รู้ไหมครับว่าใจกลางกรุงเทพมหานครอันวุ่นวาย มีชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งที่เก็บซ่อนหน้าประวัติศาสตร์และสมบัติล้ำค่าจากกรุงศรีอยุธยามานานกว่า 200 ปี ย่านนั้นคือ “ตลาดน้อย” ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ในอดีตเรามักจะคุ้นเคยกันดีในฐานะศูนย์กลางอะไหล่รถยนต์เก่าหรือ “เซียงกง” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ [04:01]
แต่ในปัจจุบัน ตลาดน้อยได้เปลี่ยนโฉมใหม่ กลายเป็นพื้นที่ศิลปะ คาเฟ่ฮิปๆ และจุดเช็กอินสุดอาร์ตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน วันนี้ทีมงานสะดุดตาจะพาทุกคนไปกิน เดิน เล่น และนั่งชิลเสพงานอาร์ตแบบ 1 วันเต็มๆ กันครับ!
เริ่มต้นวันด้วยรสชาติดั้งเดิมที่ “ก๋วยเตี๋ยวรู”
หลังจากนำรถไปจอดที่ ตลาดน้อยคาร์ปาร์ค (ที่จอดรถ 24 ชั่วโมง) [01:08] พิกัดแรกที่เราพุ่งตัวไปเติมพลังคือ “ก๋วยเตี๋ยวรู”ร้านระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกตึกแคบๆ สมชื่อ และเปิดขายมานานกว่า 60 ปี [01:42] เมนูเด็ดที่ต้องสั่งคือ บะหมี่แห้งหมูแดง และเส้นแบนแห้ง จุดเด่นอยู่ที่เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม หมูแดงรสชาติดี และลูกชิ้นทำเองชิ้นหนาเต็มคำ [03:03] เป็นมื้อเช้าควบเที่ยงที่เริ่มต้นทริปได้อย่างยอดเยี่ยม
ตามหา 2 สมบัติล้ำค่าจากยุคอยุธยาที่ “โบสถ์กาลหว่าร์”
เดินต่อมาอีกไม่ไกลก็จะพบกับ “โบสถ์กาลหว่าร์” (วัดแม่พระลูกประคำ) หนึ่งในโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ [05:01] ตัวอาคารที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอโกธิค ยอดแหลมสูงโปร่ง ประดับด้วยกระจกสีเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์อย่างงดงาม [05:54]
ความพิเศษของที่นี่คือเป็นที่เก็บรักษา “สมบัติล้ำค่า 2 ชิ้น” ที่กลุ่มชาวโปรตุเกสและชาวคริสต์อัญเชิญฝ่าไฟสงครามลงเรืออพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2310 [05:15] สมบัติสองชิ้นนั้นคือ:
- รูปเคารพแม่พระลูกประคำ ซึ่งเป็นประธานของวัด [06:23]
- รูปพระศพของพระเยซู งานแกะสลักไม้ที่มีข้อพับปรับท่าทางได้ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในพิธีแห่พระศพเพียงปีละครั้งในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) เท่านั้น [06:50]
หน้าโบสถ์ยังมีร้านขนมครกกะทิล้วนสูตรดั้งเดิมที่เปิดมานานกว่า 30 ปี [08:12] แวะซื้อทานร้อนๆ หอมมันกะทิแบบสุดๆ ครับ

เดินทอดน่องในตรอกศิลปะ ชิมเป็ดตุ๋นเจ้าท่า
จากนั้นเราเดินลัดเลาะเข้าสู่ ตรอกศาลเจ้าโรงเกือก [09:25] ตรอกเล็กๆ ที่สองข้างทางถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนแกลเลอรี่ มีทั้งภาพถ่ายและงาน Street Art เท่ๆ [00:16] ผสมผสานกับตึกแถวโบราณอายุกว่า 200 ปี และกองอะไหล่เก่าของเซียงกงเดิม [04:28] กลายเป็นฉากหลังสุดคูลให้สายสตรีทได้กดชัตเตอร์กันรัวๆ
เดินเล่นจนเริ่มหิวรอบบ่าย เราแวะไปที่ร้าน “เป็ดตุ๋นเจ้าท่า” ร้านเก่าแก่กว่า 40 ปี [13:10] เมนูเด็ดนอกจากเป็ดตุ๋นเนื้อนุ่มน้ำซุปเข้มข้นแล้ว ยังมีห่านตุ๋น และบะหมี่ผัดกระเฉดที่รสชาติจัดจ้านถึงใจ [13:22]
ดื่มด่ำสถาปัตยกรรมจีนโบราณ 200 ปีที่ “โซว เฮง ไถ่”
จุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ “โซว เฮง ไถ่” คฤหาสน์จีนโบราณอายุกว่า 200 ปี [14:59] สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตามศิลปะจีนฮกเกี้ยนแท้ๆ โดยไฮไลต์คือโครงสร้างบ้านไม้สักทองทั้งหลังที่ประกอบขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูเลยสักตัวเดียว [15:36] จัดวางผังบ้านแบบ “สี่เรือนล้อมลาน” [15:42] ซึ่งปัจจุบันตรงกลางลานกลายเป็นสระว่ายน้ำสำหรับสอนดำน้ำลึกไปแล้ว [15:18] ที่นี่มีค่าเข้าชม 50 บาท ซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นส่วนลดเครื่องดื่มด้านในได้ นั่งพักผ่อนรับลม สเกตช์ภาพบรรยากาศบ้านจีนโบราณได้เพลินจนลืมเวลาเลยครับ [17:00]
แวะคาเฟ่ฮิปๆ ส่งท้ายวันริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ตลาดน้อยในปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านกาแฟและคาเฟ่ดีๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านระดับไอคอนิกอย่าง Mother Roaster[12:33] ร้านช็อกโกแลตพรีเมียมซ่อนแอบอย่าง 32 BAR [14:11] หรือ Baan Rim Naam (บ้านริมน้ำ) [21:05] ร้านแนวคาเฟ่แอนด์บาร์ที่ปรับปรุงมาจากโรงกลึงเก่า มีงานคราฟต์ งานเวิร์กช็อปเซรามิก [19:30] และที่นั่งชิลห้อยขาชมวิวพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่บรรยากาศดีงามมากๆ [22:42]
สรุปความสะดุดตา:
1 วันในตลาดน้อยทำให้เราเห็นเลยครับว่า ย่านนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก มีชีวิตชีวา น่าเดิน และเต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างรากเหง้าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตคนเซียงกงรุ่นเก่า และความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยววันหยุดสั้นๆ ในกรุงเทพฯ ปักหมุดมาเดินทอดน่องที่ “ตลาดน้อย” รับรองว่าจะได้รูปสวยๆ และความทรงจำดีๆ กลับไปแน่นอนครับ! [23:12]
(หมายเหตุ: ค่าจอดรถทริปนี้จอดกันยาวๆ ทั้งวัน โดนไป 300 บาท แนะนำให้เตรียมเงินสดไปด้วยนะครับ [24:32])
ชมคลิปรีวิวตัวเต็มได้ที่นี่เลยครับ: 1 วันชิลในตลาดน้อย จากกองเหล็กเซียงกง สู่จุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก | เที่ยวกรุงเทพฯ
