สวย หล่อ แบบจัดเต็ม!!! กับชุดไทยไปงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

  

        ถึงเวลาเตรียมสวย ย้อนยุคประจำปีนี้แล้วค่ะ  สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ที่จัดขึ้นในวันที่ 15-22 กุมภาพันธ์  2556   งานแผ่นดินฯหรือที่ชาวลพบุรีเรียกว่า งานวัง นี้จัดขึ้นเพราะวัตถุประสงค์ของการจัดงานก็เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์ฯ  งานจะจัดขึ้นในพระนารายณ์ราชนิเวศน์   งานนี้แตกต่างจากงานอื่นๆทั่วไปเพราะงานนี้เค้าแต่งชุดไทยกันจริงๆจังๆ  จะเริ่มรณรงค์แต่งชุดไทยกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานกันเป็นเดือนเลยทีเดียว ถ้าไปลพบุรีในช่วงใกล้วันงาน จะได้บรรยากาศอย่างมากค่ะ  ตามโรงเรียนต่างๆโดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาล จะเห็นเด็กๆ แต่งชุดไทยน่ารักๆ กันเต็มไปหมด  ตามหน่วยงานราชการก็มีการแต่งชุดไทยกันอย่างจัดเต็มมากๆ  ไม่เว้นแม้แต่ตามร้านขายของในเมือง พวกแม่ค้าพ่อค้าก็จะแต่งชุดไทยขายของกัน  ใคร ใคร่ แต่งชุดไทยแบบจัดเต็มก็จัดกันไป  ใครชอบแบบเบาๆ ก็จัดกันไปตามชอบใจ  โจงกระเบนสำเร็จเห็นจะฮอตฮิตมากสำหรับใครที่นุ่งโจงไม่เป็น  

      
ชุดไทยหลากหลายสไตล์ภายในงานแผ่นดินฯ

      สำหรับใครที่ไปเที่ยวงานนี้และไม่มีชุดไทยแต่อยากอินเทรนด์ร่วมงานกับชาวลพบุรีละก็ ไม่ต้องกังวล เพราะเราได้สำรวจมาเป็นข้อมูลให้แล้วค่ะ  จะมีร้านขายชุดไทยในแบบต่างๆ ในราคาย่อมเยา บริเวณถนนพระยากำจัด หน้าวังนารายณ์ นั้น เห็นจะมีมากค่ะ และแถวนี้เป็นที่นิยมของหนุ่มสาวลพบุรีที่จะไปหาชุดไทยใส่กัน  อีกที่ก็ในตรอกเฮฟวี่(ลองถามคนลพบุรีได้ว่าตรงไหน จะอยู่ไกล้ๆกับ kfc ในเมืองน่ะคะ) ก็มีให้เลือกเยอะ  หรือจะเป็นตลาดบนเมืองใกล้ๆ พระปรางค์สามยอด  เอาเป็นว่าถ้าเข้าไปในเมืองลพบุรีจะมีร้านให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ  
       
     
     งานแผ่นดินฯ นี้เริ่มจากงานที่มีชื่อว่า "งานในวัง" ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี   พ.ศ.2501 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้นำไปก่อสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม  และต่อมาชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี กับนายเชาวน์วัศ สุดลาภา ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีในขณะนั้น  ที่จะพัฒนาเมืองลพบุรีให้เป็นเมืองท่องเที่ยว  เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงสร้างเมืองลพบุรีให้เจริญรุ่งเรือง   การจัดงานครั้งแรก ตั้งชื่องานว่า "นารายณ์รำลึก" ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ "งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" 

       
     งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ นี้มีทั้งงานกลางคืนและกลางวัน จุดสะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นงานในช่วงกลางคืนที่จะถูกประดับประดาตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงามไปทั้งงาน ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่พระราชวังโบราณแห่งนี้จะเคยเห็นช่องรูปกลีบบัวที่อยู่ตามกำแพงวัง  ในช่วงจัดงานนั้นเค้าจะนำหลอดไฟไปใส่ในช่วงนั้นเพื่อจำลองให้เห็นว่าในอดีตมีการประดับประดากำแพงวังด้วยไฟตามช่องกำแพง(แต่ไม่ทราบนะคะว่าในอดีตเค้าใช้ เทียนหรือว่าอะไร) ตามต้นไม้ต่างๆก็มีการประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับ เหมาะแก่การถ่ายรูปแสงไฟยามค่ำคืนจริงๆ  

จุดแลกเงินภายในตลาดย้อนยุค

เงินโบราณจำลองแบบนี้เรียกว่าอัฐ


บรรยากาศยามค่ำคืนภายในตลาดย้อนยุค

           นอกจากแสงไฟและการประดับประดาต่างๆแล้ว  โดยภาพรวมของงานนั้นแบ่งออกเป็นด้านในวังและนอกวัง ด้านในวันก็จะเป็นอารมณ์แบบว่าย้อนยุค  แต่ด้านนอกเนี่ยก็จะมีของกิน สารพัดจากที่ต่างๆมาขายกัน  ทางด้านนอกนี่ถือเป็นของแถมค่ะ  เรามาเข้าไปในวังกันดีกว่าค่ะ จุดแวะยอดฮิตของงานนี้ก็มีด้วยกันหลายจุดเลยค่ะ  เริ่มจุดแรกกันที่ตลาดย้อนยุค ที่ต้องใช้เงินโบราณ(พดด้วง เบี้ย อัฐ)  จุดนี้ถือว่าเป็นจุดยอดฮิตสุดๆของงานนี้เลย จุดนี้เป็นจุดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีเค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่ะ  ก่อนที่จะไปซื้ออาหารหรือของฝากในบริเวณนี้ได้นั้น ต้องไปแลกเงินก่อนค่ะ ไปแลกเป็นเป็นเงินพดด้วง อัฐ หรือ เบี้ย (ที่จำลองมา) เมื่อเหลือสามารถนำไปแลกคืนได้เหมือนคูปองเลยค่ะ  จุดนี้จะเริ่มขายกันตั้งแต่ 11.00 น. ไปจนเลิกงานเลย  เด็กๆจะชอบมาจุดนี้กันมาก บางคนแลกแล้วเหลือก็นำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกกัน เค้าจะมีถุงเล็กๆสีแดง สำหรับใส่เงินด้วย อันนี้ต้องมีมัดจำค่าถุงไว้ แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าทุกคนจะซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกพร้อมเงินโบราณนั่นแหละ    

แม่ค้าขายขนมเจ้าอร่อยที่ขายดีที่สุดในตลาดย้อนยุค
          
       งานนี้ถือเป็นสตูดิโอยามค่ำคืนของการถ่ายรูปชุดไทยเลยค่ะ ภายในงานมีจุดต่างๆ ให้ถ่ายรูปกันเยอะแยะ เช่น ด้านในพระที่นั่งสุธาสวรรย์ที่เป็นที่สวรรณคตของพระนารายณ์นั้น ในอดีตพระที่นั่งแห่งนี้เป็นพระราชอุทยานที่ร่มรื่น มีพรรณไม้ต่างๆ ในงานนี้จึงมีการจัดสวนดอกไม้ ไว้ให้ถ่ายรูปกัน  จุดถ่ายรูปกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งงานละคะ  

น้ำอัดลมโบราณหรือว่าน้ำจรวด(เรียกแบบเด็กๆ เค้าเรียกกัน)
         
      สิ่งที่สะดุดหู สะดุดตาอีกอย่างคือ  ทุกๆชั่วโมงจะมีทหารวังที่ใส่ชุดทหารโบราณเดินตีกลอง ซึ่งเค้าจะเดินมากันเป็นแถว 2 แถว ใครๆ ก็ต้องหลบพี่เค้าอ่ะ ที่หลบนี่ไม่ใช่อะไร ก็หลบถ่ายรูปนั่นเอง   การแสดงชุดนี้ว่า ทหารวังเปลี่ยนเวร นอกจากนั้นตามประตูวังจะมีทหารวังคอยยืนประจำอยู่ทุกประตู เสมือนคอยเฝ้ายามในสมัยก่อนเลยละ   ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บรายระเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของงานได้ดีมากเลยค่ะ

      ใครๆ ที่ชอบดูการแสดงมินิไลท์ แอนด์ ซาวด์ ที่งานนี้ก็มีค่ะ แต่ที่นี่จะแปลกกว่าที่อื่นค่ะ  ก็ปกติเวลาเราดูการแสดงพวกนี้ มักจะมีการจัดที่นั่งให้ดูเป็นเรื่องเป็นราวใช่มั้ยคะ  แต่สำหรับการแสดงที่ชื่อว่าประวัติศาสตร์จินตนาการของที่นี่แล้วต้องแปลกกว่านั้นค่ะ  สำหรับเนื้อเรื่องที่แสดงนั้นจะเป็นประวัติโดยย่อของสมเด็จพระนารายณ์ฯ ตั้งแต่ครองราชย์ การทูตกับต่างประเทศ จนถึงสวรรคต  ซึ่งในเนื้อเรื่องนั้น มีสถานที่จริงในทุกๆฉากของการแสดง ฉะนั้นเวลานักแสดงเค้าเปลี่ยนฉากเค้าจะย้ายไปตามสถานที่ต่างๆในพระราชวังโบราณแห่งนี้  มันแปลกก็ตรงที่คนดูจะต้องเดินตามเวลานักแสดงเค้าเปลี่ยนฉากเนี่ยแหละค่ะ  น่าสนใจดี  ยกตัวอย่างเช่น ฉากที่แสดงเกี่ยวกับการเลี้ยงแขกเมืองก็จะถูกนำเสนอที่ตึกเลี้ยงแขกเมืองจริงๆ ที่ใช้ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์  พอเปลี่ยนฉากไปตอนที่พระนารายณ์จะสวรรคตก็เดินขบวนกันไปที่พระที่นั่งด้านใน  แหม ช่างได้อารมณ์จริงๆ กับสถานที่จริงในเรื่องทุกๆฉาก  ข้อแนะนำหากอยากได้ที่นั่งในทุกๆ ฉากๆ ละก็ ศึกษาประวัติของสมเด็จพระนารายณ์ซักนิด  พอใกล้ๆจะจบฉากนี้ก็ไปต่อกันฉากต่อไปเลย ก่อนที่คนอื่นจะไป  หรือว่าใครชอบยืนดูก็ไม่หนักหนาเกินไปค่ะ เป็นการแสดงสั้นๆ ไม่เมื่อยเท่าไหร่ค่ะ


การแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการฉากสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์ฯ
          
      สำหรับนักช้อปทั้งหลายที่ชอบพวกผ้าไทย เสื้อแบบไทยๆ ต่างๆ นั้นงานนี้มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย อย่างกับงานรวบรวมผ้าไทยแบบต่างๆ มาให้เลือกอย่างนั้นเลย ในช่วงกลางวันก็มีกิจกรรมพวกการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ในวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงกลางวันมักจะมีการแสดงที่น่าสนใจ อาทิ หมากรุกคน  ที่ใช้คนเป็นหมากในการเดินนั่นหละค่ะ  ส่วนยามค่ำคืนของทุกๆวันจะมีการแสดงที่น่าสนใจบนเวทีกลาง    ในทุกๆวันของการจัดงานประมาณ 16.00 น. จะมีขบวนแห่ทางประวัติศาสตร์ ขบวนช้าง ขบวนม้า โดยเริ่มตั้งแต่หน้าโรงเรียนพิบูล ไปจนถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์   

ขบวนแห่ประวัติศาสตร์

สำหรับงานในปีนี้ก็คงไม่พลาดอีกเช่นเคยคะ  ต้องรีบไปหาชุดไทยแบบง่ายมาใส่ไปงานบ้างแล้ว มีข้อแนะนำสำหรับใครที่ไม่อยากไปซื้อชุดนะคะ  เพียงแค่ไปขอยืมผ้านุ่งลายไทยของคุณย่าคุณยายมา กับผ้าคลุมไหลสีพื้นๆซักหนึ่งผืน ตามภาพด้านบนนี้เป็นชุดที่ว่า นำผ้าลายไทยมานุ่งโจงกระเบนและถ้าไม่มีเข็มขัดเงินแบบไทยๆ สวยงามอะไรก็ใช้เข็มขัดที่มีอยู่นี่แหละคะ แค่ม้วนเก็บเข็มขัดเอาไว้ด้านในเท่านั้น จากนั้นก็นำผ้าสีพื้น(ตามภาพเป็นสีเขียว)มาพันที่หน้าอก ใครมีไอเดียก็อาจมัดเป็นโบว์ ได้ชุดเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครไปอีกแบบ  แค่นี้ก็ได้ชุดไทยแบบไม่ต้องเปลืองเงินมากแล้วค่ะ  แต่ถ้าใครอยากเช่าหรือซื้อใหม่ราคาก็ไม่แพงมากค่ะ 

          
         ใครสนใจงานนี้ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานลพบุรี โทร.036-770096-7 ได้ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
 

จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel