แรลลี่ธรรมะ ทัศนาจร อ่างทอง ครั้งที่4 “116ปี ของดีเมืองอ่างทอง”

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555 ได้มีกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับคนชอบขับรถ ชอบเล่นเกมส์ มาให้ได้สนุกกัน เป็นการขับรถเที่ยวแบบแรลลี่ ไปจังหวัดอ่างทอง แวะเที่ยวกันไปตลอดเส้นทาง อุทยานสวรรค์ อ่างทอง วัดจันทรังษี วัดป่าโมกวรวิหาร หมู่บ้านทำกลอง วัดสี่ร้อย ตลาดน้ำเอนกฟาร์ม วัดม่วง ตลาดศาลเจ้าโรงทอง วัดไชโยวรวิหาร วัดขุนอินทรประมูล พิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง และไปสิ้นสุดที่มหกรรมกินกุ้งใหญ่ กินไข่นกกระทา หินปลาปลอดสารพิษ ซึ่งอยู่ในงาน “116 ปี ของดีเมืองอ่างทอง” สนุกกันใหญ่ล่ะครับ เพราะรถที่มาเข้าร่วมงานนี้ นับรวมกันแล้วได้ 100 คันพอดีเลย 

  

ในช่วงเช้านัดร่วมตัวกันที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยมี คุณสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานเปิดพิธีปล่อยขวนรถ



หลายคนคงสงสัยเหมือนผมว่า ทำไมอ่างทองครบรอบแค่ 116ปี ทำไมไม่หลายร้อยปี นับเวลาแค่นี้ย้อนกลับไปแค่ยุครัชกาลที่ 5 เอง ก็ได้คำตอบมาครับว่า อ่างทองตัั้งเป็นจังหวัดก็เมื่อ 116ปี สมัยรัชกาลที่ 5 นั้นแหละ แต่ว่าที่เดิมเป็นชุมชนใหญ่มาก่อนนั้นตั้งอยู่ที่วิเศษชัยชาญ ก่อนจะย้ายมาตั้งตัวเมืองจังหวัดที่อ่างทองในปัจจุบัน แต่ถ้านับอายุชุมชนกันจริงๆ ก็มีวัด มีโบราณสถานหลายที่ ที่มาอายุมาตั้งแต่สุโขทัย นั้นก็แปลว่า 7-800 ปีเกินแน่นอน 

ได้คำตอบกันแล้วเราก็จะได้ไปดุของดีเมืองอ่างทองกัน ว่า 116ปีของอ่างทองนั้นมีอะไรดีๆ บ้างโดยเฉพาะงานที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ งานกินกุ้งใหญ่ เพราะเป็นกุ้งแม่น้ำของอ่างทองตัวโตมาก 

ระหว่างวันขบวนแรลลี่คงจะไปทำคะแนนกันยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ คณะสื่อมวลชนเราก็ตรงมาเที่ยวยังตลาดศาลเจ้าโรงทองกันก่อนเลย จะไปนั่งเรือชมทัศนียภาพเมืองวิเศษชัยชาญกันซะหน่อย เพราะเห็นว่าคนที่นี้ไม่ธรรมดา “เป็นวิเศษฯ” จะวิเศษขนาดไหนนะ 

  

ที่ตลาดศาลเจ้าโรงทอง ภายในตลาดเคยมีประวัติเพลิงใหม่ครั้งใหญ่ที่ชาวชุมชนจดจำได้ดี ทำให้อาคารบ้านเรือนไม้เก่าๆหายไปบ้าง แต่ก็ยังอนุรักษ์ไว้อีกหลายหลังในปัจจุบัน บางหลังนี้ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมเก่าๆแบบเดิมๆไว้เลย มีประตูที่น่าสนใจมากสะดุดตาก็ตรงการเข้าออกต้องยกซี่กรงขึ้น แล้วเอาซี่กรงมาปิดอีกที่ เมื่อก่อนอะไรๆ ก็ออกแบบกันเองแบบนี้ ทำด้วยไม้เข้าเดื่อยเข้าลิ้น พอมาเห็นในยุคนี้ก็ประทับใจในความคิดสร้างสรรค์ของคนยุคก่อนนะครับ สะดุดตาจริงๆ 

เราเดินกันต่อไปเยี่ยมร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ที่อยากจะบอกว่านอกจากจะถูกแล้ว ยังอร่อยด้วย ตั้งอยู่ที่ ข้างศาลเจ้ากวนอู ในตลาดนี้แหละครับ เป็นร้านที่มีความสะดุดตาอย่างมาก ด้วยป้าก็อายุมากแล้ว ขายมานาน ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาโท ได้ด้วยก๋วยเตี๋ยวนี้แหละ ทุกวันนี้ยังขายอยู่เพราะมีความสุขกับการทำให้คนอื่นกิน ไม่คิดเอากำไรมากมาย ราคาขายต่อชามนะหรือครับ เพียง 12 บาทเท่านั้น พิเศษ 15 บาท ยังมีน้ำปั่นด้วย อย่างน้ำแดงปั่นที่พวกเราสั่งกันนี้ 3 บาท ...จะถูกไปไหนเนี่ย 

  

ภาพ : ป้าณี กำลังทำก๋วยเตี๋ยว

ถามป้าดูว่าได้กำไรจริงหรือครับป้า ป้าแกบอกว่า “ได้ แต่ไม่ได้คิดกำไรเยอะ เอาความสุข”   พวกเรากินกันไป 6ชามน้ำ 7แก้ว แล้วยังไม่ถึงร้อยเลยครับ และก็ไม่ใช่ชามเล็กด้วยแบบปกติเลย

อย่างหม้อต้มน้ำก๋วยเตี๋ยวนี้แกใช้ฟืนนะครับ คือมีเด็กๆแถวนั้นจะคอยไปเก็บมาให้ป้าตลอด ใช้เตาแบบฟืนไม่ใช่ถ่านนะ ...ฟืน  ป้าเขาชื่อป้าณี ใครผ่านมาที่ตลาดศาลเจ้าโรงทองแล้วไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวป้าณี นะผมว่าประสบการณ์ที่ได้จากตลาดศาลเจ้าโรงทองจะขาดรสชาติไปเลยล่ะ 

  

จากนั้นไปลงเรือเที่ยวกันดีกว่า บริเวณท่าเรือท่องเที่ยวของตลาดศาลเจ้าโรงทอง ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่ามาชมอีกเรื่อง คือเรือพลังงานน้ำ เป็นเรือข้ามฟาก ไม่มีเครื่องยนต์ใดๆ ไม่เสียค่าน้ำมัน ค่าโดยสารไปกลับคนล่ะ 4บาท เที่ยวเดียว2บาท จุดสะดุดตาคงอยู่ที่การรู้จักเอาพลังงานน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลามาใช้ไใ่ห้เปลืองพลังงานนี้แหละที่ต้องขอปรบมือให้ดังๆ 

 

ภาพ : เรือข้ามฟาก พลังงานน้ำ

ไปล่องเรือกัน คราวนี้เปลี่ยนมานั่งเรือใหญ่ไปเที่ยวชมทิวทัศน์สองข้าทางกันบ้าง ซึ่งตลอดสองข้างทาองริมน้ำเรายังคงเห็นวิถีชีวิตผู้คนที่ใช้ประโยชน์จากน้ำ และสร้างบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งลำน้ำอยู่เป็นระยะๆ ชาวบ้านยังมานั่งตกปลา พายเรือเล็กไปมา บางจุดมีโฮมสเตย์ วิถีเกษตรด้วย ยังมีวัดเก่าแก่อีกหลายวัดตลอดเส้นทาง

  
  

ไปกินกุ้งแม่น้ำกันต่อนะ เข้าไปในเมืองวันนี้เขามีงาน 116ปีของดีเมืองอ่างทอง ซึ่งขบวนแรลลี่จะมาเจอกันที่นี่ทั้งหมด ในงานนี้มีการแข่งขันกินกุ้งแม่น้ำด้วย ..ว้าวๆๆ น่ากินจริงๆ เจอกุ้งอยู่จานหนึ่ง 3ตัวน้ำหนักรวม แบบเผาแล้ว 1กิโลกรัมแนะ ..ขบวนแรลลี่มาถึงก็มาเข้าร่วมงานนี้กินกุ้งกันอิ่มล่ะครับ

  
  
ภาพ : ในงานมหกรรมกินกุ้งใหญ่ ไข่นกกระทา กินปลาปลอดสารพิษ อ่างทอง

เมืองอ่างทองเขาก็มีของดีเยอะนะ ที่เราดูนี้ยังเล็กๆน้อยๆ และถ้าใครอยากจะไปงานนี้แล้วล่ะก็ คงต้องรอปีหน้านะจ๊ะ ไว้ครบรอบอ่างทอง 117ปีกันเลย เพราะงานกินกุ้งเขาก็จัดผ่านไปแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง แต่ไม่ต้องกังวลกุ้งใหญ่เขาดัง หากินได้ตามร้านอาหารในอ่างทองนะจ๊ะ


บอยสบาย
webmaster


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel