เยือนบ้านเสือ ณ ห้วยขาแข้ง

ห้วยขาแข้งหน้าฝนอย่างนี้ ดูชุ่มชื่นและอากาศสดชื่นเป็นที่สุด พวกเราออกมาสูดอากาศดีๆ อย่างนี้กันในช่วงเช้า ได้อย่างไม่ต้องเค้นตัวเองให้ตื่นนอนเหมือนอยู่กรุงเทพฯ คงเป็นเพราะอากาศดี สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ..สมกับที่เป็นมรดกโลก ทางธรรมชาติ และเป็นมรดกโลกแห่งแรกของไทยด้วย ยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยพืชพรรณ และสัตว์ป่ามากมาย นกสวยๆหลายตัวบินกันควักไขว้ไปหมด ...ความรู้สึกนี้จากค่ายเยาวชน ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้น พานักศึกษาจาก11สถาบัน กว่า 50คน มาเรียนรู้ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ ผืนป่าตะวันตก

ในเดือนกันยายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรำลึกการจากไปของ นักอนุรักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้บุกเบิกตำนานการรักษาผืนป่าให้ยั่งยืน กว่า20ปี แล้วที่ สืบ นาคะเสถียร จากไปด้วยทิ้งมรดกที่ยิ่งใหญ่ไว้ให้กับคนไทย ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้ ห้วยขาแข้ง ที่มีพื้นที่กว่า 1ล้าน7แสนไร่ ถ้านับร่วมผืนป่าตะวันตกทั้งหมด ก็มากกว่า 4ล้านไร่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มรดกชิ้นเอก ป่าผืนสำคัญของไทยเราที่เราทุกคนจะต้องหันมา ให้ความสำคัญและอนุรักษ์ไว้ให้ได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงใช้โอกาสพิเศษในเดือนแห่งการรำลึกนี้ เพื่อจัดค่ายเยาวชนขึ้น นำเอานักศึกษาจากหลายหายแห่งรวม11สถาบัน มาร่วมค่าย เพื่อหวังให้อนาคตของชาติเหล่านี้ จะยังคงช่วยกันรักษา และสืบทอดเจตนารมณ์ที่ดีงามในการอนุรัษ์นี้ต่อไป



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และสถาบันอุดมศึกษา 11 แห่ง จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ เยือนบ้านเสือ ขึ้นในวันที่ 10-12 กันยายน 2535 ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี

ลักษณะทางธรรมชาติของป่าห้วยขาแข้ง ค่อนข้างจะโดดเด่นมากทางภูมิศาสตร์​นกจากความเป็นผืนป่าทางตะวันตกของไทยแล้ว เมื่อเรามองจากทางอากาศ ทางแผนที่ จะเป็นใจกลางของผืนป่าตะวันตก และมีความเขียวขจีชนิดที่ว่า ไม่มีอไรมาแทรก ยังมีสัตว์ป่า อย่างเสือ ที่นับว่ามากที่สุดเป็นอันดับ2ของโลก รองจากรัสเซียเท่านั้น การอนุรักษ์ของห้วยขาแข้งจึงโดดเด่นมาก นักวิจัยทางด้านนี้ก็มักจะมาเรียนรู้กันที่ป่าแห่งนี้ กันทั้งนั้น เสือที่บ้านเราไม่มีก็แค่เสือ ไซบีเรียของรัสเซียเท่านั้นเอง และเสือที่ราพบที่ห้วยขาแข้งนี้มีมากกว่า 80ตัว จากการสำรวจ



วันแรกของการเดินทางมาถึง น้องๆก็ได้ซึมซับกับบรรยากาศที่บริสุทธ์ขอผืนป่ากันทันที่ เพราะที่พัก อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมากๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะเป็นพื้นที่ ที่แตกต่างจากอุทยานแห่งชาติอยู่มาก ที่สิ่งอำนวยความสะดวกจะน้อยกว่า ขนาดสัญญาณโทรศัพท์ก็มีแค่AIS เท่านั้นที่รับได้ การมาที่นี้จึงต้องค่อนข้างเตรียมพร้อมสักหน่อยเรื่องอาหารการกิน แต่ที่พัก เขาก็มีอาคารสำหรับน้องๆ ที่นอนรวมกันได้หลายคน มีลานกางเต้นท์ มีร้านสวัสดิการหนึ่งร้าน ก็ถ้าไม่คิดมาก ก็นับว่าไม่ขาดอะไร ห้องน้ำก็มีเพียงพอ แต่น้ำจากลำธารปั้มขึ้นมาใช้อาจจะสีขุ่นๆนิดหน่อยนะ



ททท. จัดฐานกิจกรรมไว้สำหรับน้องๆ ทั้งประวัติของห้วยขาแข้ง การทำโป่งเทียม การทำรอยเท้าจำลองด้วยป๔นปลาสเตอร์ไว้ศึกษา กิจกรรมการเดินป่า สอนการดูนก การใช้คู่มือดูนก อุปกรณ์ ทางห้วยขาแข้งก็ยังจัดเจ้าหน้าที่มาคอยบริการ ให้ความรู้กับน้องๆ ในทุกๆเรื่องของห้วยขาแข้งได้สนุกสนานน่าเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการสอนดูนก ที่หลายคนประทับใจและตื่นเต้นไปกับการชมนกชมไม้ การใช้อุปกรณ์​และเรื่องราวของธรรมชาตินกที่น่าสนใจจริง

เช้าๆ นกนี้เยอะไปหมด  แค่นั่งที่โรงอาหารก็เห็นว่ามีนกบินไปบินมาอยู่บริเวณนั้น มากมาย ผมไม่คยเห้นนกเยอะอย่างนี้เลย นี้ขนาดนั่งมองด้วยตาเปล่ายังตื่นเต้น การได้เรียนรู้ธรรมชาตินกไปด้วย และเห็นอขงจริงยิ่งสนุกกว่า





ช่วงสายๆของของวันที่2 เราไปเดินป่ากัน แบ่งเป็นกลุ่มๆ ระยะทางอ4กิโลกว่าๆ ได้ชมของจริงกัน ทั้งรอยเท้าสัตว์ ป่า ต้นไม้ พืชพรรณที่น่าสนใจหลายชนิด ที่เจ้่าหน้าที่ให้ความรู้พวกเราตลอดทาง ประสบการณ์ที่ตื่นเต้นคือ การเจอรอบเท้าวัวแดง ที่ผมว่าประทับใจนะ พี่เจ้าหน้าที่ บอกพวกเราว่า นี้มันเป็นรอยใหม่ๆเลย และดูเหมือนว่ามันจะตกใจวิ่งหนีตื่นอะไรสักอย่าง สังเกตุจากรอยเท้าที่ลึกลงไป พร้อมกับกีบที่ห่างออกจากกัน พอเรากลับมาที่camp เราถึงได้รู้ว่า ที่พี่เขาพูดไว้ ช่างแม้นจำจริงๆ กลุ่มพวกพี่นักข่าวกลุ่มแรกเดินไปประสบพบเจอกับตัวเลย เล่าให้ฟังว่าตกใจเหมือนกันตอนเจอ เสียงดังอย่างกับป่าตื่นเลย คือต่างคนต่างตกใจ นั้เอง วัวแดงก็วิงหนีไป นี้แสดงว่าวิชาการดูรอบเท้าสัตว์พี่เขาช่างแม่นยำจริงๆ นับถือๆ












ช่วงคำ่ แต่ล่ะกลุ่มก็ออกมาแบ่งปันประสบการณ์ และสิ่งที่ได้เรียนรู้กันอย่างสนุกสนาน ทั้งได้เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ใหม่ ที่มีค่า

เช้าวันถัดมาเรายังได้มีโอกาสเดินตามรอยเท้าเสือกัน ไปเรียนรู้ร่องรอยของเสือกันบ้าง ตามเส้นทาง บ้านเสือ ระยะทางแค่800 เมตร อยู่ไม่ไกลจากcamp นัก ได้เห็นร่อยรอบเสือจริงๆ ตั้งแต่เมื่อว่าแล้วละว่ามันปรกาศอาณาเขตของมันด้วย รอยกงเล็บที่ข่วนไว้ตามต้นไม้ หรือไม่ก็ กลิ่นที่มันทิ้งไว้ตามต้นไม้ แต่ไม่ต้องกลัวธรรมชาติของเสือจะกลัวคน ...แต่จริงๆเราก็กลัวมัน แต่ต้องใจดีสู้เสือ แต่เราไม่เจอเสือจริงๆสักหน่อย 555 คิดมากจริง




มาดูลักษณะของผืนป่าห้วยขาแข้ง กันบ้าง  ซึ่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่3จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี กาญจนบุรี และตาก ผืนป่าที่เปรียบเสมือนหวใจ ของผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย ประกอบด้วยสันเขาน้อยใหญ่ เป็นพื้นที่อันมีความโดดเด่น และหลากหลายทางชีวภาพ






สภาพมีความสมบูรณ์มาก ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืช และสัตว์ป่าหายากมากมายหลากหลายชนิด เพื่อให้ป่าแห่งนี้คงอยู่อย่างยั่งยืน เราก็หวังว่าน้องๆ จะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นแรงผลักดัน และสร้างกระแส ให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างแท้จริง โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นช่องทางที่จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเยาวชนร่วมกันหวงแหน และสร้างจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของผืนป่าอันทรงคุณค่าของชาติ ให้คงอยู่ต่อไป





ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองตลาดภาคเหนือ และเขตรักษษพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่จัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้ ให้เราได้เรียนรู้จักป่าดีขึ้น เรียนรู้จัธรรมชาติที่แท้จริง และได้ใกล้ชิดมันจริงๆ


นอกจากนี้ ยังนำเยาวชนเที่ยวชมหุบป่าตาด ป่าดึกดำบรรพ์เป็นพืชตระกูลปาล์มที่พบแห่งเดียวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของจ.อุทัยธานี


การเดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
 
รถยนต์
การเดินทาง มี 2 เส้นทาง คือ 1. เข้าทางที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 102 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 333 สายอุทัยธานี-หนองฉาง จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3438 สายหนองฉาง-ลานสัก ถึงหลักกิโลเมตรที่ 53-54 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตด่านตรวจเขาหินแดง ซึ่งตั้งอยู่ริมห้วยทับเสลา จากที่ทำการเขตฯ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ต่อไปยังหน่วยพิทักษ์ป่ากะปุกกะเปียง ระยะทาง 14 กิโลเมตร และ สถานีวิจัยเขานางรำ ระยะทาง 17 กิโลเมตร 2. เข้าทางหน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได อยู่ทางทิศใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ห่างจากตัวจังหวัด อุทัยธานีประมาณ 137 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 333 สายอุทัยธานี-หนองฉาง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3282 สายหนองฉาง-บ้านไร่ ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลูกรังผ่านบ้านใหม่คลองอังวะอีกประมาณ 30 กิโลเมตรถึงด่านตรวจคลองระยาง ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี และหน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได สามารถเดินป่าขึ้นล่องได้ทั้งด้านเหนือและใต้ของลำห้วยขาแข้ง


หากเดินทางในฤดูฝนรถจะเข้าไม่ได้เพราะธารน้ำจะสูงขึ้นท่วมถนนดินแดง สถานที่พักแรม การเข้าพักแรมต้องไปติดต่อด้วยตนเองอย่างน้อย 20 วันล่วงหน้าที่ฝ่ายจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้

สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 765 หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตู้ ปณ.7 อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี 61160 โทร. 0 5651 9654

จุดที่ได้รับอนุญาตให้พักแรมได้มีอยู่ 3 จุด จุดแรก คือ บริเวณสำนักงานเขตฯ มีบ้านพักขนาดพักได้ 10-30 คน จำนวน 3 หลัง และอาคารฝึกอบรมขนาดจุ 80 คน จุดที่สอง หน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ จุดที่สาม คือ หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้วยขาแข้ง

http://www.huaikhakhaeng.net/
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตู้ปณ.7 อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 61160
โทร. 085-725-8433,  087-840-0316
e-mail : khakhaeng@hotmail.com
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel