HAKO TOWN “ฮาโกะทาวน์” ร้านอาหารญี่ปุ่นที่สร้างประสบการณ์เล็กๆในความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่

การมากินอาหารญี่ปุ่น ที่ร้านHako Town “ฮาโกะทาวน์” เป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ด้วยแนวคิด แม้จะเป็นร้านอาหารในพื้นที่เล็กๆ แต่ประสบการณ์ที่มีในร้านหรือเมืองญี่ปุ่นเล็กๆแห่งนี้นั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ประสบการณ์กินที่สนุก และได้ชิลกับบรรยากาศในสวนร่มรื่น มีมุมถ่ายรูปน่ารักหลายมุมที่อาจจะทำให้ใครหลายคนคิดว่า นี้เราอยู่ในญี่ปุ่นหรือนี้ 

ฮาโกะทาวน์ (Hako Town) เป็นร้านอาหารเปิดใหม่บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์  ด้วยสไตล์ที่สะดุดตาทั้งคอนเซปต์และวิธีคิด เราจึงได้ลุยไปเยี่ยมชมพร้อมกับสัมภาษณ์พิเศษผู้สร้าง ฮาโกะทาวน์นี้ขึ้นมา ให้กลายเป็นเมืองอาหารญี่ปุ่มเมืองเล็กๆน่ารักๆ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางหลากหลายร้าน ทั้ง ข้าวญี่ปุ่น ปลาดิบ ร้านปิ้งย่าง ร้านราเมน ร้านเกี้ยวซ่า ร้านสาเก ร้านเซมเบ้ หลากหลายเมนูที่เป็นเพิ่งมีในเมืองไทย ทั้งบรรยากาศแบบสวนญี่ปุ่น เปิดโล่ง เหมาะที่จะนั่งชิลๆ ไปทั้งคืน 


(Hako Town)


(Hako Town)


(Hako Town)

“ฮาโกะทาวน์” (Hako Town) ที่ที่มีหลากหลายคำจำกัดความซะเหลือเกิน บางคนเรียกที่นี่ว่าฟู้ดสตีทสไตล์ญี่ปุ่น หรือบางคนเรียกว่าร้านอาหารญี่ปุ่น หรือบางคนอาจเรียกว่าเมืองญี่ปุ่นฮาโกะทาวน์ หรืออะไรก็แล้วแต่ละคนจะเรียกกันไปตามความรู้สึกของแต่ละคน เพราะเราเองลองถาม คุณมรุต ชโลธร เจ้าของฮาโกะทาวน์แล้ว คุณมรุต เองก็อยากให้คำจำกัดความนั้นมาจากลูกค้าที่ไปใช้บริการ จึงไม่ขอให้คำจำกัดความของที่นี่ แต่จะรอให้ทุกคนมาสัมผัส และให้คำจำกัดความกับฮาโกะทาวน์ด้วยตัวเองกัน 

สำหรับเราแล้ว  ขอให้คำจำกัดความที่นี่ว่า “ฟู้ดคอร์ทในสวน สไตล์ญี่ปุ่น” หรือบางที่เราก็รู้สึกว่าที่นี่เป็นเหมือนเมืองเล็กๆ น่ารักๆ “เมืองอาหารญี่ปุ่น”  เพราะที่นี่พยายามดึงเอาความเป็นญี่ปุ่นมาไว้บริการได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความน่ารัก วัฒนธรรมทางด้านอาหาร และเทคโนโนโลยีที่รวมกันกลายเป็นฮาโกะทาวน์

Hako Town นี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ ตั้งอยู่ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์(ถนนปรระดิษฐ์มนูธรรม) ใกล้กับทางขึ้นทางด่วนโยธินพัฒนา เป็นการจัดร้านในแบบ Open Air เป็นซุ้มร้านอาหารญี่ปุ่น ในบรรยากาศสวนญี่ปุ่นสวยๆ วางเรียงกันเป็นสี่เหลี่ยมตามคอนเซ็ปต์ของร้าน ที่มาจากชื่อ Hako Town (ฮาโกะทาวน์) ขยายความนิดนึงว่า คำว่า “ฮาโกะ” (Hako) นั้นในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงกล่อง (box) นั้นเอง 

Hako town ภาพที่ 002 Hako town ภาพที่ 004 Hako town ภาพที่ 001
ร้าน Hako Town ตั้งอยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์


ป้ายร้าน Hako Town

การจัดรูปแบบร้านจึงนำแนวคิด ของการจัดวางซุ้มอาหารเฉพาะทางหลายร้านมาตั้งรวมกันภายในพื้นที่เดียวกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ ฮาโกะทาวน์ (Hako Town) ที่มีความหายคล้ายเมืองกล่อง เมืองเล็กๆ นั้นเอง ซึ่งหากเราดูผ่านๆ อาจไม่รู้ว่า ทั้งหมดนั้นคือ ตู้คอนเทนเนอร์ เพราะเค้าได้ตกแต่งให้กลายเป็นร้านขายอาหารญี่ปุ่นจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมของตู้คอนเทนเนอร์เลยแม้แต่นิด


 Hako Town มีร้านล้อมรอบ สวนและที่นั่งรับประทานอาหารจะอยู่ตรงกลาง


ทางเดินเข้าร้าน Hako Town จากลานจอดรถ


บรรยากาศภายในร้าน Hako Town ร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่รอบๆ


บริเวณลานจอดรถด้านหลังร้าน Hako Town ข้าสะพานไป ที่จอดรถกว้างขวาง

Hako town ภาพที่ 047 Hako town ภาพที่ 211 Hako town ภาพที่ 207
Hako town ภาพที่ 180 Hako town ภาพที่ 036 Hako town ภาพที่ 048
มุมถ่ายรูปน่ารักๆ ของ Hako Town

ความคิดและไอเดียเก๋ในร้านนี้สร้างขึ้นโดยคุณมรุต ชโลธร ผู้ที่อยู่ในวงการอาหารมานาน หากใครพอจะนึกออกถึงเจ้าไอศกรีมไข่ i-maru คนนี้แหละค่ะที่เป็นเจ้าของไอเดียที่สร้างฮาโกะทาวน์ขึ้นมา ด้วยแนวคิดที่ค่อนข้างสร้างสรรค์ และลดต้นทุนได้มาก ทำให้เราจะเห็นว่าภายในร้านอาหารแห่งนี้ราคาอาหารญี่ปุ่นไม่แพงอย่างที่คิดเลย 

ซึ่งเราเองก็ได้สัมภาษณ์คุณมรุต ถึงแนวคิดในการเปิดฮาโกะทาวน์แห่งนี้มาแล้ว แต่จะขอเอาไว้เขียนในบทความหน้านะคะ (จะเขียนบทสัมภาษณ์ถึงแนวคิด และที่มาให้ได้อ่านกัน ซึ่งเห็นว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้อ่าน) เพราะมันค่อนข้างยาว และน่าสนใจไปซะหมดจริงๆ กับแนวคิดที่ไม่เหมือนใครในการเปิดฮาโกะทาวน์ (Hako Town) แห่งนี้  


คุณมารุต ชโลธร ผู้สร้างสรรค์ Hako Town ขึ้นมากำลังพาเราไปกิน เซมเบ้กุ้ง 

มาดูบรรยากาศภายในฮาโกะทาวน์ (Hako Town) กันบ้างนะคะ โต๊ะนั่งทานอาหารกว่า 20 โต๊ะ ที่ถูกรายล้อมด้วยร้านอาหารทั้งหมดในฮาโกะทาวน์ (Hako Town) ในบรรยากาศที่ถูกสร้างสรรค์มาไว้ให้เป็นญี่ปุ่น ในร้านแบบเปิดโล่ง ไม่มีหลังคา ซึ่งแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นโดยทั่วไป ที่จะอยู่ในอาคารซะมากกว่า เรามักจะเห็นการจัดร้านสไตล์นี้ แล้วก็นึกถึงการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งพอมีฮาโกะทาวน์นี้ก็เหมือนเราอยากจะไปงานอีเว้นท์เมื่อไหร่ก็ได้เลย มันดูสนุกคึกกคักไปกับการกินในบรรยากาศร้านแบบนี้ 

ด้านเหนือศรีษะเราถูกตกแต่งด้วยเชือก ซึ่งทำให้นึกถึงเมืองคานาซาว่า ประเทศญี่ปุ่น เวลาฤดูหนาวหิมะตก เค้าจะใช้เชือกขึงไว้ที่ยอดของต้นสน เพื่อป้องกันไม่ให้หิมะตกลงมาใส่ต้นไม้มากเกิน จนกิ่งมันหัก ที่นี่ก็นำเชือกมาสร้างบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นได้ลงตัวเลยทีเดียว เป็นการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นทั้งในแบบสมัยใหม่ และสมัยเก่าได้เป็นอย่างดี ภายในยังตกแต่งเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ น่ารักอีกหลายมุม อย่างเช่นมุมบ่อน้ำ มุมขอพรที่มีหลายคนมาเขียนไว้ที่ป้าย สวนหินแบบญี่ปุ่น 






หากเพื่อนมาถึงที่ฮาโกะทาวน์ สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือการแลกบัตรเงินสด ซึ่งก็ไม่ใช่การแลก จากพนักงานอย่างที่เราคุ้นเคยกันนะคะ เพราะที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเมืองญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้ตู้อัตโนมัติสิคะ 

เวลาเราไปญี่ปุ่นก็มักจะเห็นเจ้าตู้อัตโนมัติแบบนี้เยอะแยะไปหมด ที่นี่ก็ใช้เจ้าตู้นี่แลกบัตรเงินสด มาใช้ซื้ออาหาร และพอใช้ไม่หมดก็เอาบัตรมาเสียบ แลกเงินคืนได้ด้วย วิธีการใช้ก็ไม่ยาก ตัวอักษรภาษาไทยตัวใหญ่บะเริ่มเทิ่ม และหากใช้ไม่พอก็สามารถนำบัตรมาเสียบ และเติมเงินได้อีกด้วย  นอกจากนั้นแล้วที่ร้านยังเตรียมพนักงานไว้ให้ด้วยสำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้ตู้  แต่เราอยากให้ลองใช้นะคะ มันแปลกใหม่ดีสำหรับเมืองไทย กับการแลกบัตรเงินสดด้วยตู้อัตโนมัติเพื่อซื้ออาหาร    

Hako town ภาพที่ 034 Hako town ภาพที่ 033 Hako town ภาพที่ 031 

มากดบัตรใช้แทนเงินสดที่ตู้กันก่อน ที่ร้าน Hako Town


ตู้แลกบัตร ที่เห็นนี้คือการเช็คยอดเงินว่าเหลือเท่าไหร่

นอกเหนือจากการใช้ตู้แลกบัตรเงินสดสำหรับซื้ออาหารแล้ว ก็มีการนำเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ที่นำมาอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่น่าสนใจมากอีกอย่างคือ ปกติเวลาเราสั่งอาหารแล้วจะต้องยืนรอเพื่อรับอาหารนั้น ที่นี่ไม่ต้อง 

เพราะเมื่อเราสั่งอาหารพี่พนักงานเค้าจะให้เครื่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ คล้ายๆ เพจเจอร์ นั่นแหล่ะ กับเราไว้ เราก็เดินไปสั่งอาหารอย่างอื่น หรือไปนั่งทานก่อนก็ได้ พออาหารเสร็จเรียบร้อยเจ้าเครื่องที่ว่านี่ก็จะส่งเสียงดังติ๊ด ติ๊ด มีไฟกระพริบ และสั่น เราจึงค่อยเดินไปรับอาหาร ซึ่งที่เพจเจอร์ก็จะมีชื่อร้านอาหารกำกับเอาไว้ด้วย กันเราเดินผิดร้าน ถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างสร้างสรรค์เลยทีเดียว 


เครื่องเพจเจอร์เอาไว้เตือนว่าอาหารเสร็จแล้วจร้า มารับอาหารได้เลย 

จะแนะนำโซนต่างๆ ในฮาโกะทาวน์ (Hako Town) ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันนะคะ ร้านแรกชื่อว่า Hana-Ichi อยู่ติดกับตู้แลกบัตรนั้นจะเป็นร้านซูชิ ข้าวปั้น ซึ่งตอนที่เราไปยังไม่มีร้านนี้ แต่กำลังจะมีในเร็วๆ นี้ค่ะ (สัปดาห์ถัดไป) ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ 

ติดกับโยอิบาร์จะเป็นซุ้มเล็กๆ ขายไอศกรีมไข่หรือ i-maru แน่นอนว่าทุกคนคงได้เคยเห็นไอศกรีมนวตกรรมตัวนี้ผ่านตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งก็เกิดขึ้นจากไอเดียคุณมารุตเช่นกัน จึงมาตั้งอยู่ในร้านนี้ 


ร้าน I-maru ไอติมไข่ อยู่ติดกับที่แลกบัตร

ถัดจากนั้นเป็นร้าน Yoi Bar ร้านขายเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม น้ำเปล่า สาเก โซจู  ร้่านนี้สิ่งแนะนำพิเศษคือจำพวกสาเกญี่ปุ่น คุณมารุตแนะนำว่า สาเกที่นี่เราจะอยากให้เป็นประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า เน้นในคอนเซปต์ “Sake experience” ราคาสาเกที่นี้จึงไม่แพง แตกต่างจากราคาในห้างดังมากๆ คืออยากให้ทุกคนมีโอกาสลิ้มลอง เราก็เลือกสาเกที่ดื่มง่ายและอร่อยมา แล้วก็มีโซจู อันนี้จะแรงหน่อย แล้วก็เหล้าบ๊วย (อุเบชุ) แนะนำสำหรับสุภาพสตรี ซึ่งมักชอบอะไรหวานหอมกลมกล่อมดื่มง่ายรับรองว่าจะชอบ ส่วนน้ำดื่มทั่วไปก็มีจำหน่ายในราคาไปไม่แพงเช่นกัน น้ำอัดลม น้ำเปล่า ชาเขียว โตเดียวโซดา 

ร้านเครื่องดื่มทุกชนิด เป็นบาร์ที่สูงสักหน่อย รับรองว่าคนตัวสูงเท่านั้นที่จะมองข้ามไปเห็นข้างหลังคนขายได้



(Hako Town)


ส่วนห้องแอร์ที่อยู่ติดกับร้านเครื่องขายเครื่องดื่มนี้ชื่อว่า Maro No Ocha  ซึ่งร้านนี้จะเป็นร้าน ที่เน้นการขายชาอย่างญี่ปุ่น เสิร์ฟแบบออริจินัลสไตล์ญี่ปุ่น แต่ก็จะมีเครื่องดื่มอย่างอื่นด้วย เช่นกาแฟ แล้วก็ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น (ซึ่งตอนที่เราไปเค้ายังไม่เปิดโซนนี้ ซึ่งจะเปิดในสัปดาห์ถัดไป) 


บรรยากาศใน Hako Town




ถัดจากร้านชาก็จะเป็นร้านชื่อ Kushi Maru คำว่า “คูชิ” หมายถึงเสียบไม้ ส่วนอาหารนั้น จะปิ้งย่างหรือทอดลูกค้าเลือกได้ตามใจชอบค่ะ เป็นร้านขายอาหารจำพวกปิ้งย่างโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นไก่ หรือเห็ดที่เด็ดเองสดๆ ราดซอสสูตรของทางร้าน แนะนำมีพุงปลาแซลมอนด้วยนะอร่อยและหาทานยาก มีลิ้นวัวที่เหนียวนุ่ม  ที่สะดุดตาอย่างหนึ่งก็คือ การเก็บเห็ดสดมาทอด ที่สถานีเห็ด เรียกเมนูนี้ว่า “เห็ดเก็บสด” ลูกค้าสามารถเก็บสดๆ มาให้เชฟทำอาหารกันได้สดๆ สนุกมากได้เด็ดเองกับมือ 


ร้านชื่อ Kushi Maru 



Hako town ภาพที่ 066 Hako town ภาพที่ 067 Hako town ภาพที่ 065
Hako town ภาพที่ 064 Hako town ภาพที่ 062 Hako town ภาพที่ 070
Hako town ภาพที่ 137 Hako town ภาพที่ 138 Hako town ภาพที่ 141
ร้านปิ้งย่างโดยเฉพาะ Kushi Maru 

ถัดจากนั้นจะเป็นร้าน Cha-Zuke เป็นร้านข้ามต้มสไตล์ญี่ปุ่น เน้นปลาดิบ มันคือ ข้าวญี่ปุ่นหน้าปลาดิบ ราดด้วยน้ำซุปชาปลาแห้ง เขาจะรินน้ำซุปที่หอมๆลงในข้าวญี่ปุ่น (ไม่ใช่วิธีการต้มนะค่ะ) น้ำชาปลาแห้งนี้ก็ทำมาชาน้ำชาเคี้ยวกับปลาแห้งทำออกมาเป็นน้ำซุป ตอนมารับอาหารเขาก็จะรินน้ำซุปนี้ให้เราเห็นความสวยงามและความหอมของอาหาร น่ากินจริงๆ ได้ยินว่าคนญี่ปุ่นมักจะกินข้าวต้มเป็นการตบท้ายมือดึก คล้ายๆคนไทย ลองมาชิมข้าวต้มแบบญี่ปุ่นดูบ้างค่ะ ยังมียำปลาดิบ (ทาทากิ) เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านนี้ 


Hako town ภาพที่ 144 Hako town ภาพที่ 145 Hako town ภาพที่ 148

ต่อไปเป็นร้าน  Oyako อ่านว่า “โอยาโก๊ะ” แปลว่า แม่และลูก  เป็นร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบจากไข่และไก่ เมนูหลักของร้านคือ ข้าวหน้าไก่ หรือ โอยาอุด้ง และที่แนะนำอีกอย่างคือยากิโทริ ไก่ย่างไม้ล่ะ 20บาทเท่านั้นเอง 







ร้านถัดไปชื่อร้าน Maru Shabu ร้านนี้จะเน้นอาหารประเภทราเมน โดยเฉพาะแบบแห้ง แต่ถ้าถามว่าน้ำซุปมีมั๊ยมีด้วยนะ แต่เมนูส่วนใหญ่เน้นไปที่ราเมนแห้ง มีบะหมี่เย็นด้วยนะ พระเอกสุดของร้านนี้คือโซบะทรงเครื่อง ซึ่งจะมีคงวามหลากหลายของหน้ามากๆ ซอสก็มี 3อย่าง ให้เลือก ออริจินัล ซอสพริก ซอสหมูสับงา 


โซบะทรงเครื่อง ใส่ทุกอย่างเลยค่ะ

Hako town ภาพที่ 127 Hako town ภาพที่ 129 Hako town ภาพที่ 188

และร้านนี้น่าสนใจมากชื่อร้าน Maru Sembe อ่านว่า “มารุเซมเบ้” คำว่าเซมเบ้ หมายถึงข้าวเกรียบ ความน่าสนใจจะอยู่การเอาหมึกสดๆ ทั้งตัว เอามาทับด้วยเครื่อง จะกลายเป็นข้าวเกรียบแบเรียบอย่างกับกระดาษเลยล่ะ มีแบบที่เป็นกุ้งด้วยนะ คือมีเซมเบ้กุ้ง และเซมเบ้หมึก วิธีการคือ เค้าจะเอากุ้งหรือหมึกสดๆ อย่างกุ้งนี้ก็จะใส่ทั้งเปลือกเลยนะ คลุกแป้งเล็กน้อยใส่ลงไปในเครื่อง เสร็จแล้วมันจะกลายมาเป็นปลาหมึกหรือกุ้งที่เป็นแผ่นๆ กรอบๆ หอมๆ เค็มนิด ๆ อร่อยมากเลย  กุ้งเป็นกุ้ง หมึกเป็นหมึก เพียวๆ ราคาก็ไม่แพง 38บาทเอง



เซมเบ้หมึก น่ากินมาก บางเฉียบกรอบอร่อย

และร้านสุดท้ายคือร้าน Gyoza Maru Semonten แปลเป็นไทยว่า ร้านเกี๊ยวซ่าเฉพาะทาง คือร้านนี้จะโฟกัสไปที่เกี๊ยวซ่าอย่างเดียว มาลองเกี๊ยวซ่าไส้กิมจิ เกี๊ยวซ่าไส้แกงกะหรี่ทอด และยังมีเกี๊ยวซ่าหูฉลาม  อีกด้วย 3เกี๊ยวซ่านี้คุณมารุตแนะนำว่า ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยเป็นการครีเอทเมนูขึ้นมา ที่ขาดไม้ได้คงเป็นเกี๊ยวซ่าแบบดั้งเดิมก็มีนะจ๊ะ    


ร้านเกี๊ยวซ่า 

เรื่องร้านอาหารในฮาโกะทาวน์ในบทความนี้จะขอบรรยายแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ เพราะในอีกบทความจะเจาะทุกเมนู ทุกร้าน พร้อมราคามาให้เลยค่ะ

อีกจุดที่ต้องบอกล่าวนะจ๊ะ  หากใครเคยไปญี่ปุ่น หรือเคยดูเดี่ยวไมโครโฟนของพี่โน๊ต อุดม คงนึกออกค่ะ กับชักโครกแบบไม่มีสายฉีดแต่มีปุ่มกดน้ำล้างทำความสะอาดแทน ลองมาใช้บริการกันดูได้ ถือเป็นการเก็บทุกรายละเอียดของร้านได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ  

สำหรับสถานที่จอดรถที่นี่ถือว่าเยอะนะคะ จอดได้หลายสิบคันเลยทีเดียว  ยังไงก็ลองแวะไปนั่งทานอาหารสบายๆ ชิลๆ กันค่ะ จะได้บรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากการนั่งทานในห้องแอร์หรือตามห้างสรรสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลต่างๆ  ลองเปลี่ยนบรรยากาศกันดูบ้างค่ะ เผื่อจะได้ไอเดียอะไรดีๆ นะคะ

Hako town ภาพที่ 055 Hako town ภาพที่ 051 Hako town ภาพที่ 053


ห้องน้ำใน Hako Town


บรรยากาศช่วงเย็นๆคนจะเริ่มคึกคัก Hako Town


(Hako Town)


(Hako Town)

ข้อมูลเพิ่มเติม


เวลาเปิด-ปิด **** ไม่เปิดทำการแล้วสำหรับสาขานี้ 
จันทร์ - ศุกร์. : 16:00 - 24:00
เสาร์ - อาทิตย์ : 11:00 - 24:00

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนประดิษมนูณธรรม กรุงเทพฯ 10240  (ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ อยู่ใกล้กับ ทางขึ้นทางด่วนโยธินพัฒนา สังเกตุ ติดกับปั๊มเอสโซ่)

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
มีรถสองแถวแดง สาย ถนอมมิตร-บิ๊กซีลาดพร้าว วิ่งผ่าน ค่าโดยสาร 7บาท ตลอดสาย สามารถลงหน้าร้านฮาโกะทาวน์ (Hako Town) ได้เลยครับ รถมีถึงประมาณ 3 ทุ่ม 

ติดต่อ
โทร : 086 881 8785
เว็บไซต์ : http://www.hakotown.com



แผนที่ Google Map (จุดAแสดงที่ตั้ง): 
ที่ตั้งร้าน Hako Town ( เลียบใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) 522 ซ.โยธินพัฒนา ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 [gmap markers=letters::13.82009353584258,100.6259036064148 |zoom=16 |center=13.821411439769609,100.62656879425049 |width=600px |height=450px |control=Micro |type=Map]
ประเภทบทความ: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel