อยากจะแนะนำการเที่ยวระนองให้ทุกคนได้มีโอกาสรู้จัก แม้ว่าการเดินทางจะแอบยากหน่อยๆ คือต้องตั้งใจมาจริงๆ แต่ที่นี่เขามีครบทุกบรรยากาศจริงๆนะ คาเฟ่ก็เยอะและน่ารักมากหลายร้าน บ่อน้ำร้อน แช่ออนเซน คือดีมากสุด ยกให้เป็นจังหวัดแห่งการแช่น้ำแร่ร้อนไปเลย ทะเลก็ไปไม่ไกลจากตัวเมือง ทริปนี้เราเดินทางด้วยเครื่องบิน บินตรงมาถึงระนองได้เลย

มาถึงระนองก็เย็นซะแล้ว เพราะไฟท์บินก็ปาเข้าไปบ่ายสามครึ่ง นี่ยังไม่รวมเวลาไฟท์ดีเลย์อีก แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบตื่นเช้าก็อาจจะชอบใจ เอนจอยกับพี่บอยมาถึงระนองปุ๊บก็ตรงเข้าไปเช็คอินเข้าที่พักกันก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยออกมาหามื้อเย็นกินกัน ต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้มาเที่ยวระนองหลายปีแล้ว ครั้งนี้เลยมาอัพเดทอะไรใหม่ๆกันหน่อย บอกเลยว่าระนองที่ได้กลับมาครั้งนี้ มีอะไรน่าสนใจ สำหรับเราเพิ่มขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะน้ำแร่ร้อนเมืองระนอง ที่มีให้บริการหลากหลายทั้งแบบ Spa Onsen หรือ จะเป็นแบบ Public bath ท่ามกลางธรรมชาติ

ครั้งนี้พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวเกาะหรือทะเล แต่ตั้งใจมากินอาหารทะเล ของอร่อยท้องถิ่น ร้านอร่อยที่เคยกิน ช๊อปปิ้งวัตถุดิบทำอาหารจากท้องถิ่นกลับบ้าน นั่งคาเฟ่ชิลๆ วาดรูปเล่น ใครสายชิล สายพักผ่อนตามมาได้เลยค่ะ ทริปนี้ 3 คืน 4 วัน
ที่พัก : น้ำใสเขาสวย รีสอร์ท ที่พักในตัวเมืองระนอง ห้องพักสะอาด อาหารเช้าเมนูท้องถิ่นอย่างขนมจีน พร้อมผักเคียง แนะนำเลย


ร้านอาหาร & Cafe
: “ครัวไชนีส” ร้านนี้เราเคยกินเมื่อนานมาแล้ว แต่ถ้าได้มีโอกาสไปก็จะต้องแวะไปกินซักมื้อเสมอ เมนูที่นึกถึงและแนะนำเลย คือ แมงกระพรุนน้ำมันงา แฮกึ๊นทอด เอาจริงๆ เมนูอื่นๆ ที่สั่งมากกินก็อร่อย เพื่อนๆ ในโต๊ะลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าอร่อยเหมือนเดิม ร้านเปิด 16.00 น.-21.00 น.





: “ร้านอาหารถอดรองเท้า” แม้จะชื่อว่าร้านถอดรองเท้าแต่ปัจจุบันนี้ไม่ต้องถอดรองเท้าแล้วนะคะ เป็นร้านเก่าแก่อีกร้านของระนอง ร้านอาหารพื้นบ้าน รสชาติจัดจ้านแบบท้องถิ่น บรรยากาศเหมือนกินข้าวที่บ้าน แต่ละเมนูอร่อยเด็ดถึงเครื่องโดยเฉพาะแกงส้มปลากระพงใส่ยอดมะพร้าว กุ้งผัดสะตอกะปิ หมูทอดเคย หมึกน้ำดำ ร้านเปิด 11.00-22.00 น.



: “ครัวเรอดัง” ร้านนี้เป็นร้านที่มากินเป็นครั้งแรก เป็นร้านอาหารที่มีเมนูซีฟู้ดและเมนูท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไปกินค่อนข้างเยอะ


: “ร้านอาหารเคียงเล” ร้านอาหารซีฟู้ด ริมทะเล เหมาะกับมื้อเย็นนั่งชมพระอาทิตย์ตกไปด้วย ตอนค่ำมีโชว์ไฟ อาหารอร่อย ปูนึ่งคือแนะนำเลยค่ะ ปูจั๊กจั่น ปูทะเล ปูม้า น้ำจิ้มแซ่บๆ



: “ระนองโอชา” ออกมาหาติ่มซำกินเป็นมื้อเช้าซักมื้อ หลังจากไปเดินตลาดเช้ามาแล้ว


: “ร้านน้ำเต้าหู้ซอย 2” น้ำเต้าหู้ร้อนๆ ใส่เต้าฮวยและแปะก๊วย คือที่สุดสำหรับเราเลย น้ำเต้าหู้เข้มข้น

: “ร้านโรตีบังหนุ่ย” โรตีเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เวลามาเที่ยวใต้ทีไรจะต้องออกไปกิน รอบนี้กินเป็นมื้อเช้า โรตีแฮมชีส โรตีมะตะบะ ก็เลิศ โรตีแกงเนื้อ เพื่อนบอกว่าอร่อย จนต้องซื้อกลับเลยค่ะ


: “Sea swan Happiness Space” คาเฟ่ริมทะเล บรรยากาศชิลๆ ติดกับร้านอาหารเคียงเล


Experience
: “ตลาดประมูลปลาระนอง” ใครอยากเห็นเค้าประมูลปลาหรืออยากมีประสบการประมูลปลาสดๆ แบบเพิ่งขึ้นมาจากเรือ สามารถไปได้มีอยู่หลายตลาดเลย วิธีประมูลคือเขียนราคาและรหัสของกองปลาที่เราต้องการวางไว้ในกล่อง รอให้ถึงเวลา ใครได้ราคาสูงสุดคนนั้นก็ได้ปลากองนั้นไป



: “ตลาดสะพานยูง” เปิดทุกวัน ขายกันแต่เช้า ใครอยากได้วัตถุดิบทำอาหาร ผักผลไม้ ท้องถิ่น พวกอาหารทะเลท้องถิ่น หรืออาหารเช้าง่ายๆ ข้าวเหนียวปิ้ง ขนมครกก็แวะไปเดินกันได้ พวกเราชอบมากๆ ได้ของกลับมาบ้านเพียบ



: “สกายวอล์ค ระนอง” เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองระนองแบบ 360 องศา อยู่กลางเมือง โดยปกติจะต้องเดินขึ้นไป แต่สะดวกสำหรับผู้ที่ใช้วีลแชร์ สามารถจอดรถแล้วใช้ลิฟท์ขึ้นไปชมวิวได้ เส้นทางสะดวกใช้รถเข็น แนะนำให้สวมถุงเท้าไปด้วย มีค่าเช่ารองเท้าแตะ 10 บาท แต่ถ้าไม่ได้สวมถุงเท้าไป มีขายในราคา 20 บาท ทางเจ้าหน้าที่รับเป็นเงินสดเท่านั้น


: “ พระราชวังรัตนรังสรรค์” ที่นี่ตั้งอยู่บนเขานิเวศน์คีรี จุดเดียวกันกับสกายวอล์ค ระนองเลยค่ะ สร้างขึ้นโดยพระยารัตนเศรษฐี(คอซิมก๊อง)เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมของพระมหากษตริย์ 3 พระองค์ (ร.5, ร.6,ร7) ด้านในจัดแสดงเกี่ยวกับพระมหากษตริย์ทั้ง 3 พระองค์ที่เสด็จมาประทับแรมที่ระนอง ห้องนอน ห้องทำงาน และความเจริญรุ่งเรืองของระนอง มีร้านขายของฝากด้านใน ตัวอาคารเป็นกลุ่มอาคารไม้ที่สร้างจำลองพระราชวังที่กษตริย์ได้เคยเสด็จแปรพระราชฐานประพาสในอดีต เพื่อทดแทนของเดิมที่ผุพัง แต่ละอาคารมีทางเดินเชื่อมถึงกัน ในอดีตจุดนี้น่าจะสูงจนมองเห็นได้ทั่วเมืองเลยละค่ะ มีค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท

: “ภูเขาหญ้า” แลนด์มาร์คของจังหวัดระนองที่ใครๆ ที่มาระนองก็มักจะแวะมาดูพระอาทิตย์ตก ชมวิว ชิล ถ่ายรูป เล่นกัน ใครชอบวาดรูปที่นี่ก็ชิลไม่เบาเลยค่ะ แบกเก้าอี้แค้มขึ้นไปนั่ง กับกาแฟใส่แก้วส่วนตัวไป นั่งชิลวาดรูปได้เลยค่ะ


: “ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน” เรียกได้ว่านี่ก็เป็นอีกแลนด์มาร์คของระนองเลยค่ะ โซนนี้ใครจะไปดูบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่กำลังร้อนปุดๆ อยู่ หรือใครจะแช่เท้า หรือจะไปนอนอบซาวนากลางแจ้ง หรือเล่นโยคะ ที่ลานโยคะร้อนจากน้ำแร่ก็ได้ค่ะ ใกล้ๆ กันมีบ่อแช่ทั้งของเทศบาลและเอกชนให้บริการ เลือกได้อย่างหลากหลายตามความต้องการเลยค่ะ ในบริเวณเดียวกันก็มีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ด้วยค่ะ


: “Rak Ranong Onzen Spa & Cafe “ ที่นี่มีบริการครบครันสำหรับการผ่อนคลายทั้งร่ายกายและจิตใจเลยละค่ะ ด้านในมีบ่อแช่นน้ำแร่ร้อนเมืองระนองที่โดดเด่นเรื่องไม่มีกลิ่นฉุนของกำมะถัน มีบ่อน้ำอุณภูมิต่างๆ ทั้งร้อนทั้งเย็น มีห้องสตรีมและซาวนาด้วย แช่นน้ำแร่เสร็จขึ้นไปนวดน้ำมันผ่อนคลายซักชั่วโมง บอกเลยว่าฟินมาก ใครชอบนวดไทย หรือประคบร้อนที่นี่ก็มีบริการค่ะ และยังมีคาเฟ่ที่สไตล์เป็นของตัวเองเหมาะกับการใช้เวลามากๆ ค่ะ

เมืองระนองเป็นเมืองเล็กๆ ที่ใครคิดจะมาเที่ยวต้องตั้งใจมาจริงๆนะ ถ้าจะมาทางรถก็ต้องแยกจากสายใต้จากชุมพรข้ามเขามาระนองเป็นชั่วโมง จะมาเครื่องบินก็ยังมีแค่เที่ยวบินเดียวที่มาถึงเกือบเย็น ค่ำ ถ้าดีเลย์คือค่ำเลย วางแผนเที่ยวคืออาจใช้เวลามากว่าจังหวัดอื่นสักหน่อย หมดไปกับการเดินทางมาถึงนี้แหละ แต่ถ้ามาถึงแล้วทุกอย่างไม่ไกล ตัวเมืองเล๋็กๆ มีครบ ใกล้ทะเล ใกล่บ่อน้ำแร่ร้อน ใกล้แหล่งอาหารทะเลสดๆ นักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ ยิ่งใครชอบเรื่องออนเซน ต้องชอบเมืองนี้เลย ลองหาเวลามาเที่ยวระนองกันนะคะ