต่งภายนอกและภายในด้วยศิลปะแบบจีนด้วยค่ะ



มาถึงเมืองท่าอาหารทะเลแล้ว ไม่ได้แวะชิมอาหารทะเลคงเรียกว่ามาไม่ถึงนะคะ “ภัตตาคารท่าเรือ” เป็นการจบทริปของวันนี้ที่สมบูรณ์แบบทั้งบรรยากาศ และรสชาติของอาหารทะเลที่สด อร่อย และราคาไม่แพงค่ะ เราสามารถนั่งชมสองท่าเรือมหาชัย – ท่อฉลอม พร้อมกับรับประทานปูทะเลเนื้อแน่น กุ้งสด ๆ จะอบเกลือ อบนม หรืออบวุ้นเส้นก็อร่อยมากมาย เมนูปลาที่นี่ก็สด อร่อยไม่แพ้กันค่ะ

การเดินทางมาที่นี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ผ่านบางขุนเทียน ถึงสี่แยกมหาชัยประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ถ้าจะมารถตู้ก็ขึ้นที่หมอชิต, สายใต้ใหม่, พาต้าปิ่นเกล้า, อนุสาวรีย์ชัยฯ ใต้ทางด่วนฝั่งพลหโยธินได้ตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น.ค่ะ สามารถมาเที่ยวได้ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00 – 18.00 น.ค่ะ


ภาพ: กระเป๋าเที่ยวตลาดน้ำ

ในช่วงนี้ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โดย นางสาวอังคณา พุ่มพกา ผู้อำนวยการสำนักงานฯ ได้รวบรวมข้อมูลตลาดในพื้นที่ออกมาเป็นคู่มือ “เที่ยวตลาดน้ำ..ย่ำตลาดบก” ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยว ได้ร่วมสนุกส่งภาพที่ถ่ายกับสถานที่เที่ยวภายใน 3 จังหวัดดังกล่าวเพียงจังหวัดละ 1 แหล่ง อย่างน้อย 2 จังหวัด ส่งมารับรางวัล “กระเป๋าสะพาย” สไตล์เที่ยวตลาดน้ำ..ฟรี สำหรับ 500 ท่านแรก ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2553 หรือจนกว่าของจะหมดค่ะ สามารถขอรับคู่มือ “เที่ยวตลาดน้ำ..ย่ำตลาดบก” ได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0-3475-2847-8 หรือ Call Center 1672

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ร้านบางน้อยคอยรัก 086-789-7833
สำนักงานเทศบาลตำบลกระดังงา 0-3476-1537
สำนักงานเทศบาลตำบลบางหลวง 0-3439-9310
สำนักงานเทศบาลนครสมุทรสาคร 0-3441-1208

   เรื่องและภาพ โดย เกตุ สะดุดตา   
คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel