เตรียมตัวให้พร้อม! สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศจัดงานใหญ่ “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Living Rattanakosin: อดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่เราเดินไปด้วยกัน”

งานปีนี้จัดเต็มกว่าเดิม โดยกระจายความสนุกและสาระออกเป็น 3 พื้นที่หลักที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ตามสไตล์คนชอบเที่ยวทั้งสายชิล สายอาร์ต และสายประวัติศาสตร์ครับ
1. อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ: รัตนโกสินทร์มีชีวิต (Living Rattanakosin)
สำหรับวัยรุ่นและครอบครัว จุดนี้ห้ามพลาด! เพราะเขาเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเล่าเรื่อง
- Digital Experience: นิทรรศการ Outdoor Multimedia และ Interactive Installation ที่จะพาเราย้อนเวลาผ่านหน้าจอและแสงสีเสียงสุดล้ำ
- ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์: ตลาดงานคราฟต์ไทยร่วมสมัย กิจกรรม Workshop และการแสดงดนตรีจากศิลปินรุ่นใหม่
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: รัตนโกสินทร์ วังเรืองรอง (Royal Night)
จุดนี้เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ เพราะบรรยากาศจะสวยงามราวกับหลุดเข้าไปในยุคต้นรัตนโกสินทร์
- Night Museum: เปิดให้ชมความงามของพระราชวังและโบราณสถานยามค่ำคืน พร้อมการประดับไฟ (Illumination) ที่สวยงามมาก
- การแสดงสุดอลังการ: ชมการแสดงโขน ละครนอก และดนตรีไทยเดิมบนเวทีกลางแจ้งท่ามกลางฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยอันล้ำค่า
3. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร: ยลวิถีชุมชนคลองสาน-กะดีจีน
ข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทางศาสนา
- Cultural Walk: เดินลัดเลาะชุมชนกะดีจีน-คลองสาน ชิมอาหารพื้นถิ่นที่หาทานยาก เช่น ขนมฝรั่งกุฎีจีน และอาหารไทย-โปรตุเกส
- ประกวดอาหารสามศาสน์: ชมการประกวดอาหารจากคนในพื้นที่ที่มีรากฐานจากศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม
- ดนตรีออร์เคสตรา: ฟังดนตรีบรรเลงท่ามกลางบรรยากาศวัดยามเย็นที่เป็นเอกลักษณ์
กิจกรรมไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว
- ไหว้พระรับพร: กิจกรรมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมือง และวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสครบรอบ 244 ปี
- เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: มีรถขสมก. บริการรับ-ส่งฟรีระหว่างจุดจัดงาน ทำให้เราเที่ยวได้ครบทั้ง 3 ฝั่งแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
- สายกินห้ามพลาด: รวบรวมร้านอาหารเด็ดทั่วพระนครและของดี 76 จังหวัด มาไว้ในที่เดียว
สะดุดตาแนะนำ: แนะนำให้เริ่มเดินจากฝั่งพระนครในช่วงบ่าย แล้วข้ามเรือไปชมพระอาทิตย์ตกที่ฝั่งกะดีจีน ก่อนจะจบค่ำคืนที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เพื่อชมไฟและนิทรรศการดิจิทัลครับ งานนี้เข้าชมฟรีตลอดงาน!
ข้อมูลเพิ่มเติม: สายด่วนวัฒนธรรม 1765 หรือเฟซบุ๊กกระทรวงวัฒนธรรม
หมายเหตุ: อย่าลืมเช็กตารางการแสดงรอบพิเศษในแต่ละวันผ่านทางหน้าเพจหลักก่อนเดินทางนะครับ